การเข้าซื้อกิจการ HEMRAJ ดูจะเป็นไปได้ด้วยดี - เพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น WHA อย่างแน่นอน
ประเด็นการลงทุน
เราเข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์กับ WHA วานนี้ โดยผู้บริหารได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าซื้อกิจการ HEMRAJ เพิ่มเติม ซึ่งเราเชื่อว่าการเข้าซื้อจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้แก่ผู้ถือหุ้น WHA ได้ทันทีในเชิงราคาหุ้น โดยเราคาดมูลค่าจะมีอัพไซด์ราว 22-31% หากบริษัทซื้อหุ้นของ HEMRAJ ในสัดส่วน 51% ถึง 100% (ซึ่งจะช่วยหนุนให้ราคา WHA ปรับขึ้นไปเป็น 37.75-40.55 บาทต่อหุ้น) เราวิเคราะห์โดยอ้างอิงจาก PER ระยะยาวที่ 15 เท่าสำหรับ HEMRAJ และ 21.8 เท่าสำหรับ WHA เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ที่ 37.75 บาท
เปิดเผยรายละเอียดการเข้าซื้อกิจการและแผนธุรกิจ
บริษัทกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญใหม่ต่อผู้ถือหุ้นเดิม (RO) ที่ 25.50 บาทต่อหุ้น โดนมีอัตราการใช้สิทธิ 2.75 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ด้วยหุ้นเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 359.5 ล้านหุ้น เงื่อนไขสำหรับ WHA-W1 ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนการจัดหาเงินกู้จะแบ่งเป็นสองส่วน คือ สัญญาเงินกู้ระยะสั้นอายุ 2 ปีจำนวน 28,235 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวอายุ 7 ปี 6,500 ล้านบาท การอนุมัติขั้นสุดท้ายจะมีขื้นในประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 5 ก.พ. ระยะเวลาจองซื้อ RO จะอยู่ระหว่างวันที่ 24 ก.พ.–2 มี.ค. และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ HEMRAJ จะเริ่มในวันที่ 6 มี.ค.–10 เม.ย. นอกจากนี้ WHA ยังกล่าวว่าบริษัทจะเริ่มเสนอโรงงาน Built-to-suit ให้เช่า และโกดังสินค้าให้เช้าเชิง low-end หลังเข้าซื้อกิจการอีกด้วย
ไม่น่ากังวลต่อการจัดสรรเงินทุน การเสนอซื้อหลักทรัพย์ หรือการจ่ายคืนเงินกู้
เราเชื่อว่า WHA จะประสบความสำเร็จในการดำเนินการเข้าซื้อได้ด้วยดี บริษัทจะมีความจำเป็นต้องจ่ายคืนเงินกู้สำหรับการเข้าซื้อกิจการ โดยจะขายสินทรัพย์ที่ไม่ใช่รายการหลักออกไป รวมกับรายได้จากการขายโกดัง โรงงาน และพื้นที่สำนักงานเข้ากอง REIT เราประเมินว่า ณ สิ้นเดือนก.ย. 2557 สินทรัพย์รวมระหว่าง HEMRAJ และ WHA ที่สามารถขายให้แก่กอง REIT ได้แล้วมีพื้นที่อยู่ 660,000 ตารางเมตร นอกจากนี้ เรายังคาดว่าธุรกิจโกดังหลักของ WHA จะเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งในปี 2558 ซึ่งจะช่วยเพิ่มขนาดสินทรัพย์ที่เช่าเพิ่มของบริษัทได้
ยังเร็วเกินไปที่จะประเมินผลประโยชน์จากการเข้าซื้อกิจการ
ผลประโยชน์ที่บริษัทจะได้รับจากการควบรวมได้แก่ การแชร์ฐานลูกค้าร่วมกัน อำนาจต่อรองด้านการก่อสร้างที่มากขึ้น การจัดซื้อและการเงิน รวมถึงความสามารถในการให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ เช่น พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม การปล่อยเช่าโรงงาน และศูนย์กระจายสินค้า อย่างไรก็ตาม ณ ตอนนี้ยังคงเร็วเกินไปที่จะประเมินผลประโยชน์จากการควบรวมหรือกำหนดว่าจะเริ่มรับรู้ผลประโยชน์ดังกล่าวเมื่อใด และเราก็คาดว่ายอดขายพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมและยอดปล่อยเช่าโรงงานคาดจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 อย่างเร็วที่สุดอีกด้วย









