วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โตโยต้า'ลุยตลาดซีแอลเอ็มวี การเมืองฉุดยอดรถยนต์ร่วง

"เศรษฐกิจ-การเมือง" พ่นพิษ "โตโยต้า" เผยภาพรวมยอดขายรถยนต์ในไทยปี 57 ร่วง 33.7% เหลือ 8.8 แสนคัน

คาดภาพรวมยอดขายปีนี้แตะ 9.2 แสนคัน เปิดกลยุทธ์ธุรกิจปีนี้บุกตลาดซีแอลเอ็มวีควบคู่ไทย ตั้งเป้าผู้นำธุรกิจรถยนต์ลุ่มน้ำโขง ด้านส.อ.ท.แจงยอดผลิตรถยนต์ปี 57 ต่ำเป้า เล็งทบทวนเป้าผลิตปีนี้ใหม่

ปัญหาการเมืองประเทศในปีที่ผ่านมา ฉุดให้เกือบทุกธุรกิจเผชิญภาวะยอดขายตกต่ำ ล่าสุดธุรกิจยานยนต์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งธุรกิจหลักของไทย สรุปภาพรวมยอดขายรถยนต์ในประเทศทั้งปี พบยอดขายร่วงหนัก 33.7%

นายเคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์และจำหน่ายรถยนต์โตโยต้า เปิดเผยถึงภาพรวมยอดขายรถยนต์ในประเทศไทยปี 2557 ว่า มียอดขายอยู่ที่ 881,832 คัน ลดลงจากปีก่อน 33.7% โดยโตโยต้ามียอดขาย 327,027 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 37.1% อีซูซุ 160,286 คัน หรือ 18.2% ฮอนด้า 106,482 คัน หรือ 12.1%

เนื่องจากปัจจัยลบต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาการเมือง ราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาข้าวและยางพารา รวมถึงการปรับสมดุลของอุตสาหกรรมรถยนต์สู่ภาวะปกติหลังสิ้นสุดโครงการรถยนต์คันแรก

โตโยต้ารั้งแชมป์ยอดขาย

ขณะที่ ตลาดรถยนต์นั่ง ยอดขายรวมอยู่ที่ 369,839 คัน ลดลง 41.4% โดยโตโยต้ามียอดขาย 151,763 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 41.% ตามมาด้วย ฮอนด้า 151,763 คัน หรือ 25.5% นิสสัน 30,580 คัน หรือ 8.3% ขณะที่รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มียอดขายรวม 511,993 คัน ลดลง 26.8% โตโยต้ามียอดขาย 175,264 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 31.4% อีซูซุ 160,286 คัน หรือ 22.3% มิตซูบิชิ 39,468 คัน หรือ 7.7%

ส่วนรถปิกอัพ 1 ตัน (รวมรถดัดแปลง) มียอดขายรวม 420,829 คัน ลดลง 28.4% โตโยต้ามียอดขายที่ 164,849 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 39.2% อีซูซุ 146,919 คัน หรือ 34.9% มิตซูบิชิ 39,498 คัน หรือ 9.4% ขณะที่รถปิกอัพ (ไม่รวมรถดัดแปลง) ยอดขายรวม 372,182 คัน ลดลง 29.6% โดยโตโยต้า มียอดขาย 144,693 คัน มีส่วนแบ่งตลาด 38.9% อีซูซุ 127,878 คัน หรือ 34.4% และมิตซูบิชิ 33,104 คัน หรือ 8.9%

คาดปีนี้ยอดขายรวมทะลุ 9 แสนคัน

นายทานาดะ ยังคาดการณ์ตลาดรถยนต์ในไทยปี 2558 ว่า ตลาดจะปรับฐานสู่ภาวะปกติ ควบคู่กับเศรษฐกิจของไทยที่เริ่มฟื้นตัว จึงคาดภาพรวมยอดขาย จะอยู่ที่ 920,000 คัน เพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 397,200 คัน เพิ่มขึ้น 7.4% รถเพื่อการพาณิชย์ 522,800 คัน เพิ่มขึ้น 2.1% รถปิกอัพ 1 ตัน (รวมรถดัดแปลง) 427,700 คัน เพิ่มขึ้น 1.6% และรถปิกอัพ 1 ตัน (ไม่รวมรถดัดแปลง) 379,700 คัน เพิ่มขึ้น 2.0%

โดยการเติบโตของตลาดรถยนต์ของไทยในปีนี้ ส่วนหนึ่งยังได้รับอานิสงส์มาจากการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตที่จะใช้ในปี 2559 เพราะผู้บริโภคกลัวว่าราคารถยนต์จะปรับสูงขึ้น ทำให้บางส่วนหันมาซื้อรถยนต์ในปีนี้”

ตั้งเป้ายอดขายโตโยต้า 3.3 แสนคัน

ด้านยอดขายรถยนต์โตโยต้าในปี 2557 อยู่ที่ 327,027 คัน ลดลง 26.6% มีส่วนแบ่งตลาด 37.1% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 151,763 คัน ลดลง 20.2% มีส่วนแบ่งตลาด 41% รถเพื่อการพาณิชย์ 175,264 คัน ลดลง 31.4% มีส่วนแบ่งตลาด 34.2% รถปิกอัพ 1 ตัน (รวมรถดัดแปลง) 164,849 คัน ลดลง 30.4% มีส่วนแบ่งตลาด 39.2% และรถปิกอัพ 1 ตัน (ไม่รวมรถดัดแปลง) 144,693 คัน ลดลง 38.9% ขณะที่การส่งออกรถยนต์โตโยต้าอยู่ที่ 425,730 คัน ลดลง 1% คิดเป็น 196,139 ล้านบาท ส่วนการส่งออกชิ้นส่วนอยู่ที่ 69,565 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่นำรายได้กลับเข้าสู่ประเทศรวมทั้งสิ้น 265,704 ล้านบาท

ส่วนยอดขายรถยนต์โตโยต้าปี 2558 คาดว่า จะมียอดขายรวมที่ 330,000 คัน เพิ่มขึ้น 0.9% มีส่วนแบ่งตลาด 35.9% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 148,700 คัน ลดลง 2% มีส่วนแบ่งตลาด 37.4% รถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 181,300 คัน เพิ่มขึ้น 3.4% มีส่วนแบ่งตลาด 34.7% รถปิกอัพ 1 ตัน (รวมรถดัดแปลง) 171,700 คัน เพิ่มขึ้น 4.1% มีส่วนแบ่งตลาด 40.1% และรถปิกอัพ 1 ตัน (ไม่รวมรถดัดแปลง) 146,600 คัน เพิ่มขึ้น 1.3% มีส่วนแบ่งตลาด 38.6%

ขณะที่เป้าหมายการส่งออกรถยนต์โตโยต้า อยู่ที่ 390,000 คัน คิดเป็นมูลค่า 183,700 ล้านบาท และการส่งออกชิ้นส่วน 68,000 ล้านบาท คิดเป็นมูลค่าการส่งออกทั้งสิ้น 251,700 ล้านบาท

เปิดแผนตลาดบุก "ซีแอลเอ็มวี"

นายทานาดะ ยังกล่าวถึงแผนการทำตลาดต่อจากนี้ว่า จะเน้นทำตลาดในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ประกอบด้วย กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ควบคู่กับทำตลาดในไทย เพราะมองว่าเป็นกลุ่มประเทศที่ศักยภาพและการเติบโตของตลาดในอนาคต โดยต้นปีที่ผ่านมาได้เปิดสาขาที่ลาว ขณะที่พม่าบริษัทแม่จะเข้ามาช่วยดูแล ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อกฎหมายต่างๆ โดยไม่มีนโยบายสร้างโรงงาน แต่จะเน้นการสร้างสาขาในแต่ละประเทศแทน

สาเหตุที่เน้นตลาดซีแอลเอ็มวีและไทยนั้น เพราะมองว่าหากรวมกับทั้ง 5 ประเทศจะมีจำนวนประชากรรวมกันกว่า 220 ล้านคน โดยโตโยต้าตั้งเป้าหมายตลาดนี้ว่าจะเป็นผู้นำธุรกิจรถยนต์ในกลุ่มประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ด้วยการจัดตั้งสำนักงานภูมิภาคแม่น้ำโขงขึ้นมาดูแล และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจในภูมิภาคนี้

“ปัจจุบันเวียดนามเสียภาษีนำเข้ารถยนต์ 50% แต่หลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะทำให้ภาษีเป็นศูนย์ ทำให้ราคาซื้อขายรถยนต์ในเวียดนามถูกลง ขณะที่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย มองว่าจะส่วนช่วยร่นระยะทางในการขนส่งชิ้นส่วนยานยนต์ไปยังอินเดียได้เร็วและง่ายขึ้น อีกทั้งยังสามารถพัฒนาชิ้นส่วนในพม่าโดยอาศัยค่าแรงที่มีราคาถูก เพื่อนำเข้าชิ้นส่วนจากพม่าและนำมาประกอบในไทย"

ทั้งนี้ การทำตลาดจากนี้ไปยังคงเน้นเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งรถยนต์นั่งและเพื่อการพาณิชย์ออกสู่ตลาดต่อเนื่อง รวมถึงบริการหลังการขายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นยอดขายและตลาดรถยนต์ในประเทศ พร้อมกันนี้ยังเตรียมแผนเปิดตัวรถปิกอัพรุ่นใหม่ 1 รุ่นในเร็วๆนี้

ขณะที่การแข่งขันของตลาดรถยนต์ของไทยปีนี้ จะไม่เห็นการจัดโปรโมชั่นที่เข้มข้นเหมือนกับปีก่อน ขณะที่ตลาดรถปิกอัพจะแข่งขันรุนแรง เห็นได้จากการบางค่ายได้เปิดตัวรุ่นใหม่ไปก่อนหน้านี้ ขณะที่ตลาดรถยนต์นั่งจะออกรุ่นใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดมากขึ้น

ส.อ.ท.เล็งทบทวนเป้าผลิตรถปีนี้

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ปี 2557 มีการผลิตรถยนต์ทั้งสิ้น 1,880,007 คัน ลดลง 23.49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556 ต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยวางไว้ว่าจะสามารถผลิตได้ 2.1 ล้านคัน ดังนั้นกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ จึงมีแผนที่จะทบทวนเป้าหมายปี 2558 ว่าจะลดลงหรือไม่ จากเดิมที่วางเป้าหมายการผลิตไว้ที่ 2.2 ล้านคัน ซึ่งคาดว่าในเดือนก.พ. จะมีความชัดเจน

“ส.อ.ท.จะพิจารณาตัวเลขผลิตรถยนต์ที่ชัดเจนอีกครั้ง โดยสัญญาณบวกมาจากยอดผลิตรถบรรทุกขนาดมากกว่า 1 ตันขึ้นไปที่เดือนธ.ค. 2557 เป็นกลุ่มเดียวที่เพิ่มขึ้น 16.18% เนื่องจากสัญญาณการลงทุนจากภาครัฐทำให้นักลงทุนเกิดความเชื่อมั่น แต่ต้องติดตามว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานจะต่อเนื่องจริงตามที่รัฐประกาศไว้หรือไม่ ซึ่งจะมีผลต่อยอดการผลิตรถยนต์รวมของปี 2558”

สำหรับ ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ยอดการผลิตรถยนต์ปี 2557 ลดลงมาจากยอดจำหน่ายรถยนต์ภายในประเทศที่ต่ำลงมาก โดยช่วง 8 เดือนแรกของปี 2556 ยังมีการส่งมอบรถยนต์คันแรก แต่ปี 2557 ไม่มีการส่งมอบ ประกอบกับ เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว การเบิกจ่ายงบประมาณรัฐล่าช้าทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ในประเทศอยู่ที่ 881,832 คัน ลดลง 33.7% เมื่อเทียบกับปี 2556 ส่วนในปี 2558 คาดว่าจะมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นหากรัฐเร่งเบิกจ่ายงบประมาณตามแผน และเดินหน้าลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ตามกำหนด รวมถึงการดูแลผลกระทบราคาพืชทางการเกษตร ทำให้ยอดขายรถยนต์เติบโตขึ้น