กระทรวงอุตสาหกรรม ดึงรง.1หมื่นราย เข้าระบบกำจัดกากอุตฯ พร้อมติดตั้งจีพีเอส ติดตามการเคลื่อนย้ายกากอุตฯทั้งระบบ
นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมเสนอแผนการบริหารจัดการขยะอุตสาหกรรมครบวงจรต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยแผนการกำจัดขยะอุตสาหกรรมครบวงจรนี้ ได้แบ่งงานเป็น 3 ระยะ คือ ระยะสั้น 1-2 ปี ระยะกลาง 2-5 ปี และระยะยาว 5-10 ปี โดยคาดว่าจะเร่งสรุปแผน และเตรียมเสนอต่อ ครม.ภายในเดือนก.พ.นี้
สำหรับการดำเนินงานในระยะสั้นนั้น กรมโรงงานอุตสาหกรรมได้เตรียมที่จะเข้าไปหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในการขอความร่วมมือภาคเอกชน และข้อเสนอแนะในการกำจัดขยะอุตสาหกรรมอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะขยะอุตสาหกรรมอันตราย ในปี 2558 นี้ กรมโรงงานอุตสาหกรรมจะนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในติดตามขยะอุตสาหกรรมที่ออกจากโรงงานอย่างเข้มข้นขึ้น โดยจะใช้งบกว่า 14 ล้านบาทติดตั้งอุปกรณ์จีพีเอสกับรถขนส่งขยะอุตสาหกรรมที่ออกจากโรงงาน และวางระบบสารสนเทศต่างๆเพื่อให้สามารถติดตามการเคลื่อนย้ายจนถึงแหล่งกำจัด
นอกจากนี้ จะส่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบโรงงานที่เข้าข่ายที่จะปล่อยขยะอุตสาหกรรมอันตรายจำนวน 1 หมื่นราย เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่ตรวจสอบโรงงานประมาณ 5 พันราย และนำโรงงานเหล่านี้เข้าสู่ระบบการกำจัดขยะอุตสาหกรรมอันตรายอย่างถูกต้อง ซึ่งจากมาตรการที่เข้มงวดนี้ จะสามารถนำขยะอุตสาหกรรมอันตรายเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้นเป็น 1.2-1.5 ล้านตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2557 ที่สามารถกำจัดขยะอุตสาหกรรมอันตรายได้ประมาณ 1.1 ล้านตัน
ส่วนการดำเนินงานระยะกลาง จะลงไปสำรวจพื้นที่เหมืองแร่เก่าที่หยุดการผลิตไปแล้ว เพื่อนำมาปรับปรุงให้เป็นบ่อกำจัดขยะอุตสาหกรรม รองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ โดยพื้นที่เป้าหมายที่เหมาะสมนั้น จะเข้าไปสำรวจเหมืองแร่เก่าในพื้นที่ภาคเหนือ
ในปีนี้องค์การพัฒนาพลังงานใหม่และเทคโนโลยีอุตสาหกรรม (เนโดะ) ญี่ปุ่น จะมอบเตาเผาขยะอุตสาหกรรม และขยะชุมชนให้กับประเทศไทย มูลค่าหลายพันล้านบาท มีกำลังการเผาขยะประมาณ 500 ตัน/วัน ซึ่งถือได้ว่ามีขนาดใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งขณะนี้มีโรงงานเผาขยะอุตสาหกรรมของบริษัทอัคคีปราการที่มีกำลังเผา 50 ตัน/วัน โดยฝ่ายไทยจะเป็นผู้ลงทุนก่อสร้างตัวอาคารและระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ขึ้นมารองรับ
ขณะที่แผนระยะยาว จะผลักดันให้มีการก่อสร้างนิคมกำจัดขยะอุตสาหกรรม และการรีไซเคิลอย่างครบวงจรในภูมิภาคต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรม และชุมชนในอนาคต
"กรมโรงงานมีแผนที่จะเข้าไปหารือกับกระทรวงพลังงาน ในการเพิ่มการอุดหนุนฟีดอินทารีฟของโรงงานเผาขยะเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า โดยเฉพาะเตาเผาขยะอุตสาหกรรม เนื่องจากต้องใช้เทคโนโลยีชั้นสูงกว่าเตาเผาขยะทั่วไป ดังนั้นภาครัฐควรจะเพิ่มมาตรการอุดหนุนให้มากขึ้น เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน รวมทั้งจะหารือกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในการตั้งนิคมฯกำจัดขยะและรีไซเคิลในพื้นที่ที่เหมาะสมต่อไป " นายพสุ กล่าว








