background-default

วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2569

Login
Login

เคทีออพติคยึดชายแดนเจาะ'เออีซี'ลุยปั้นแบรนด์'เวคอัพ'

เคทีออพติคยึดชายแดนเจาะ'เออีซี'ลุยปั้นแบรนด์'เวคอัพ'

ธุรกิจทุกแขนงต่างเร่งเตรียมความพร้อมรองรับ “โอกาส” จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)

ชัชวาลย์ วณิชไพสิฐ ผู้อำนวยการด้านการบริหาร บริษัท เคที ออพติค จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตา และดำเนินธุรกิจร้านแว่นตาพรีเมี่ยม “เคที ออพติค” กล่าวว่า การเปิดเออีซีจะทำให้ทุกธุรกิจมีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก รวมทั้ง “ตลาดแว่นตา” จะมีสีสันมากขึ้นจากฐานลูกค้าที่กว้างขึ้นจากกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีอำนาจซื้อสูง ขณะเดียวกันตลาดจะมีการแข่งขันอย่างรุนแรงจากการขยายตลาดของ “รายเดิม” และผู้ประกอบการในกลุ่มประชาคมอาเซียนที่เข้ามาลงทุนเปิดธุรกิจแว่นตาในไทย

ทั้งนี้ “เคที ออพติค” ได้ปรับทิศทางและแผนงานธุรกิจใหม่ โดยวางยุทธศาสตร์การลงทุนต่างจังหวัดมุ่งพื้นที่ชายแดน อาทิ จ.อุดรธานี หนองคาย เพื่อขยายฐานลูกค้าชาวไทยและเพื่อนบ้าน นอกจากนี้จะมีร้านรูปแบบใหม่ในลักษณะของแฟรนไชส์ ภายใต้ชื่อ เวคอัพ (Wakeup) เจาะลูกค้านักศึกษามหาวิทยาลัย คนเริ่มทำงาน และกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบแฟชั่น เริ่มดำเนินการปี 2559

“จากที่เคยมองว่าอาจจะร่วมทุนในธุรกิจตลาดแว่นตากับผู้ประกอบการในกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียด้วยกัน แต่เมื่อได้ทำการศึกษาตลาดอย่างละเอียดแล้ว เห็นว่าจังหวัดชายแดนติดประเทศเพื่อนบ้านที่ทำการค้าขายระหว่างกันมีการเติบโตของมูลค่าการค้าชายแดนสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากนโยบายเศรษฐกิจและการค้าเสรี ทำให้ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านส่วนใหญ่มาซื้อสินค้าในไทยมากยิ่งขึ้น”

ร่วมทุนต่างชาติปูพรม‘เวคอัพ’

ธุรกิจร้านแว่นตา “เวคอัพ” เป็นการร่วมทุนระหว่าง เคที ออพติค และพันธมิตรชาวญี่ปุ่นและจีน ซึ่งเป็นผู้ดีไซน์-ผลิตและเจ้าของแบรนด์ร้านแว่นตา “เวคอัพ” โดยจัดตั้ง บริษัท ดีเอส พลัส จำกัด ทุนจดทะบียน 4-5 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจร้านแว่นตา “เวคอัพ” ในประเทศไทย ซึ่งจำหน่ายแว่นตาภายใต้แบรนด์เดียว คือ “เวคอัพ” กว่า 500 รายการ ในสัดส่วนแว่นกันแดด 30% แว่นสายตาแฟชั่น 70% วางโครงสร้างราคา 3 ระดับ 2,700 บาท 3,700 บาท และ 4,700 บาท ตั้งเป้ายอดขาย 100 ชิ้นต่อเดือน

โดยเตรียมเปิด 2 สาขา เดือน มิ.ย. นี้ ที่โครงการ สเปลแอทฟิวเจอร์พาร์ค สาขาที่ 2 ในศูนย์การค้าย่านกลางเมือง ลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 3 ล้านบาท พื้นที่ 40 ตร.ม. ตั้งเป้าเปิดบริการ 10 แห่ง ใน 3 ปี นี้ เน้นแหล่งที่มีผู้คนสัญจรจำนวนมาก

สำหรับ “เวคอัพ” มีเครือข่ายสาขาในจีน 350 แห่ง มาเลเซีย 1 แห่ง และ ญี่ปุ่น 4-5 แห่ง

ย้ำแบรนด์เคที ออพติค

ในปีนี้ ธุรกิจร้านเคที ออพติค จัดสรรงบ 30 ล้านบาท ทำการตลาดเชิงรุกทั้งโฆษณาประชาสัมพันธ์ แคมเปญ อีเวนท์ต่างๆ รวมถึงการขยายสาขา 10 แห่ง อาทิ เดอะ พาซิโอ พาร์ค กาญจนาภิเษก เดือน มี.ค. เจมาร์เก็ต แอท รามอินทรา ส.ค. เมโทร อีส ทาวน์ ไตรมาส 3 แฟชั่นไอส์แลนด์ พ.ย. และ โชว์ ดีซี ช่วงปลายปี เจาะกลุ่มเป้าหมายลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงรายได้สูง หรือระดับบีบวกขึ้นไป

"ร้านเคที ออพติค มีจุดยืนชัดเจนในด้านแฟชั่น มีความเป็นเทรนดี้ เรียบหรู ดูดีมีสไตล์ ซึ่งปีนี้จะมีการตอกย้ำภาพลักษณ์ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์การทำตลาดที่ไม่เน้นจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้า ไม่แข่งขันด้วยการทำสงครามราคาหรือหั่นราคาขาย ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ใช้"

กลยุทธ์หลักของเคที ออพติค มุ่งตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ผู้นำเทรนด์ เน้นสร้างความภักดีต่อแบรนด์ (แบรนด์ลอยัลตี้) ด้วยการคัดเลือกแบรนด์นำเข้าระดับพรีเมี่ยม การทำตลาดด้วยสินค้าลิมิเต็ด เอดิชั่น เพิ่มความหลากหลายของเอ็กคลูซีพแบรนด์ บริการหลังการขายเพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค รวมทั้งการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ โดยร่วมกับพันธมิตร “ลาซาด้า” ควบคู่ช่องทางจำหน่ายหลักผ่านการขายสินค้าหน้าร้าน สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือมัดใจลูกค้าสู่ “ขาประจำ” หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม เคที ออพติค จะมีไฮไลท์แคมเปญประจำปี ที่มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับเทรนด์ช่วงนั้นๆ ล่าสุดจัดแคมเปญ “เคที ออพติค บิ๊ก กิ๊ฟ คูนสอง” วันนี้ ถึงวันที่ 28 ก.พ. ที่ร้านเคที ออพติคทุกสาขา ลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 1 ล้านบาท เมื่อซื้อสินค้าครบทุก 5,000 บาท ตั้งเป้าหมายสร้างยอดขาย 20 ล้านบาท

บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 5% มีส่วนแบ่งการตลาด 15% เป็นเบอร์สอง รองจากแว่นท็อปเจริญ ที่มีส่วนแบ่งการตลาด 35% ปัจจุบันภาพรวมธุรกิจตลาดแว่นตาของไทย มีมูลค่ากว่า 6,500 ล้านบาท เติบโต 5% ในปีที่ผ่านมา

ปีที่ผ่านมา ร้านเคที ออพติค ขยายสาขาเพิ่ม 10 แห่ง เป็นสาขาในกรุงเทพฯ 5 แห่ง ต่างจังหวัด 5 แห่ง ปัจจุบันมีสาขารวม 200 แห่ง สร้างยอดขาย 800 ล้านบาท โดย “แว่นตากันแดด” ยังคงมียอดขายสูงกว่า “แว่นสายตา” มีสัดส่วน 70:30 เนื่องจากแว่นตากันแดด ลูกค้าสามารถเลือกรูปแบบที่ชอบและทดลองสวมใส่ได้ทันทีโดยไม่ต้องทำการตรวจวัดสายตา เมื่อเห็นว่าเข้ากับรูปหน้า พอใจในรูปแบบ คุณภาพ และราคา จะตัดสินใจซื้อในทันที

แบรนด์ที่มียอดขายดีสุด คือ เรย์แบน (RAYBAN) และ ไอซีเบอริน (ic! berlin)