วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อพท.ชูโลว์คาร์บอนดันรายได้ชุมชนปี58

อพท.ชูท่องเที่ยวโลว์คาร์บอนดันรายได้ชุมชน พร้อมส่งต่อ ททท.บูรณาการขยายตลาดต่างประเทศ

นายนาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. กล่าวว่า ในปี 2558 เตรียมสานต่อแผนยุทธศาสตร์สร้างรายได้จากการพัฒนาการท่องเที่ยวชุมชน 6 พื้นที่พิเศษ โดยจะมีการยกระดับความร่วมมือสู่ระดับเทศบาลและระดับตำบลเพื่อขยายประโยชน์จากการท่องเที่ยวในวงกว้างมากขึ้น ภายใต้งบประมาณ 338 ล้านบาท ผ่าน 66 โครงการ

ทั้งนี้ แนวคิดการพัฒนาการท่องเที่ยวภายใต้ 3 กระบวนการ คือ ดึงชุมชน รวมถึงองค์กรทั้งในและต่างประเทศมามีส่วนร่วมคิดและร่วมทำในรูปแบบภาคีเครือข่าย สร้างกระแสท่องเที่ยวเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ โลว์ คาร์บอน ทัวริสซึ่ม โดยหลังจากที่ อพท.พัฒนาสินค้าท่องเที่ยวเรียบร้อยแล้วจะบูรณาการต่อยอดกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมไทยท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และผจญภัย (ทีต้า) เพื่อนำโปรแกรมนำเที่ยวในพื้นที่พิเศษไปเสนอขายตลาดต่างประเทศ เพื่อทำให้การพัฒนาท่องเที่ยว และการทำการตลาดไปในทิศทางเดียวกัน สุดท้ายเน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ หรือ ครีเอทีฟ ทัวริสซึ่ม

ขณะที่การที่ตัดสินใจลงสมัครรับคัดเลือกเข้าเป็นผู้ว่าการ ททท.คนใหม่ ชูนโยบาย 2 เรื่องหลัก เรื่องแรกการเป็นคนกลางที่พร้อมเข้ามาประสานการทำงานระหว่างหน่วยงานด้านอุปทาน (Supply Side) ที่ทำงานดูแลและพัฒนาความพร้อมสินค้าท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างๆ ทั่วไทย กับหน่วยงานด้านอุปสงค์ โดยอาศัยประสบการณ์การทำงานกับ อพท.11 ปี ในเรื่องการพัฒนาสินค้าท่องเที่ยว ประสานกับการทำงานใน ททท.

เรื่องที่สอง การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การตลาดท่องเที่ยวของไทยให้มุ่งเน้นการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ มุ่งกระตุ้นค่าใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยว โดยรอบ 11 ปีที่ผ่านมา ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของชาวต่างชาติเพิ่มขึ้น 16% แต่หากพิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น 2-3% ทุกปี เท่ากับว่าอัตราค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวดังกล่าวแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย แต่ยังติดลบมามากกว่า 10 ปี ดังนั้น การทำตลาดท่องเที่ยวในระดับต่อไป ก็จะต้องคัดเลือกตลาดที่มีศักยภาพ ควบคู่ไปกับการพิจารณาขีดความสามารถในการรองรับที่เหมาะสมของแต่ละพื้นที่ด้วย เพื่อให้ไทยยังคงแข่งขันได้เมือเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่มีคู่แข่งเริ่มวางจุดแข็งท่องเที่ยวของตัวเอง

“ด้านอุปสงค์ของการท่องเที่ยวไทยไม่ได้มีปัญหา ความต้องการเดินทางของไทยยังสูง เป็นไปตามแนวโน้มที่องค์กรการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นดับเบิลยูทีโอ) ประเมินไว้ว่า การท่องเที่ยวทั่วโลกจะขยายตัว 7-8% โดยมีเอเชียที่เติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ย แต่สิ่งที่ยังต้องเข้ามากำกับทิศทางคือ อุปทาน ต้องมีความพร้อม ก่อนที่จะนำการตลาดเอาคนลงไปท่องเที่ยวในพื้นที่ "