กำไรไตรมาส 4/57 ต่ำกว่าคาดเนื่องจากส่วนต่างดอกเบี้ยต่ำคาด
กำไรไตรมาส 4/57 ต่ำกว่าคาด 18%
SCB รายงานกำไรไตรมาส 4/57 ที่ 1.22 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 4% YoY แต่ลดลง 8% QoQ ผลประกอบการที่ออกมาต่ำกว่าประมาณการของเรา 18% และต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ 8% เนื่องจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าคาด ธนาคารรายงานส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 4/57 ที่ 3.26% (เราคาดไว้ที่ 3.39% ใกล้เคียงกับส่วนต่างแตราดอกเบี้ยของไตรมาสที่แล้ว) กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสียอยู่ที่ 1.85 หมื่นล้านบาท ลดลง 3% YoY และ 6% QoQ กำไรทั้งปี 2557 เติบโต 6% YoY มาอยู่ที่ 5.33 หมื่นล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 94% ของประมาณการกำไรปี 2557 ของเราก่อนหน้านี้
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
สินเชื่อเติบโต 3.0% QoQ และ 2.4% YoY ซึ่งสอดคล้องกับคาดการของเรา มาจากสินเชื่อบรรษัทขนาดใหญ่ขยายตัว 4.9% QoQ ในขณะที่สินเชื่อบ้านและสินเชื่อ SME โต 3.5% QoQ และ 0.5% QoQ ตามลำดับ อย่างไรก็ตรามสินเชื่อเช่าซื้อ HP หดตัวลง 2.2% QoQ และ 11.4% YoY ทั้งนี้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยไตรมาส 4/57 อยู่ที่ 3.26% ลดลง 13 bps QoQ แต่เพิ่มขึ้น 2 bps YoY การตั้งสำรองหนี้สูญฯรวมอยู่ที่ 3.6 พันล้านบาท ลดลง 16% YoY แต่เพิ่มขึ้น 11% QoQ สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.11% ณ สิ้นปี 2557 ไม่เปลี่ยนแปลง QoQ อัตราส่วนการตั้งสำรองหนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญของ SCB ปรับตัวลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 138.1% ณ สิ้นปี 2557 จาก 140% ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา
รายได้ดอกเบี้ยรับสุทธิ (NII) อยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% YoY แต่ลดลง 2% QoQ ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิอยู่ที่ 1.1 หมื่นล้านบาท ลดลง 1% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7% QoQ รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยรับสุทธิลดลง 12% YoY (แต่เพิ่มขึ้น 5% QoQ) มาอยู่ที่ 1.13 หมื่นล้านบาทเนื่องจากรายได้เงินปันผลที่ลดลง สำหรับอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 42.3% ในไตรมาส 4/57 จาก 38.4% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 40.1% ในไตรมาส 4/56 เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมลดลงพร้อมกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้นถึง 11% QoQ และ 4% YoY เป็น 13.3 พันล้านบาท
แนวโน้ม
SCB มีแนวโน้มทำกำไรเติบโตทั้ง YoY และ QoQ สำหรับไตรมาส 1/58 ด้วยสมมติฐานสินเชื่อเติบโตต่อเนื่องและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยคงที่จากไตรมาสก่อนหน้า
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
เราปรับลดสมมติฐานสินเชื่อเติบโต SCB จาก 9% เป็น 7% สำหรับปี 2558 และ จาก 8.5% เป็น 8% สำหรับปี 2559 นอกจากนี้เรายังได้ปรับเพิ่มสมมติฐานกันสำรองหนี้สูญฯ 12% สำหรับปี 2558 เป็น 1.4 หมื่นล้านบาท และ 16% สำหรับปี 2559 เป็น 1.45 หมื่นล้านบาท ดังนั้นประมาณการกำไรของเราลดลง 7.6% สำหรับปี 2558 เป็น 6.1 หมื่นล้านบาท และ 6.9% สำหรับปี 2559 เป็น 6.7 หมื่นล้านบาท
คำแนะนำ
เนื่องจากเราปรับลดประมาณการกำไร ราคาเป้าหมายของเรา ณ สิ้นปี 2558 จึงลดลง 4.3% เป็น 214 บาท อ้างอิงจาก PBV เดิมที่ 2.25 เท่า อย่างไรก็ตาม เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ อ้างอิงจาก 1) กำไรฟื้นตัวรวดเร็วสุดหากภาครัฐมีการใช้จ่ายในโครงการสาธารณูปโภคและการลงทุนของภาคเอกชนเริ่มที่จะขยายตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 2) การบริหารสินทรัพย์ดี (สัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่เพียง 2.1% และกันสำรองหนี้สูญฯสูงที่ 138%) และ 3) ประมาณการ ROE ปี 2558 สูงสุดในกลุ่มธนาคารที่ 20%






