วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดวาเลนไทน์เงินสะพัด1,500ล้านบาท

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดช่วงเทศกาลวาเลนไทน์เงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท กุหลาบแดงดอกไม้ฮิต

รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยแจ้งว่า การจับจ่ายในช่วงวาเลนไทน์ของคนกรุงเทพฯปีนี้มีเม็ดเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท ขยายตัว 7.2% หากเทียบช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากบรรยากาศวาเลนไทน์ในปีนี้ไม่มีแรงกดดันทางการเมือง อีกทั้งยังตรงกับวันเสาร์ซึ่งถือเป็นวันหยุดของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น วัยเรียน และคนทำงานบางกลุ่ม จึงทำให้จำนวนคนที่สนใจทำกิจกรรมวาเลนไทน์ในปีนี้เพิ่มขึ้นกว่าปีที่แล้ว คาดว่าผู้บริโภคมีค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและทำกิจกรรมต่างๆ ในช่วงวาเลนไทน์ เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาทต่อคน สำหรับกลุ่มวัยรุ่นอายุ 15-24 ปี ในขณะที่วัยทำงาน อายุ 25-39 ปี จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยขยับขึ้นมาที่ 2,300 บาทต่อคน เพราะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

ทั้งนี้ดอกกุหลาบแดง เป็นของขวัญที่กลับมาฮิตอีกครั้งในปีนี้ รองลงมา ได้แก่ ช็อคโกแลต สินค้าแฟชั่น (เสื้อผ้า,กระเป๋ารองเท้า) และเครื่องประดับ ขณะที่การทานอาหารนอกบ้านเป็นกิจกรรมพิเศษที่นิยมทำมากที่สุด รองลงมา ได้แก่ การดูหนัง ฟังเพลง และการเดินเล่นช็อปปิ้ง ส่วนการบอกรักออนไลน์ เป็นสื่อรักยอดนิยมของคนกรุงเทพฯ โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงจากกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่แอพพลิเคชั่น แชท ต่างๆ เช่น ไลน์ วอทแอพ ส่วนใหญ่ให้เหตุผลว่า มีการใช้หรือเล่นโซเชียลมีเดีย เป็นประจำอยู่แล้ว อีกทั้งยังไม่เสียค่าใช้จ่าย หรือมีค่าใช้จ่ายที่ถูกเมื่อเทียบกับการซื้อของขวัญหรือทำกิจกรรมอื่นๆ

“วัยรุ่นชอบให้ดอกไม้ส่วนวัยทำงานเน้นออกไปรับประทานอาหารนอกบ้าน แตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ในแต่ละช่วงอายุ ซึ่งหากพิจารณาถึงบุคคลที่จะร่วมทำกิจกรรมด้วยในช่วงวาเลนไทน์ จะพบว่า คู่รักหรือแฟนเป็นบุคคลที่คนกรุงฯ สนใจจะใช้เวลาและทำกิจกรรมร่วมกันมากที่สุด รองลงมาคือ บุคคลในครอบครัวและเพื่อนฝูง ส่วนงบประมาณเลือกซื้อดอกไม้เพื่อมอบให้คู่รักในวันวาเลนไทน์เฉลี่ยแล้วจะตกอยู่ที่ประมาณ 275 บาทต่อคน

สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ร้านจำหน่ายดอกไม้ หรือแม้แต่เกษตรกรผู้ปลูกดอกกุหลาบ คาดหวังว่าเทศกาลวาเลนไทน์จะกระตุ้นให้ยอดจำหน่ายสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นมากกว่าในภาวะปกติ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายอย่าง กลุ่มวัยรุ่นยเรียน ไปจนถึงวัยทำงาน ซึ่งนิยมมอบของขวัญให้แก่กันเพื่อเป็นการแสดงถึงความรักในแบบฉบับของคู่รักหนุ่มสาว หรือมิตรภาพที่ดีระหว่างเพื่อน ดังนั้น การเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคและวางกลยุทธ์การตลาดที่สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายให้ตรงจุด จะเป็นโอกาสทางการตลาดของผู้ประกอบการที่จะเข้ามาช่วงชิงกำลังซื้อในช่วงเทศกาลแห่งความรัก