กำไรต่ำกว่าประมาณจากค่าใช้จ่ายสูงกว่าคาด
กำไรไตรมาส 4/57 ต่ำกว่าประมาณการ 12%
BBL รายงานผลกำไรไตรมาส 4/57 ที่ 8.8 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY แต่ลดลง 8% QoQ ต่ำกว่าประมาณการของเราและ Bloomberg 12% และ 2% ตามลำดับโดยมีปัจจัยจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงกว่าคาด ซึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ BBL เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 13% QoQ เป็น 1.2 หมื่นล้านบาท (เราคาดการณ์ไว้ที่เพียง 1.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% YoY) กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียไตรมาส 4/57 อยู่ที่ 1.12 หมื่นล้านบาท ลดลง 3% YoY และ 14% QoQ ทั้งนี้ กำไรปี 2557 ที่ประกาศคิดเป็น 97% ของประมาณการกำไรปี 2557 ของเรา
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อเติบโต 2.3% QoQ และ 1.7% YoY เป็น 1.78 ล้านล้านบาท ณ สิ้นปี 2557 แม้สินเชื่อ SME สินเชื่อต่างประเทศ และสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะเติบโต แต่สินเชื่อบรรษัททรงตัวจากไตรมาสก่อน ยอดเงินฝากรวมอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นมากถึง 7.3% QoQ และ 6.4% YoY ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของธนาคารลดลง 13 bps QoQ และ 5 bps YoY เป็น 2.29% เนื่องจากเงินฝากเพิ่มขึ้นมากกว่าสินเชื่อที่ขยายตัว ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝากของ BBL ลดลงเป็น 85% ณ สิ้นปี 2557 จาก 91% ณ สิ้นเดือนก.ย. รายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพียง 1% QoQ และ 1% YoY เป็น 6.8 พันล้านบาท ต่ำกว่าสมมติฐานของเรา ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอยู่ที่ 1.21 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% YoY และ 13% QoQ อัตราส่วนต้นทุนต่อรายรับของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 51.9% จาก 45.2% ในไตรมาสก่อน และ 51.1% ในไตรมาส 4/56
ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญที่ 939 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 4/57 ลดลง 46% YoY และ 72% QoQ สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของ BBL ลดลงเล็กน้อย QoQ เป็น 2.1% ณ สิ้นปี 2557 จาก 2.3% ณ สิ้นเดือนก.ย. ในขณะที่อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 204% จาก 198% ณ สิ้นเดือนก.ย.
แนวโน้ม
เราคาดกำไรไตรมาส 1/58 ของ BBL จะเติบโต YoY หนุนจากสินเชื่อที่ขยายตัวและรายได้จากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มมากขึ้น
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
จากภาวะการแข่งขันที่รุนแรงขื้นในปีนี้ เราจึงปรับลดสมมติฐานส่วนต่างอัีตราดอกเบี้ยธนาคารลงจาก 2.49% เป็น 2.36% สำหรับปี 2557 และ จาก 2.54% เป็น 2.44% สำหรับปี 2559 ส่งผลให้เราปรับลดประมาณการกำไรธนาคารลง 6.7% ในปี 2558 เป็น 4.2 หมื่นล้านบาท และ 4.7% ในปี 2559 เป็น 4.86 หมื่นล้่านบาท
คำแนะนำ
การปรับลดกำไรธนาคารดังกล่าวข้างต้นทำให้เราปรับลดราคาเป้าหมาย BBL ณ สิ้นปี 2558 ลง 5.7% เป็น 232 บาท อ้างอิงจาก PBV ที่ 1.27 เท่า (ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระยะยาวของ BBL) อย่างไรก็ตาม เรายังคงคาดว่าสินเชื่อ รายได้ค่าธรรมเนียม และกำไรปี 2558 จะขยายตัวดีกว่าปีก่อนมาก ทั้งนี้สินเชื่อบรรษัทคิดเป็น 61% ของพอร์ตสินเชื่อรวมของ BBL ซึ่งเรามองว่าจะฟื้นตัวเร็วกว่าสินเชื่อรายย่อย (หนี้สินภาคครัวเรือนของไทยยังอยู่ในระดับสูง) นอกจากนี้ ลูกค้าบรรษัทของธนาคารโดยสถิติแล้วจะมีความเสี่ยงน้อยกว่าลูกค้า SME ดังนั้นความจำเป็นในการตั้งสำรองหนี้สูญฯจึงลดลง และไม่สูงเท่าธนาคารอื่นๆ
ณ สิ้นปี 2557 สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของธนาคารอยู่ที่เพียง 2.1% อีกทั้งยังมีอัตราส่วนสำรองค่าเผื่อหนี้สูญและหนี้สงสัยต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้สูงสุดในกลุ่มที่ 204% ขณะนี้ หุ้นมีการซื้อขายที่ค่อนข้างถูกด้วย PBV ณ สิ้นปี 2558 ที่ 1.0 เท่า เทียบกับค่าเฉลี่ยธนาคารภูมิภาค (ไม่รวมญี่ปุ่น) ที่ 1.5 เท่า ค่าเฉลี่ยกลุ่มธนาคารไทยอยู่ที่ 1.4 เท่า เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ








