(สัมภาษณ์) ชงคมนาคมรื้อวิธีประมูลรถไฟฟ้า "บีเอ็มซีแอล" แนะสัญญาเดียวทั้งโครงการ
รัฐบาลกำลังเร่งรัดโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทางในกทม.และปริมณฑลตามแผนแม่บทคมนาคมและขนส่ง แต่หลายปีที่ผ่านมา ที่ไทยเริ่มสร้างรถไฟฟ้าทำได้เพียง 2 สายระยะแค่ 56 กม.เท่านั้น บีเอ็มซีแอล หรือบริษัทรถไฟฟ้ากรุงเทพในฐานะผู้บริหารการเดินรถไฟฟ้าและเป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่พร้อมในงานโยธา มองจุดอ่อนของการดำเนินการโครงการและข้อเสนอแนะไว้อย่างน่าสนใจ
นายสมบัติ กิจจาลักษณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BMCL กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ในแผนแม่บทดำเนินการล่าช้าไปกว่าแผนหลายโครงการ และหากย้อนมองดูโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส เป็นรถไฟฟ้าสายแรกของประเทศ ที่ดำเนินการโดยบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ระยะทาง 36.92 กม.และโครงการรถไฟฟ้ามหานคร หรือรถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการในปัจจุบันระยะทาง 20 กม. รวม 2 สายระยะทางกว่า 56.92 กม.และหากรวมกับสายสีม่วง ช่วงบางซื่อ-บางใหญ่ ระยะทาง 23 กม.ที่กำหนดเปิดในปี 2559 รวมระยะทางทั้งสิ้น 79.92 กม.แต่ใช้ระยะเวลาถึง 17 ปีในการก่อสร้างถือว่าใช้เวลานานมาก
"เราเห็นว่ากระทรวงคมนาคมน่าจะปรับรูปแบบวิธีการประมูลโครงการรถไฟฟ้าใหม่ เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ในการดำเนินการตามโครงการและเป็นไปตามแผนงาน โดยเปลี่ยนมาเป็นการคัดเลือกผู้เข้าร่วมประมูลเพียงรายเดียว ที่มีศักยภาพพร้อมดำเนินโครงการทั้งระบบ ตั้งแต่งานออกแบบก่อสร้าง งานโยธาก่อสร้าง ตลอดจนการให้บริการเดินรถ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความรวดเร็วในการดำเนินโครงการ"
ทั้งนี้รูปแบบการประมูลที่ผ่านมาแต่ละโครงการ จะถูกแบ่งเป็นหลายสัญญาด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดข้อจำกัดและความล่าช้า และไม่เกิดความต่อเนื่องของการเปิดบริการเดินรถ
“โครงการบีทีเอสที่ผ่านมาเป็นผู้ดำเนินโครงการเพียงบริษัทเดียว ตั้งแต่ออกแบบ ก่อสร้างงานโยธา การให้บริการเดินรถ ขณะที่สายสีน้ำเงิน สายสีม่วง ทำเป็นท่อนๆ มันทำให้งานโยธาบางช่วงหยุดชะงัก จึงเห็นว่าถ้าบริษัทใดที่เขาเก่งจริงๆ แล้วสามารถบริหารทั้งโครงการได้ แล้วทำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแผน ก็ต้องปรับรูปแบบให้เป็นบริษัทเดียวบริหารทั้งโครงการ”
ปัจจุบันประเทศไทยมีบริษัทที่มีศักยภาพและเชี่ยวชาญ งานก่อสร้างโยธาโครงการรถไฟฟ้าหลายบริษัท ที่พร้อมประมูลงานและดำเนินโครงการทั้งระบบแต่เพียงรายเดียว ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันกันสูงขึ้นและมีการพัฒนาบริษัทตัวเองให้มีศักยภาพ เพื่อการแข่งขันและรัฐบาลก็จะได้บริษัทผู้ที่มีศักยภาพเข้ามาบริหารโครงการ โดยรัฐเพียงเป็นผู้ออกนโยบายพร้อมกับระบุความต้องการของแต่ละโครงการ
นายสมบัติ ยังกล่าวถึงแผนงานของบริษัทปี 2558 ว่า บริษัทเตรียมพร้อมเข้าประมูลโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย ที่รัฐบาลจะจัดประกวดราคาในปีนี้ ทั้งโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-บางกะปิ-สำโรง โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ช่วงตลิ่งชัน - มีนบุรี) โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
ส่วนสายสีม่วงที่ได้รับสัญญาเดินรถแล้ว และวางแผนจะเปิดให้บริการเดินรถอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ส.ค. 2559 ซึ่งเร็วกว่าแผนเดิม 4 เดือนนั้น ทางบริษัทต้องดำเนินการกำกับดูแลตามขั้นตอนจากนี้อย่างจริงจังเพื่อให้สามารถเปิดได้ตามแผน
สำหรับสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย (ช่วงหัวลำโพง-บางแค) (ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ) ทางกระทรวงคมนาคมได้ประกาศให้เกิดการเชื่อมต่อเดินรถอย่างต่อเนื่อง จึงเชื่อมั่นว่าจะได้รับให้เป็นผู้เดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงิน ขณะนี้รอเพียงข้อสรุปของคณะกรรมการมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติการให้เอกชนเข้าร่วมงานหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน)ซึ่งคาดว่าจะสรุปได้ในเร็วๆ นี้
ส่วนสายสีน้ำเงินที่เปิดให้บริการในปัจจุบัน จะมีการพัฒนาขยายพื้นที่ในเชิงพาณิชย์เพิ่ม โดยเฉพาะพื้นที่โฆษณา โดยการเติบโตของผู้โดยสารประมาณ 4-5%เป็นปกติเหมือนที่ผ่านมา และหากสายสีม่วงเปิดเดินรถปี 2559 จะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นประมาณ 2 แสนเที่ยวต่อวัน ส่งผลให้มีผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอนประมาณ 1 แสนเที่ยวต่อวัน รวมกับที่มีอยู่ในปัจจุบันก็เป็น 3 แสนเที่ยวต่อวันก็จะช่วยให้ผู้โดยสารเติบโตขึ้น 3-4% ทำให้เปลี่ยนจากฐานะขาดทุนเป็นกำไรได้ในไตรมาส 4 ของปี 2559






