วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

DTAC

การฟื้นตัวยังไม่โดดเด่น แต่ยังจ่ายปันผลได้ในอัตราสูง

ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่อันดับ 2 ของไทย

DTAC เป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือในระบบ 2จี– 3จี ภายใต้สัมปทานของ CAT และระบบ 3จี – 4จี ภายใต้ใบอนุญาตของ กสทช. โดยบริษัทเป็นผู้ครองส่วนแบ่งฐานลูกค้า 28% ของเลขหมายโทรศัพท์มือถือทั้งหมดในไทย มากเป็นอันดับ 2 รองจาก ADVANC ที่มีส่วนแบ่ง 47% ผลประกอบการของบริษัทยังมีโอกาสในการเติบโตได้ต่อเนื่อง เพราะอยู่ในอุตสาหกรรมที่ยังขยายตัวได้อีกมาก จากเลขหมายที่คาดจะยังเพิ่มขึ้นตามความเป็นสังคมเมืองที่ขยายตัวไปในต่างจังหวัดมากขึ้น รวมถึงการใช้งานบริการที่ไม่ใช่เสียง (Non Voice) ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้นด้วยแรงหนุนจากกระแสนิยมสังคมออนไลน์ที่ใช้กันในเกือบทุกกิจกรรมของแต่ละวัน

ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่การฟื้นตัวของกำไรในระยะ 1-2 ปีข้างหน้า ไม่โดดเด่น

แม้จะได้รับอานิสงค์จากผลของฤดูกาล แต่คาดกำไรงวด4Q57จะอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท (-8% QoQ, +27% YoY) เพราะถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเกือบทุกตัว ทั้งค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับโครงข่าย ตามการขยายสถานีฐาน 3จี เพิ่ม รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางการตลาดที่ยังอยู่ในระดับสูง เพื่อกระตุ้นยอดลูกค้าใหม่ ซึ่งคาดจะทำให้กำไรโดยรวมของปี 57 โตเพียง 6% YoYโดยกำไรมีแนวโน้มฟื้นตัวในปี 58 -59 แต่ยังไม่โดดเด่น เพราะคาดหมายกำไรจากการดำเนินงานปกติในปี 58 – 59 จะเติบโตราว 10% YoYและ 8% YoYตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยเพียง 9%ต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง ADVANC และ TRUE

upside จำกัด แต่มีดีที่จ่ายปันผลสูง

เราประเมินราคาเหมาะสมปี 58 ของ DTAC ด้วยวิธี DCF (WACC 9.9%, terminal growth 2%)ได้ที่ 101 บาท ซึ่งมี upside จากราคาปัจจุบันเพียง 8% อีกทั้งราคาหุ้นปัจจุบันถูกซื้อขายที่ P/E 18เท่า ถือว่าแพงเมื่อเทียบกับ ADVANC ที่ถูกซื้อขายด้วย P/E16.8 เท่า แต่มีอัตราการเติบโตของกำไรในช่วง 1-2 ปีข้างหน้าเฉลี่ยที่ 23% สูงกว่า DTAC อย่างไรก็ตาม DTAC ยังมีข้อดีเรื่องจ่ายปันผลในอัตราสูง โดยบริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลทุกไตรมาสในอัตราไม่ต่ำกว่า 80% ของกำไรสุทธิ จึงคาดหมายเงินปันผลสำหรับปี 58 ที่ 6.30บาท หรือคิดเป็นผลตอบแทนจากปันผลที่ 6.7%เราจึงเริ่มต้นคำแนะนำการลงทุนสำหรับหุ้น DTAC ด้วยคำแนะนำ “เก็งกำไร” เพื่อรับปันผล

การแข่งขันรุนแรง และสถานีฐาน 3จี ที่ต่ำกว่าคู่แข่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายฐานลูกค้า

เนื่องจากอุตสาหกรรมมีการแข่งขันรุนแรง บวกกับ DTAC เริ่มให้บริการ 3จี ช้ากว่า และขยายโครงข่ายช้ากว่าคู่แข่ง อีกทั้งนโยบายของบริษัทที่ไม่เน้นการขยายโครงข่ายครอบคลุมทุกพื้นที่เหมือนอย่างคู่แข่ง ทำให้ช่วง 9M57 ที่ผ่านมา ยอดลูกค้าของ DTAC ลดลงเพียงรายเดียว ขณะที่คู่แข่งทั้ง ADVANC และ TRUE ต่างมีลูกค้าเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การที่ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทุกค่ายต่างนำเสนอแผนการตลาดที่ให้ส่วนลดจูงใจแก่ลูกค้าเป้าหมายซื้อเครื่องใหม่เพื่อให้เปลี่ยนไปใช้ 3จี แลกกับการเป็นลูกค้า 4 - 18 เดือนจึงถือเป็นความท้าทายของDTAC จะช่วงชิงลูกค้ากลับมาจากคู่แข่งในระยะสั้น