อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ เร่งสยายปีก พร้อมผนึกพันธมิตรบุกต่างประเทศ เจาะพื้นที่เศรษฐกิจ-เมืองท่องเที่ยว
นางสาวกฤษชนก ปัทมสัตยาสนธิ กรรมการผู้จัดการบริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด กล่าวถึงแผนธุรกิจปีนี้ว่า จัดสรรงบประมาณ 1,500 ล้านบาท ขยายสาขา 3-4 แห่ง มุ่งเปิดสาขาหัวเมืองหลัก หัวเมืองรอง และเมืองท่องเที่ยว ซึ่งยังมีการเติบโตของตลาดในทิศทางที่ดี โดยไตรมาสแรก กำหนดเปิดบริการสาขาหาดใหญ่ ลงทุนกว่า 400 ล้านบาท เป็นสาขาที่ 2 ในภาคใต้ต่อจากภูเก็ต นับเป็นพื้นที่ที่มีกำลังซื้อสูงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของภาคใต้ มีโครงสร้างพื้นฐานรองรับการขยายธุรกิจในทุกๆ ด้าน และมีกำลังซื้อจากจังหวัดใกล้เคียง เช่น ตรัง ปัตตานี ยะลา พัทลุง สตูล ไตรมาสสอง มีแผนการเปิดสาขาสุราษฏร์ธานี ศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของภาคใต้ตอนบน ที่มีการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง โดยใช้งบลงทุนกว่า 350 ล้านบาท
ด้านตลาดต่างประเทศ อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรธุรกิจในหลายๆ ประเทศ ที่มีศักยภาพต่อการลงทุน โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของกำลังซื้อและพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่ต้องศึกษาอย่างละเอียด ตลอดจนศักยภาพการเติบโตของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศนั้นๆ เพื่อลดอัตราเสี่ยงในด้านต่างๆ กลุ่มประเทศที่ให้ความสนใจและมีศักยภาพค่อนข้างสูง ได้แก่ กลุ่มประเทศในอาเซียน นอกจากมาเลเซียแล้ว ยังมีประเทศฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย ซึ่งหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เชื่อว่าการขยายธุรกิจในอาเซียนจะง่ายยิ่งขึ้น โดยรูปแบบการลงทุนอาจจะเป็นการขายแฟรนไชส์ หรือการร่วมทุนทั้งกลุ่มทุนท้องถิ่นและกลุ่มทุนระดับภูมิภาค
ทั้งนี้ อินเด็กซ์ฯ มีแผนขยายสาขาในมาเลเซีย 1 แห่ง ที่รัฐเซลังงอ เดือน ธ.ค.นี้ ภายใต้การร่วมทุนกับพันธมิตรกลุ่มอิออน ผู้ดำเนินธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของญี่ปุ่น เพิ่มจากเดิมมีสาขา 1 แห่ง ที่เมืองปุตราจายา ในระยะยาวมีแผนงานขยายสาขาอินเด็กซ์ฯ ในมาเลเซีย 30 สาขา ภายใน 15-20 ปี
พร้อมกันนี้ ได้เซ็นสัญญากับ บริษัท เอสเอ็ม กรุ๊ป ซึ่งดำเนินธุรกิจค้าปลีก อสังหาริมทรัพย์ และธนาคารรายใหญ่ ในฟิลิปปินส์ เตรียมเปิดสาขาแรก ไตรมาส 1 ปี 2559
อย่างไรก็ตาม สำหรับภาวะเศรษฐกิจปีนี้มีโอกาสขยายตัวแต่อาจอยู่ในกรอบที่จำกัด ธุรกิจต่างๆ จึงต้องใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เข้มข้นยิ่งขึ้นเพื่อกระตุ้นยอดขาย โดยคงต้องประเมินสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ ทั้งปัจจัยด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยซึ่งมีผลต่อตลาดเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านนั้น จากข้อมูลศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ คาดว่าทิศทางภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ เติบโต 5% ในปีนี้ ภายใต้เงื่อนไขไม่มีเหตุการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกที่เข้ามากระทบต่อเศรษฐกิจไทย โดยตลาดเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านจะได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของภาคอสังหาฯ เช่นเดียวกัน
"ความชัดเจนทางการเมืองน่าจะช่วยเพิ่มอารมณ์ในการจับจ่ายของผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฟอร์นิเจอร์ในกลุ่มคอนโดมิเนียม และเฟอร์นิเจอร์สำนักงาน จะเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตในทิศทางที่ดีกว่ากลุ่มบ้านเดี่ยวหรือทาวน์เฮาส์ สำหรับพฤติกรรมการเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ของผู้บริโภค ยังคงให้ความสำคัญในด้านฟังก์ชั่นการใช้งาน ดีไซน์และราคา เป็นตัวตัดสินใจซื้อ ผู้ประกอบการอาจต้องจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต่างๆ ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น"
ภาพรวมตลาดเฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้านในปี 2557 มูลค่า 8 หมื่นล้านบาท อยู่ในภาวะทรงตัว โดยมีปัจจัยหลักจากการชะลอการลงทุนของกลุ่มธุรกิจอสังหาฯ โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนพื้นที่หัวเมืองหลักและเมืองท่องเที่ยวยังคงอยู่ในทิศทางที่ดี
สำหรับผลประกอบการของ อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ ในที่ผ่านมา มียอดขาย 9,000 ล้านบาท เติบโต 5% ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 1 หมื่นล้านบาท เติบโต 10% โดยจัดสรรงบ 300 ล้านบาททำการตลาดเชิงรุก ซึ่งได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการส่งเสริมการขายให้มีความหลากหลายและมีสีสันเพื่อสร้างความแปลกใหม่ การสร้างลอยัลตี้โปรแกรม คาดไตรมาสแรกนี้จะมียอดขาย 2,600 ล้านบาท






