ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการเติบโต
ธุรกิจหลัก (ดาวเทียม) ยังดูสดใสตามอุตสาหกรรมดาวเทียมทั่วโลก
THCOM เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจดาวเทียม ธุรกิจโทรศัพท์-อินเตอร์เน็ตในประเทศลาว และธุรกิจสื่อ (จาน DTV) โดยมีธุรกิจหลักคือ ธุรกิจดาวเทียม ซึ่งสร้างรายได้ราว 88% ของยอดขายปัจจุบันบริษัทมีดาวเทียมเพื่อให้บริการ 4 ดวง คือ ไทยคม 5ไทยคม 6 ไทยคม7 (ดาวเทียมแบบทั่วไปที่ให้บริการได้ทั้งด้านโทรคมนาคม และการแพร่สัญญาณโทรทัศน์) และไทยคม 4 หรือไอพีสตาร์ (ดาวเทียมสำหรับบริการที่ต้องการความเร็วสูงอย่างอินเตอร์เน็ตบรอดแบนด์)โดยธุรกิจดาวเทียมของTHCOM ดูสดใส ตามอุตสาหกรรมบริการดาวเทียมทั่วโลก ที่ถูกผลักดันด้วยความต้องการใช้งานดาวเทียมแบบทั่วไปเพื่อการแพร่ภาพโทรทัศน์ ซึ่งมีแนวโน้มจะให้บริการด้วยความคมชัดสูง และต้องใช้ปริมาณช่องสัญญาณดาวเทียมมากกว่าแบบความคมชัดปกติ โดยคาดการแพร่สัญญาณทีวีดาวเทียมในไทยจะปรับไปเป็นแบบความคมชัดสูงกันมากขึ้น เช่นเดียวกับแนวโน้มของประเทศอื่นๆ ซึ่งส่งผลดีต่อ THCOM ที่มีจุดแข็งด้านการให้บริการดาวเทียมเพื่อแพร่สัญญาณโทรทัศน์ในแถบอินโดจีน
กำไรเติบโตสูงสุดในกลุ่ม ด้วยอัตราเติบโตเฉลี่ย28%ในปี 58-59
คาดกำไรของบริษัทใน4Q57ฟื้นตัวเป็น 428 ล้านบาท (+53% QoQ, +42% YoY)สาเหตุหลักมาจากได้รับอานิสงค์ของเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลล่าร์สหรัฐ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ราว 85% เป็นสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐ บวกกับคาดธุรกิจโทรศัพท์มือถือในประเทศลาว จะได้รับผลบวกจากฤดูกาล ขณะที่ดอกเบี้ยจ่ายจะลดลงหลังออกหุ้นกู้ชุดใหม่ที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าชุดเดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอนช่วงต้น พ.ย. 57โดยกำไรมีแนวโน้มสดใสต่อเนื่องในปี 58 -59 เพราะจะบันทึกรายได้จากไทยคม 6 และไทยคม 7 เข้ามาเต็มปีตั้งแต่ปี 58บวกกับคาดรายได้จากไอพีสตาร์จะเพิ่มขึ้นจากทั้งลูกค้าในตลาดเดิมอย่างออสเตรเลียที่มีการสั่งซื้ออุปกรณ์ปลายทาง ไอพีสตาร์เพิ่ม 9,000 ตัว (ส่งมอบช่วง ก.ย.57 – ธ.ค. 58)ซึ่งจะทำให้ปริมาณการใช้ช่องสัญญาณเพิ่มตามไปด้วยและคาดหวังลูกค้าในตลาดใหม่ๆอย่างอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ซึ่งจะทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มสูงขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น เพราะต้นทุนส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่อย่างค่าเสื่อมราคา เราจึงคาดจะส่งผลให้กำไรสุทธิในปี58 และปี 59 เติบโตได้ราว 40% YoYและ 17% YoYตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ย 28%
ราคาหุ้นยังไม่สะท้อนการเติบโต แนะนำ “ซื้อ”
เราประเมินมูลค่าเหมาะสมของหุ้น THCOM ด้วยวิธี DCF (WACC 11.3%) โดยได้ราคาเหมาะสมสำหรับปี 58 ที่ 51 บาท ซึ่งเรามองว่า THCOM เป็นหุ้นที่มีความน่าสนใจอีกตัวในกลุ่ม ICT เพราะ 1) อยู่ในอุตสาหกรรมที่ยังมีแนวโน้มในการเติบโต 2) กำไรโดดเด่นสุดสำหรับหุ้นในกลุ่ม ICTที่เราศึกษา โดยคาด CAGRปี 58-59ที่ 28% สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่คาดจะโต 25%3) ราคาหุ้นยังไม่แพง เมื่อเทียบกับหุ้นของผู้ประกอบการดาวเทียมในภูมิภาคอินโดจีนด้วยกันเพราะปัจจุบันหุ้น THCOMซื้อขายด้วย P/E ปี 58 ที่ 18.2เท่า ขณะที่คู่แข่งถูกซื้อขายอยู่ที่ P/E เฉลี่ย 27.4เท่า และ 4) ยังมี upside จากดาวเทียมไทยคม 8 ที่ยังไม่รวมในประมาณการ เบื้องต้นคาดจะทำให้ราคาเหมาะสมเพิ่มขึ้นได้อีกราว 3.5 บาท จึงแนะนำ “ซื้อ”







