วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ตลาดข้าวปี58แข่งเดือดจี้รัฐดูแลค่าบาท

ชี้ตลาดข้าวปี58แข่งเดือด เอกชนจี้รัฐดูแลค่าบาท ภัยแล้งดันราขึ้น ผลผลิตนาปรังหด30% รัฐสูบช่องระบายสต๊อก

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ปี 2557 ไทยส่งออกข้าว 10.96 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 65.9% สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เป็นผู้นำส่งออก โดยคิดเป็นมูลค่า 5,430 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 23% หรือ 1.74 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6%

ส่วนปี 2558 คาดว่าจะส่งออก 10 ล้านตัน มูลค่า 4,950 ล้านดอลลาร์ หรือ 1.61 แสนล้านบาท โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการส่งออกข้าวขาวประมาณ 5 ล้านตัน ข้าวหอมมะลิ 2 ล้านตัน

สาเหตุที่คาดการณ์ว่าการส่งออกลดลง เป็นเพราะแนวโน้มเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจากผลกระทบมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรป ทำให้ราคาข้าวของไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นทันที หากประเมินจากเงินบาทที่อ่อนค่าสูงสุดที่ 33 บาทต่อดอลลาร์กับเงินบาทที่แข็งค่าที่สุดที่ 32.80 บาทต่อดอลลาร์ จะทำให้ราคาข้าวหอมมะลิไทยมีราคาเพิ่มขึ้นทันทีประมาณ 25 ดอลลาร์ จากราคาเฉลี่ยที่ตันละ 900 ดอลลาร์ ขณะที่คู่แข่งที่สำคัญคือเวียดนาม ลดค่าเงินลง 2 ครั้ง รวม 2% ทำให้ราคาข้าวลดลงเฉลี่ยตันละ 7-8 ดอลลาร์ ซึ่งรัฐบาลควรเร่งเข้ามาดูแลไม่ให้ค่าเงินผันผวนและแข็งค่ากว่าประเทศคู่แข่ง

สมาคมยังประเมินว่าปีนี้ราคาข้าวไทยเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ คือ มีแนวโน้มสูงกว่าคู่แข่ง โดยข้าวขาว 100% ราคาเฉลี่ยปัจจุบันตันละ 415-425 ดอลลาร์ ส่วนข้าวเวียดนาม 360-370 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มว่าเวียดนามจะลดราคาอีก เพราะผลผลิต มี.ค.ที่จะออกสู่ตลาดมีปริมาณมาก และเวียดนามก็ประเมินว่าราคาข้าวไทยไม่น่าจะปรับตัวสูงขึ้นอีกเพราะไทยมีสต็อกข้าว 18 ล้านตันที่พร้อมจำหน่าย ทำให้แนวโน้มจากนี้จะมีความพยายามแข่งขันด้านราคามากขึ้น

"ถ้าข้าวไทยเฉลี่ยตันละ 400-420 ดอลลาร์ หรือคำนวณเป็นข้าวเปลือก ที่ตันละ 8,000 บาท เป็นราคาที่เหมาะสมแข่งขันได้ และชาวนาอยู่ได้ ต้องมาหาช่องดูว่าอย่าให้เงินบาทแข็งค่าเกินไป เพื่อไม่ทำให้ราคาขายสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น"

ปัจจัยเหล่านี้สมาคมฯจึงมองว่าปีนี้น่าจะส่งออกได้ 10 ล้านตันไม่ถึง 11.3 ล้านตัน อย่างที่กระทรวงเกษตรสหรัฐ หรือ USDA คาดการณ์ไว้ เพราะ USDA น่าจะประเมินการส่งออกข้าวของไทยจากปริมาณสต็อกที่มีอยู่

ส่วนเป้าหมายที่รัฐบาลจะระบายข้าวปีนี้ 10 ล้านตัน มองว่ามีความเป็นไปได้ 6-7 ล้านตัน หากระบายข้าวเสื่อม 2-3 ล้านตันให้อุตสาหกรรมอาหารสัตว์ เอทานอลหรือทำเหล้า ข้าวดีอีก 2-3 ล้านตัน รัฐก็จะระบายผ่านช่องทางปกติทั้งจีทูจีและประมูล 2-3 ล้านตัน เมื่อรวมกับการค้าปกติของเอกชนก็จะไม่เกิน 10 ล้านตัน

ร.ต.ท.เจริญ กล่าวว่า ด้านผลผลิตข้าวในประเทศ ที่ปีนี้ประเมินว่า ข้าวนาปรังจะลดลงประมาณ 30% จากปัญหาภัยแล้ง นโยบายลดพื้นที่ปลูกและราคาไม่จูงใจ จะทำให้มีผลผลิตเพียง 2 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งจะส่งผลให้ข้าวในสต็อกรัฐมีช่องทางระบายและแนวโน้มราคายังมีเสถียรภาพ

สำหรับตลาดข้าวที่สำคัญของไทย ได้แก่ แอฟริกาที่มีส่วนแบ่งตลาด 63% และมีการส่งออกเพิ่มขึ้น 20% ตลาดเอเชีย ส่วนแบ่งตลาด 22% ส่งออกเพิ่มขึ้น 29% ตลาดสำคัญ คือ จีนปีนี้มีการนำเข้าเพิ่มขึ้น 10.3% ปริมาณรวม 4.3 ล้านตัน ส่วนฟิลิปปินส์ ปริมาณ 1.7 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 30%

นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า เป้าส่งออกข้าวปีนี้ที่กำหนด 10 ล้านตัน เพราะไทยจะสูญเสียตลาดข้าวให้กับประเทศคู่แข่งในส่วนของข้าวขาวและข้าวนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันราคาข้าวประเทศคู่แข่งต่ำกว่าไทยมาก แม้ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายระบายข้าวสต็อกในปีนี้ 10 ล้านตัน แต่เชื่อว่าจะสามารถระบายได้จริงไม่เกิน 3 ล้านตัน ซึ่งไม่รวมการขายแบบจีทูจี เพราะหากระบายมากจะกระทบกับราคาภายในประเทศ ล่าสุดการส่งออกข้าวเดือนม.ค.ทำได้ 7-7.5 แสนตัน

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า ช่วงปลายปี 2557 สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทยคาดการณ์ว่าปี 2558 ไทยจะส่งออกข้าวไทย 11 ล้านตัน ส่วนกระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้า 10-11 ล้านตัน