วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลอสต์อินไทยแลนด์2ปักหลักถ่าย'เยาวราช'

ลอสต์อินไทยแลนด์ ภาค 2 จ่อยึดทำเล "เยาวราช" ถ่ายทำ กรมการท่องเที่ยวไฟเขียวสนับสนุนโปรโมทท่องเที่ยว

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กรมการท่องเที่ยว เตรียมจัดเทศกาลภาพยนตร์ต่างประเทศที่ถ่ายทำในประเทศไทย ครั้งที่ 3 วันที่ 4-12 ก.พ.นี้ เน้นนำเสนอความพร้อมของไทยในฐานะโลเกชั่นถ่ายทำภาพยนตร์สร้างการรับรู้ในกลุ่มผู้ผลิตต่างชาติ โดยปีนี้จะชูแหล่งท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้ามพลาดเป็นจุดหมายหลัก ควบคู่กับการแสดงภาพโลเกชั่นของไทยที่เคยปรากฎอยู่ในภาพยนตร์นานาชาติที่มีชื่อเสียงอื่นๆ

นายอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ขณะนี้กองกิจการภาพยนตร์อยู่ระหว่างเตรียมการอนุมัติสนับสนุนโครงการสร้างภาพยนตร์ “ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ ภาค 2” ของบริษัทภาพยนตร์จากประเทศจีนที่เคยมาถ่ายทำภาคแรกที่ จ.เชียงใหม่ ก่อให้เกิดกระแสความนิยมของนักท่องเที่ยวเดินทางมายังภาคเหนือล้นหลาม

"ทีมงานได้นำบทภาพยนตร์ไปปรับแก้ไขตามที่คณะกรรมการกองฯ นำเสนอไป คาดเริ่มเปิดกล้องถ่ายทำภายใน มี.ค.-เม.ย.นี้ ฉายช่วงปลายปี ครั้งนี้ทีมงานได้เลือกโลเกชั่นเยาวราช เป็นสถานที่หลักถ่ายทำ"

กองกิจการภาพยนตร์ทำเรื่องไปยังคณะกรรมการเศรษฐกิจการคลัง ให้พิจารณามาตรการส่งเสริมกองถ่ายทำจากต่างประเทศ ด้วยการให้สิทธิประโยชน์พิเศษ (อินเซนทีฟ) ด้านการคืนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นระหว่างการถ่ายทำในประเทศไทย ในระดับประมาณ 15-20% เพื่อให้ไทยแข่งขันได้กับประเทศในอาเซียน ที่มีแหล่งท่องเที่ยวและฉากหลังคล้ายคลึงกัน ทั้งเชิงธรรมชาติและวัฒนธรรม เป็นตัวเลือกที่ใกล้เคียงกันในสายตาชาวต่างชาติ

ปัจจุบันมาเลเซีย ที่มีแนวคิดเชิงรุกในการส่งเสริมกองถ่ายต่างประเทศในอาเซียน ได้ออกมาตรการคืนเงินค่าใช้จ่ายระหว่างถ่ายทำ เช่น ค่าเช่าสถานที่ อุปกรณ์ถ่ายทำ ที่พัก ฯลฯ ในอัตราประมาณ 20% ดังนั้นไทยจึงจำเป็นต้องพิจารณาอินเซนทีฟเหล่านี้ เพื่อรักษาความได้เปรียบ

“ไทยมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างคุ้มค่ากว่าที่จุดหมายอื่นๆ ในเอเชียราว 20% แต่สำหรับจุดหมายที่มีโลเกชั่นใกล้เคียงกันอย่างในประเทศอาเซียน มาตรการอินเซนทีฟจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กองถ่ายต่างชาตินำมาใช้ตัดสินใจเลือกสถานที่ถ่ายทำด้วย”

ในปี 2557 ไทยมีรายได้จากกองถ่ายภาพยนตร์ต่างชาติ 1,934 ล้านบาท จากการถ่ายทำภาพยนตร์ทุกประเภท 600 เรื่อง ลดลงจากปีก่อนหน้า ที่มีรายได้ 2,000 ล้านบาท โดยประเทศที่สร้างรายได้ให้มากสุด คือ อังกฤษ สหรัฐ อินเดีย จีน และฮ่องกง ในปี 2558 ตั้งเป้ารายได้เติบโต 5-10%