"สุพจน์" เอสเอ็มอีแบงก์ ขอซูเปอร์บอร์ด 1ปีพิสูจน์ฝีมือ หลังมีข่าวจ่อควบออมสิน ลั่นเป้าสินเชื่อปีนี้แตะ 4 หมื่นลบ.
นายสุพจน์ อาวาส กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank)เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.)หรือ ซูเปอร์บอร์ด จะควบรวมกิจการของ SME Bank กับธนาคารออมสินนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเรื่องดังกล่าว แต่ทั้งนี้ขอยืนยันว่า จะทำงานเต็มที่ โดยขอระยะเวลาในการทำงานเพื่อพิสูจน์ตนเอง 1 ปี
อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่า การดำเนินนโยบายตามแผนที่วางไว้ จะทำให้องค์กรสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง
"ผมขอเวลา 1 ปี ในการทำงานเต็มที่ เพื่อพนักงานทำเต็มที่ จะทำให้เอสเอ็มอีแบงก์เป็นแบงก์ที่ขาวสะอาด พร้อมยึดหลักธรรมาภิบาล"นายสุพจน์ กล่าว
พร้อมกันนี้ได้แต่งตั้ง พลโทพิศณุ พุธวงศ์ หัวหน้าฝ่ายเสนาธิการประจำประธานองคมนตรี เป็น ผู้ทรงคุณวุฒิด้านธรรมาภิบาลของธนาคาร
ด้านนางสาลินี วังตาล ประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME Bank) เปิดเผยว่า หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ หรือ NPLในเดือน ม.ค.ลดลง 288 ล้านบาท ซึ่ง ณ สิ้นเดือน ม.ค.2558 ธนาคารมีเอ็นพีแอล 31,672ล้านบาท ลดลงจากเดือน มิ.ย.57 ที่มีเอ็นพีแอล 35,167 ล้านบาท หรือลดลง 3,495ล้านบาท โดยมาจากการเร่งรัดประนอมหนี้ และการที่ดูแลลูกหนี้ได้ทั่วถึงทำให้ควบคุมการตกชั้นของลูกหนี้ได้
ทั้งนี้ ธนาคารคาดว่าเอ็นพีแอลจะลดลงอย่างต่อเนื่อง ตามแผนการฟื้นฟู และในเดือนม.ค.ที่ผ่านมาคณะกรรมการธนาคาร ได้อนุมัติขายทรัพย์สินที่เปิดประมูลขายเป็นกองแรก ให้แก่ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD ซึ่งเป็นผู้ยื่นประมูลราคาสูงที่สุดเหลือเพียงขั้นตอนการส่งมอบเอกสารเท่านั้น
ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้ 40,000 ล้านบาท โดยในเดือนมกราคมที่ผ่านมาธนาคารอนุมัติสินเชื่อรายย่อยแล้ว 1,000 ราย เบิกจ่ายแล้วกว่า 1,931 ล้านบาท โดยลูกหนี้ที่ปล่อยกู้นั้นวงเงินไม่เกิน 15 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายย่อย และโอทอปในต่างจังหวัดเป็นหลัก
"การมุ่งเน้นเอสเอ็มอีรายย่อย และโอทอป ในต่างจังหวัดเป็นหลัก เพื่อให้เอสเอ็มอีมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอที่จะไม่ต้องลดการจ้างงาน และไม่ต้องการลดซื้อวัตถุดิบ"นางสาลินี กล่าว
ทั้งนี้ ธนาคารยังเดินหน้าให้สินเชื่อโครงการแม่ค้าคนดี โดยตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อในโครงการดังกล่าว 5,000 ล้านบาทจากวงเงินสินเชื่อ 40,000 ล้านบาท โดยทำ MOU กับตลาดทั่วประเทศ เช่น ตลาดประตูน้ำ ขอนแก่น ตลาดเซฟวันโคราช เป็นต้น ซึ่งโครงการดังกล่าวเพื่อการเซ้งแผงค้าขาย หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ ซึ่งสามารถกู้ได้รายละไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่งผลให้เดือน ม.ค.มีผลกำไรสุทธิ 98 ล้านบาท






