วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลุ่มผู้ถือหุ้น'วินด์เอ็นเนอร์ยี่'มั่นใจ

กลุ่มผู้ถือหุ้น "วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" มั่นใจ "นพพร ศุภพิพัฒน์" ยอมลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 10%

กลุ่มผู้ถือหุ้น "วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" มั่นใจ "นพพร ศุภพิพัฒน์" ยอมลดสัดส่วนหุ้นเหลือ 10% เปิดทางกองทุนนอก-ไพรเวทฟันด์ ถือหุ้นใหญ่แทน หวังปลดล็อกให้ "วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง" เดินหน้าทำธุรกิจต่อ และเข้าจดทะเบียนได้ต้นปีหน้า ด้าน "เด็มโก้" เตรียมเซ็นสัญญาผลิตน้ำประปาในลาว 9 ก.พ.นี้ หวังต่อยอดธุรกิจปูทางทำธุรกิจผลิตไฟฟ้าต่อเนื่อง
ปัจจุบันธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ระงับการปล่อยสินเชื่อ แก่ บริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง หรือ WEH เพื่อไปทำโครงการผลิตไฟฟ้าด้วยกังหันลมที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการได้ 12 โครงการ รวมเป็นเงินเกือบ 2 หมื่นล้านบาท ซึ่งมี นายนพพร ศุภพิพัฒน์ เป็นประธานกรรมการ ผู้ถือหุ้นใหญ่ และผู้มีสิทธิ์ลงนามของบริษัท เนื่องจาก ปรากฏข่าว นายนพพร ถูกออกหมายจับในคดีอาญาร้ายแรง และยังไม่สามารถติดตามตัวได้ ทำให้ธนาคารต้องระงับการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลให้โครงการที่เหลือของ วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ต้องหยุดชะงัก
นายไพฑูรย์ กำชัย รองกรรมการผู้จัดการ การเงินและบัญชี บริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) หรือ DEMCO ในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่งของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง เปิดเผยถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหากรณีธนาคารระงับการปล่อยสินเชื่อให้ บริษัทวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้งว่า ล่าสุดผู้ถือหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ได้หารือกันถึงปัญหาดังกล่าว โดยมีการมองใน 2 ประเด็น ได้แก่ แนวทางแก้ปัญหาแรกคือ นายนพพร ต้องลดสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวเหลือเพียง 10% และเปิดทางให้บริษัทต่างชาติ หรือไพรเวทฟันด์ เข้ามาถือหุ้นใหญ่แทน เพื่อให้การทำธุรกิจของวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ที่ชะงักงัน สามารถเดินหน้าต่อไปได้
ปัจจุบัน บริษัท รีนิวเอเบิล เอนเนอยี จำกัด หรือ REC ซึ่งถือหุ้นใหญ่ โดย นายนพพร สัดส่วน 75% ได้ถือหุ้นอยู่ในวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง สัดส่วน 63% เท่ากับ นายนพพร ถือหุ้นวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ทางอ้อมในสัดส่วน 47%
"ล่าสุดมีทุนจากสิงคโปร์ ฮ่องกง และไพรเวทฟันด์ สนใจเข้ามาถือหุ้นส่วนนี้แทนคุณนพพร เนื่องจากมองว่า วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพ และมีแนวโน้มสร้างรายได้ และผลตอบแทนที่ดี ซึ่งการเจรจาซื้อขายก็ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้งสองฝ่าย" นายไพฑูรย์ กล่าว
ส่วนแนวทางที่ 2 ก็คือการประกาศเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัท วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ซึ่งแนวทางนี้ หาก นายนพพร ไม่มาใช้สิทธิ์ ก็จะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของนายนพพร ในวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง ถูกลดลงโดยปริยาย โดยแนวทางนี้ จะทำให้ นายนพพร เสียหายมหาศาล และอาจจะไม่เป็นธรรมกับ นายนพพร ด้วย
"ดังนั้นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ เชื่อว่า แนวทางการลดหุ้นเหลือ 10% คุณนพพร น่าจะยอมรับได้ เนื่องจากเปิดทางให้ทุนใหม่เข้ามา และอาจทำให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัท เพื่อให้วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง สามารถดำเนินการโครงการที่ค้างอยู่ได้ต่อเนื่อง" นายไพฑูรย์ กล่าว
นายไพฑูรย์ กล่าวต่อว่า หากทุกอย่างสามารถแก้ไขปัญหาได้ แผนการนำวินด์ เอ็นเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ก็ยังคงเดิม แต่อาจจะล่าช้าออกไป จากเดิมเป็นช่วงไตรมาส 3 ถึงไตรมาส 4 อาจจะเลื่อนออกไปเป็นต้อนปี 2559
ส่วนแนวทางการทำธุรกิจของเด็มโก้ นั้น นายไพฑูรย์ กล่าวว่า สำหรับ บริษัท เด็มโก้ เดอร์ ลาว จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทลูกของเด็มโก้ จะเซ็นสัญญาสัมปทานเป็นผู้ดำเนินการระบบสาธารณูปโภคในลาววันนี้ (9 ก.พ.) โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่าลงทุน 1,000 ล้านบาท ขณะนี้ได้รับอนุญาตให้สำรวจ และเสนอราคาจากทางการลาว และอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการพิจารณาแล้ว
การลงทุนในระบบสาธารณูปโภคในลาวครั้งนี้ เฟสแรกลงทุน 480 ล้านบาท และทยอยลงทุนเพิ่มทุก 3 ปี โดยมีสัญญาสัมปทาน 30 ปี อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนอยู่ที่ 13-14% ต่อปี และเริ่มรับรู้รายได้ปลายปีนี้
“เป็นก้าวแรกของการลงทุนในลาว เพื่อรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ส่วนที่เลือกลาว เพราะเห็นถึงศักยภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 3 หมื่นเมกะวัตต์ ซึ่งสามารถต่อยอดธุรกิจที่บริษัททำอยู่ได้ และลาวเป็นตลาดที่น่าสนใจ และบริษัทก็มีความชำนาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้า"
บริษัท เด็มโก้ เดอร์ ลาว จำกัด ถือหุ้นโดยเด็มโก้ 90% และพันธมิตรอีก 10% ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท และจะทยอยเพิ่มทุนในระหว่างปีนี้ 150 ล้านบาท