วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กบข.ชี้ปี57ผลตอบแทน6.7%

กบข.เผยผลดำเนินงานปี 57 สินทรัพย์รวมเพิ่ม 7.75 หมื่นล้าน กำไรสุทธิกว่า 3.8 หมื่นล้าน ฟันผลตอบแทนราว 6.75%

กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) แถลงผลดำเนินงานในรอบปี 2557 โดยมีสินทรัพย์สุทธิ ณ วันที่ 31 ธ.ค.2557 ที่ 710,046 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 จำนวน 77,547 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิกว่า 38,000 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนของปี 2557 อยู่ที่ 6.75%
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการ กบข. กล่าวว่า งบการเงินของกบข. ก่อนตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีในปี 2557 ที่เพิ่มขึ้นกว่า 77,547 ล้านบาท คิดเป็นการปรับขึ้นราว 12.26% โดยในจำนวนนี้ กบข. สามารถบริหารให้เกิดผลกำไรสุทธิกว่า 38,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ประมาณ 15,000 ล้านบาท หรือคิด 67%
ขณะที่ผลตอบแทนปี 2557 สูงถึง 6.75% ซึ่งเป็นผลจากการติดตามภาวะเศรษฐกิจและประเมินสถานการณ์การลงทุนตลอดเวลา โดยพอร์ตการลงทุนของ กบข. ให้น้ำหนักการลงทุนส่วนใหญ่อยู่ที่ตราสารหนี้กว่า 60% เกือบทั้งหมดเป็นพันธบัตรรัฐบาล รองลงมากระจายลงในตราสารทุนไทย และตราสารทุนโลกที่ 11% และ 14% ตามลำดับ
นายสมบัติ กล่าวว่า กลยุทธ์การลงทุนดังกล่าวช่วยเพิ่มผลตอบแทนในช่วงที่วงจรเศรษฐกิจอยู่ในภาวะฟื้นตัว ทั้งนี้ มองการลงทุนในตลาดทุน ยังมีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดีระยะยาว อย่างไรก็ดี กบข. ยังคงต้องติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมและเป็นไปตามระดับราคา
สำหรับในปี 2558 เศรษฐกิจโลกยังคงฟื้นตัวอย่างช้าๆ แตกต่างกันแต่ละภูมิภาค ส่งผลให้การดำเนินนโยบายทางการเงินโดยภาพรวมยังคงผ่อนคลาย เศรษฐกิจไทยปี 2558 จึงมีทิศทางการเติบโตที่ดีจากการดำเนินนโยบายกระตุ้นของภาครัฐ ด้วยการอัดฉีดงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการเร่งเบิกจ่ายภาครัฐ ร่วมกับการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารแห่งประเทศไทย
ในปี 2558 กบข. ยังคงมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนดีพอสมควร เพราะเป็นสินทรัพย์กลุ่มรองรับการเติบโต (GROWTH ASSET) ของเศรษฐกิจ เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะการลงทุนที่เหมาะสมในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว (RECOVERY) ซึ่ง กบข. มุ่งเน้นสร้างผลตอบแทนให้กับสมาชิกอย่างต่อเนื่อง และยังคงพยายามที่จะสร้างผลตอบแทนที่ดีต่อไป เพราะเป้าหมายสำคัญของ กบข. คือ การสร้างความพอเพียงของเงินออมหลังเกษียณให้กับสมาชิกทุกคน
ปัจจุบัน กบข. มีสมาชิกประมาณ 1.2 ล้านคน มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิประมาณ 710,046 ล้านบาท
ด้าน "เจพี มอร์แกน" คาดต่างชาติจ่อกลับหุ้นไทย หลังเศรษฐกิจส่งสัญญาณฟื้น กำไรบริษัทจดทะเบียนเพิ่ม
รายงานข่าวบน เว็บไซต์บลูมเบิร์กดอทคอมระบุว่า เจพีมอร์แกน ได้คาดการณ์ว่า นักลงทุนต่างชาติจะเข้าลงทุนในตลาดไทยอีกครั้ง เนื่องจากคาดว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวดีขึ้น และกำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น ขณะที่อัตราส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น(พี/อี) ของตลาดหุ้นไทยขณะนี้อยู่ที่ 15.2 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วง 5 ปี ซึ่งอยู่ที่ 12.2 เท่า
'เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวดีขึ้น กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนจะฟื้นตัวดีขึ้น และนักลงทุนต่างชาติจะกลับเข้าลงทุนอีกครั้ง' นายเอเดรียน โมวัตหัวหน้านักกลยุทธ์ตลาดทุนที่เจพีมอร์แกนในฮ่องกงกล่าว
ทั้งนี้ ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นมากที่สุดในภูมิภาคเอเชียภายหลังการรัฐประหาร ซึ่งส่งผลต่อความวุ่นวายทางการเมืองคลี่คลายลงไป และทำให้นักลงทุนในประเทศมีความเชื่อมั่นมากขึ้น
สำหรับเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 5.6% แม้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 128 ล้านดอลลาร์ แต่ได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนในประเทศ 551 ล้านดอลลาร์ชดเชย และในสัปดาห์ที่ผ่านมา ดัชนีตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้น 2.1%