วันพฤหัสบดี ที่ 7 พฤษภาคม 2569

Login
Login

เจนโก้จัดสรรพีพีให้หุ้นใหญ่เอเวอร์

เจนโก้จัดสรรพีพีให้หุ้นใหญ่เอเวอร์

"เจนโก้"ขายหุ้นพีพีให้นักลงทุน 7 ราย โดยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของ"ซุปเปอร์-เอเวอร์" แจงเหตุขายพีพีเพราะทำได้เร็ว

บริษัท บริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จำกัด (มหาชน) หรือ GENCO แจ้งว่า ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้ขอให้บริษัทฯ ชี้แจงข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัดจำนวน 1,150,ล้านหุ้นนั้น บริษัทขอชี้แจงเพิ่มเติมดังนี้ เหตุผลและความจำเป็นในการเพิ่มทุนให้กับบุคคลในวงจำกัด โดยไม่เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนโดยให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิม เนื่องจากบริษัทมีวัตถุประสงค์ให้บริษัทสามารถเข้าถึงกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายได้ตรงตามความต้องการ

"นักลงทุนกลุ่มนี้ มีประสบการณ์ในธุรกิจที่บริษัททำอยู่ และเข้าใจในธุรกิจของบริษัทเป็นอย่างดี และเป็นการขยายฐานนักลงทุนรายใหม่ให้กับบริษัท รวมถึงสรรหาพันธมิตรทางธุรกิจ ที่จะส่งเสริมด้านการดำเนินธุรกิจและการเงินได้"

นอกจากนี้ การเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไป มีขั้นตอนที่มากกว่า และให้ระยะเวลาในการดำเนินการนาน ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายสูง

สำหรับนักลงทุนที่ได้รับจัดสรร ประกอบด้วย นางดาราณี อัตตะนันทน์ 500 ล้านหุ้น นางมธุรส โลจายะ 150 ล้านหุ้น นายภูวสิษฎ์ เชฎฐ์อุดมลาภ 100ล้านหุ้น นายทัศนัย สุทัศน์ ณ อยุธยา 50 ล้านหุ้น นายไพโรจน์ ศิริรัตน์ 50 ล้านหุ้น และนางสาววีรวัลย์ เซี่ยงว่อง 50 ล้านหุ้น

การระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำให้แก่บุคคลในวงจำกัด เป็นวิธีระดมทุนที่เหมาะสมและรวดเร็ว ส่วนการเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนการถือหุ้น มีความไม่แน่นอนว่าบริษัทจะได้รับการสนับสนุนจากผู้ถือหุ้นเดิมมากน้อยเพียงใด และผู้ถือหุ้นเดิมอาจไม่พร้อมซื้อหุ้นเพิ่มทุนทั้งจำนวน สำหรับจำนวนเงินที่คาดจะได้รับ 2,300 ล้านบาท ภายใน 1 ปี นับจากวันที่ได้รับมติจากการประชุมผู้ถือหุ้น

ส่วนแผนใช้เงินเพิ่มทุนนั้น บริษัทต้องการนำไปคืนหนี้เงินกู้บางส่วน หรือทั้งหมดที่จะครบกำหนดปีนี้ ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 300 ล้านบาท และใช้ลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทได้ลงทุนผ่านบริษัทย่อย 1,000 ล้านบาท ภายใน 12 เดือน นับจากวันที่ที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการเพิ่มทุนครั้งนี้ และเพื่อใช้เป็นเงินลงทุนร่วมทุนโครงการจัดการสิ่งแวดล้อม พลังงานขยะ หรือพลังงานทางเลือก ซึ่งสร้างรายได้และเพิ่มกำไรให้บริษัทได้ในอนาคต 1,000 ล้านบาท โดยเริ่มใช้เงินลงทุนภายใน 12 เดือน โครงการนี้อยู่ระหว่างเจรจาและยังไม่ได้ข้อสรุป

ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สูงสุดในทางธุรกิจของบริษัท จึงขอสงวนสิทธิ์เปิดเผยข้อมูลรายละเอียดต่างๆ จนกว่าการเจรจาจะดำเนินการแล้วเสร็จ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีความเห็นว่า การเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในราคาต่ำให้แก่บุคคลในวงจำกัดครั้งนี้ เป็นประโยชน์ต่อบริษัท เพราะมีความต้องการเงินทุน เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนทั่วไปของบริษัท และเพื่อรองรับการขยายธุรกิจและการลงทุนในโครงการต่างๆ ของบริษัท

นอกจากนี้ การระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่นี้ ช่วยทำให้บริษัทมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้บริษัทมีความพร้อมสำหรับโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในอนาคต

การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ที่ 2 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาที่เกิดจากการเจรจาระหว่างบริษัทและนักลงทุนนั้น เป็นราคาที่เหมาะสมแล้ว ทั้งนี้เนื่องจากราคาดังกล่าวเป็นราคาที่สูงกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัทถึง 1.61 เท่า เมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชีของบริษัทที่แสดงในงบการเงินสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.2557ซึ่งมีมูลค่า 1.24 บาทต่อหุ้น

สำหรับราคาตลาดของหุ้นสามัญของบริษัท ณ ปัจจุบัน ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 4.17 บาทนั้น (ราคาตลาด หมายถึง ราคาถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของหุ้นของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยย้อนหลัง 15 วันทาการก่อนวันประชุมคณะกรรมการบริษัท) เป็นราคาที่ไม่สามารถสะท้อนผลประกอบการที่แท้จริงของบริษัทได้และอาจเป็นราคาที่สูงกว่าราคาที่แท้จริงของหุ้นของบริษัท ทั้งนี้เนื่องจาก เมื่อพิจารณาผล

ประกอบการสะสมทั้ง 3 ไตรมาสปี 2557 ของบริษัท จะเห็นได้ว่าบริษัทมีผลประกอบการขาดทุนสุทธิ 3.43 ล้านบาท ดังนี้เม็ดเงินที่จะได้จากการระดมทุนโดยการเสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ในครั้งนี้ จะสามารถช่วยลดภาระ และต้นทุนทางการเงินของบริษัทได้ตลอด จนช่วยส่งเสริมฐานะทางการเงิน และการเจริญเติบโตของบริษัทได้ต่อไปในอนาคต