วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีจีเร่งแยก'นอนคอร์'ครัวการบิน-ฝ่ายช่าง

การบินไทยเดินหน้าตามแผนปรับโครงสร้าง เตรียมแยกหน่วยธุรกิจที่มีความสามารถสร้างรายได้เป็นบริษัทย่อย

เปิดทางพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญร่วมถือหุ้น หวังผลักดันหน่วยธุรกิจยืนได้ด้วยตัวเอง-ลดภาระบริษัทแม่

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) หรือ THAI ให้สัมภาษณ์ว่าบริษัทอยู่ระหว่างการพิจารณาแผนการปรับโครงสร้างภายในตามแผนฟื้นฟู ส่วนที่จะเร่งด่วนที่สุดคือการตัดลดต้นทุนค่าใช้จ่ายออกไป ทั้งนี้มีแนวคิดเกี่ยวกับการตัดหน่วยงานที่ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก (non-core) ออกไป แต่ต้องพิจารณาก่อนว่าแต่ละหน่วยงานที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักมีศักยภาพที่แฝงอยู่หรือไม่

ในส่วนของหน่วยธุรกิจที่ประเมินแล้วว่า ไม่มีศักยภาพในการเติบโตด้วยตัวเอง ก็อาจจะพิจารณาขายออกไป แต่ต้องประเมินด้วยว่าบริษัทมีความต้องการเงินสดมากน้อยแค่ไหน ขายให้กับใคร และราคาตลาดเป็นอย่างไร

เล็งแยกครัว-ฝ่ายช่างตั้งบริษัทใหม่

"จริงๆธุรกิจหลักของการบินนั่นคือการนำเครื่องบินขึ้น-เครื่องบินลง และขายตั๋วเท่านั้น " นายจรัมพร ระบุ

ส่วนธุรกิจอื่นๆ เช่น เคเตอร์ริ่ง หรือ ครัวการบินเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชั้นนำของโลก ทั้งในเรื่องของการให้บริการอาหารบนเครื่องบิน และการบริการภาคพื้นดิน โดยมีบริการดังนี้ อาหารชั้นเลิศ, การบริการสายการบิน, การรับส่งผลิตภัณฑ์, ภัตตาคาร, การบริการจัดเลี้ยง ก่อตั้งเมื่อปี 2503 ส่วนซ่อมบำรุงหรือฝ่ายช่างเป็นการให้บริการงานซ่อมบำรุงอากาศยาน การซ่อมบำรุงระดับลานจอดของเครื่องบิน เครื่องยนต์ เครื่องวัด และอุปกรณ์ประจำเครื่องบิน จะไม่เรียกว่าเป็นคอร์บิสิเนส แต่ในการบินไทย ทั้งเคเตอร์ริ่งและซ่อมบำรุงอยู่กับบริษัทมานานมาก ต้องมาพิจารณาดูว่า หากจะผลักดันให้ธุรกิจนี้แยกออกเป็นอีกหนึ่งบริษัท คือตั้งบริษัทย่อยที่การบินไทยถือหุ้น100% หรือให้พันธมิตรมาร่วมถือหุ้นเพื่อให้กลายเป็นบริษัทที่อยู่ได้ด้วยตัวเอง จะดีมากน้อยแค่ไหน ควรทำอย่างไร

รองรับซ่อมสายการบินต้นทุนต่ำ

นายจรัมพร เชื่อว่าแนวโน้มของธุรกิจให้บริการซ่อมบำรุงมีแนวโน้มที่เติบโตได้อีก เนื่องจากการพัฒนาของอุตสาหกรรมการบินในประเทศจะมีการขยายตัวอย่างมาก โดยเฉพาะสายการบินต้นทุนต่ำ ส่วนใหญ่เน้นเพิ่มจำนวนเครื่องบิน เพื่อเพิ่มเส้นทางการบิน ส่วนที่ขยายไม่ทันคือการซ่อมบำรุงซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญมาก ทั้งนี้ประเมินว่าในระยะเวลา10 ปี ความต้องการการซ่อมบำรุงเครื่องบินอย่างมีประสิทธิภาพจะอยู่ในระดับสูง

ในส่วนของฝ่ายซ่อมบำรุงขณะนี้ให้บริการเฉพาะการบินไทยเท่านั้น หากแยกมาจัดตั้งบริษัทย่อยการบินไทยถือหุ้น100% หรือดึงพันธมิตรอื่นมาถือหุ้น น่าจะเป็นความแนวคิดที่น่าสนใจ เนื่องจากไทยมี 2 สนามบินคือ สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินดอนเมือง ธุรกิจซ่อมบำรุงเครื่องบินก็สามารถแบ่งการให้บริการ 2 สนามบินได้ ทำให้เจาะตลาดสายการบินต้นทุนต่ำได้ให้บริการกับสายการบินฟูลเซอร์วิสได้เช่นกัน

“เรื่องซ่อมบำรุงต้องศึกษาความซับซ้อนของธุรกิจ ต้องดูว่าเมื่อตั้งเป็นบริษัทย่อยแล้วแข่งกับใคร ยกตัวอย่างสายการบินสิงคโปร์ มีโครงสร้างการจอยท์เวนเจอร์ เป็นหลัก กว่า 50 บริษัท ถ้าการบินไทยจะทำแบบนั้นอาจต้องใช้เวลากว่า 10 ปี เราต้องดูว่าทำแบบไหนดีที่สุด”นายจรัมพร กล่าว

สำหรับธุรกิจเคเตอร์ริ่ง ต้องพิจารณาเพิ่มว่าหากแยกเป็นบริษัทย่อย สามารถหารายได้จากที่ไหนบ้าง หากบริษัทตัดธุรกิจนี้ออก จ้างเคเตอร์ริ่งที่คุณภาพจากโรงแรม จะมีผลดีผลเสียอย่างไรต่อรายได้และค่าใช้จ่ายของการบินไทย

ชี้ลดค่าใช้จ่ายได้30%ไม่แตะคน

นายจรัมพร กล่าวถึงแผนการลดบุคลากร 5,000 คน เป็นอีกแผนการดำเนินงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ตามแผนแล้วจะมีกรอบชัดเจนว่าต้องลดค่าใช้จ่าย 20-30% ถ้าจะลดค่าใช้จ่ายในทุกๆ ด้านตามอัตราส่วน ในส่วนของบุคลากรประมาณ 25,000 คน หากจะลดค่าใช้จ่าย 20-30% คือต้องลดบุคลากร 5,000 คน ยืนยันเป้าหมายหลักของการบินไทยคือการลดค่าใช้จ่าย ไม่ใช่ลดบุคลากร

"การลดค่าใช้จ่ายจะเรียงลำดับความสำคัญว่าส่วนไหนจำเป็นที่สุด ไล่ลำดับกันมา กว่าจะถึงจุดที่ต้องลดบุคลากร ก็ต้องพิจารณากับหน่วยงานบริหารทรัพยากรบุคคลด้วย ท้ายที่สุดจะออกมาเป็นแพ็คเกจตามความสมัครใจ"

แบ่ง3ช่วงแก้วิกฤติบินไทย

สำหรับแผนการปรับโครงสร้างภายในของการบินไทย แบ่งเป็น 3 ช่วง ช่วงแรกคือการลดขาดทุน (stop bleeding) ประเมินว่าจะใช้เวลา1 ปี คือปี 2558 แต่ต้องยอมรับว่าปัจจุบัน การบินไทยยังบินอยู่ในเส้นทางการบินที่ขาดทุอยู่หลายเส้นทาง แผนการดำเนินงานในส่วนนี้ก็คือการลดเส้นทางการที่ขาดทุน เพื่อเพิ่มจำนวนการบินในเส้นทางการบินที่มีกำไร

ช่วงที่ 2 ปรับตัวให้การบินไทยมีความแข็งแกร่ง ใช้เวลา 2 ปีคือปี 2558-2559 ในระยะนี้ สิ่งที่จะดำเนินการคือการลดค่าใช้จ่ายทุกๆที่เกี่ยวข้อง ยอมรับว่ากว่าจะเห็นการลดค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนจะใช้เวลา ช่วงที่ 3 การบินไทยจะกลับไปสู่ภาวะการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในแผนระยะที่ 3 บริษัทจะเร่งหารายได้เพิ่ม อาทิเช่น การขายผ่านอินเทอร์เน็ต ปัจจุบันอยู่ที่ 10% น่าจะเพิ่มเป็น 30% คาดจะเริ่มเห็นการเติบโตของบริษัทอีกครั้งปี2560