วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรุปภาวะตลาดเงินตลาดทุนรายสัปดาห์ วันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2558

เงินบาทแข็งค่า ขณะที่ ดัชนีหุ้นไทยขยับขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์

สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

-เงินบาทขยับแข็งค่าขึ้น แต่ภาพรวมการเคลื่อนไหวตลอดทั้งสัปดาห์ยังคงอยู่ในกรอบเดิมที่ประมาณ 32.50-32.70 บาทต่อดอลาร์ฯ โดยเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของเงินหยวน สกุลเงินเอเชียและสินทรัพย์เสี่ยงท่ามกลางการฟื้นตัวขึ้นของราคาน้ำมัน และความหวังที่ว่า จะมีการบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับสถานการณ์หนี้ของกรีซ นอกจากนี้ แรงซื้อสุทธิหุ้นและพันธบัตรไทยในช่วงปลายสัปดาห์ ก็มีส่วนช่วยหนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นทดสอบระดับ 32.50 บาทต่อดอลลาร์ฯ แต่ยังไม่ผ่าน เนื่องจากนักลงทุนยังรอประเมินปัจจัยเพิ่มเติม โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงานของสหรัฐฯ

-สำหรับในวันศุกร์ (6 ก.พ.) เงินบาทอยู่ที่ 32.52 เทียบกับระดับ 32.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันศุกร์ก่อนหน้า (30 ม.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ก.พ.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 32.50-32.80 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยอาจต้องจับตาการตอบรับของตลาดการเงินในช่วงต้นสัปดาห์ต่อตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ รวมถึงการจัดการประชุมนัดพิเศษของรัฐมนตรีคลังของยูโรโซนในวันที่ 11 ก.พ. เพื่อหารือการดำเนินการให้การสนับสนุนทางการเงินแก่กรีซ ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ยอดค้าปลีกเดือนม.ค. และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ.

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย

-ดัชนี SET ขยับขึ้นในช่วงท้ายสัปดาห์ ก่อนจะปิดที่ระดับ 1,613.63 จุด เพิ่มขึ้น 2.05% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 5.01% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 53,639.64 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 763.67 จุด เพิ่มขึ้น 5.37% จากสัปดาห์ก่อน

-ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์และวันอังคาร โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกขยับสูงขึ้น รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกเกี่ยวกับกรณีของกรีซที่มีการเจรจากับเจ้าหนี้ อย่างไรก็ตาม ดัชนีปิดร่วงลงในวันพุธจากแรงขายทำกำไร ก่อนที่จะฟื้นตัวในวันพฤหัสบดี ขณะที่ในวันศุกร์ดัชนีแกว่งตัวในกรอบแคบ โดยราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นช่วยหนุนราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานส่งผลให้ดัชนีปิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (9-13 ก.พ.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีมีแนวต้านที่ 1,624 และ 1,650 จุด ตามลำดับ ขณะที่แนวรับอยู่ที่1,592 และ 1,571 จุด โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ (ที่ตลาดคาดว่าจะออกมาค่อนข้างดีซึ่งอาจจะส่งผลต่อการปรับตัวของตลาดหุ้นต่างประเทศต้นสัปดาห์หน้า รวมถึง รายงานยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก รวมทั้ง ความคืบหน้าในการเจรจาเกี่ยวกับประเด็นหนี้ของกรีซ

-------------------------------------

ที่มา...ศูนย์วิจัยกสิกรไทย