วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไอแบงก์'ยืดสินเชื่อช่วย5จังหวัดใต้

“ไอแบงก์” ขอขยายโครงการสินเชื่อช่วยผู้ประกอบการรถโดยสารสาธารณะ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้วงเงิน 5 พันล้าน

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ได้ขอขยายโครงการสินเชื่อส่งเสริมผู้ประกอบการที่มีอาชีพให้บริการรถสาธารณะในพื้นที่ 5 จังหวัดภายใต้วงเงินรวม 5 พันล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระ ขั้นต่ำ 6 เดือน สูงสุดไม่เกิน 7 ปี ออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่โครงการได้สิ้นสุดในปี 2558 เนื่องจากการส่งมอบโดยสารสาธารณะแต่ละประเภทต้องใช้เวลานาน โดยคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติอนุมัติขยายระยะเวลาโครงการให้แล้วเมื่อวันที่ 16 ธ.ค.ที่ผ่านมา

โครงการดังกล่าวมีสินเชื่อ 2 ประเภทคือ สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ เป็นการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการให้บริการรถสาธารณะในการเช่าซื้อรถเก่า หรือรถใหม่ไม่เกิน 7 ปี ประกอบด้วย รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ รถตู้โดยสารปรับอากาศ รถสองแถว และรถโดยสาร และสินเชื่ออเนกประสงค์ เพื่อใช้ในการซ่อมแซมรถ (ระยะเวลา 3 ปี)

ไอแบงก์จะคิดอัตรากำไรจากผู้ขอสินเชื่อในอัตราคงที่ 1.5% หรือเท่ากับอัตรากำไร ลดต้นลดดอกที่ 2.87% โดยให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณรายปีเพื่อชดเชยส่วนต่างอัตรากำไร โดยให้ใช้อัตรากำไรมาตรฐานสำหรับลูกค้าชั้นดีของธนาคาร (เอสพีอาร์แอล) เป็นอัตรากำไรที่ใช้คำนวณการชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยในการดำเนินการ อัตรากำไรดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาวะตลาดการเงิน ซึ่งทางธนาคารจะเป็นเปลี่ยนแปลงอัตราเอสพีอาร์แอลเป็นระยะ

สำหรับการชดเชยส่วนต่างระหว่างอัตรากำไรเอสพีอาร์แอลเฉลี่ยของธนาคารไอแบงก์ นั้นในปีที่มีการขอชดเชยและอัตรากำไรแบบลดต้นลดดอกที่เรียกเก็บจากผู้ขอสินเชื่อเฉลี่ย 2.87% ต่อปีของเงินต้นคงเหลือ ให้ธนาคารรับภาระส่วนต่างไป 1% ส่วนต่างอัตรากำไรที่เหลือทั้งหมดให้รัฐบาลเป็นผู้รับภาระ

ทั้งนี้โครงการสินเชื่อส่งเสริมผู้ประกอบการอาชีพให้บริการรถสาธารณะในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วยจังหวัด ยะลา ปัตตานี สงขลา นราธิวาส และสตูล มีประโยชน์ในด้านการส่งเสริมอาชีพ และเพิ่มรายได้ให้ผู้ประกอบการรถสาธารณะ ช่วยเพิ่มผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี)และเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีให้ประชากรในพื้นที่ และช่วยลดต้นทุนทางการเงินให้กับผู้ประกอบการ

แหล่งข่าวกล่าวว่า โครงการนี้จะถูกนำไปพิจารณาในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2559 ของกระทรวงการคลังด้วย เพราะเป็นโครงการที่จะต้องขอสนับสนุนวงเงินชดเชยจากรัฐบาลต่อเนื่อง หรือเป็นโครงการพีเอสเอ