วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์คงเป้าส่งออกโต4% สวน'เวิลด์แบงก์'หั่นศก.โลก

กระทรวงพาณิชย์คงเป้าส่งออกปีนี้โต 4% โดยหวังว่าเศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวและทำให้ตลาดสินค้าไทยขยายตัวได้

แต่การคาดการณ์ของธนาคารโลกกลับประเมินว่าเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวต่ำกว่าคาดการณ์เดิมที่ 3.5% เหลือ 3.3% มีเพียงเศรษฐกิจสหรัฐฯเท่านั้นที่ฟื้นตัว

กระทรวงพาณิชย์กำหนดยุทธศาสตร์การส่งออกของไทยในปีนี้ หลังจากปีที่ผ่านมา ขยายตัวต่ำกว่าเป้า โดยหวังว่ายุทธศาสตร์เชิงรุกจะสามารถผลักดันการส่งออกของไทย อีกทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจโลกฟื้นตัว

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่าได้กำหนดยุทธศาสตร์การทำตลาดเชิงรุก ที่มีกลุ่มเป้าหมายชัดเจน มีศักยภาพในการขยายตัว และสอดคล้องกับแนวโน้มของโลก โดยเน้นการบุกตลาดเป็นคลัสเตอร์ เจาะเมืองใหม่ และขยายช่องทางการตลาดอย่างสร้างสรรค์

ตลาดส่งออกแบ่งเป็น 4 ส่วนสำคัญ คือ 1.ตลาดที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจสูง ได้แก่ สหรัฐ สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ที่มีสัดส่วนต่อการส่งออกไทย 30% มุ่งเน้นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มสถาบัน เช่น โรงแรม กาสิโน เรือสำราญ กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม (ECO) กลุ่มรักสัตว์เลี้ยง กลุ่มฮิสแปนิกส์ (เชื้อสายสเปน) ที่เกือบ 1 ใน 3 ของประชากรสหรัฐในปัจจุบัน โดยปีนี้ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกขยายตัว 1.9% จากปี 2557

2.ตลาดที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจปานกลาง ได้แก่ จีน อินเดีย เกาหลีใต้ ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา รัสเซีย ซึ่งมีส่วนแบ่งต่อการส่งออกรวม 36% มุ่งเน้นผู้บริโภคกลุ่มคนรวยมากๆ และเน้นเจาะตลาดเมืองรองที่มีศักยภาพ รวมถึงส่งเสริมให้ผู้ส่งออกค้าขายผ่านออนไลน์ให้มากขึ้น และเจาะกลุ่มค้าปลีกสมัยใหม่ ตั้งเป้าตลาดนี้ขยายตัว 6%

3.ตลาดที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจน้อย ได้แก่ แอฟริกา เอเชียใต้ ไม่รวมอินเดีย มุ่งเจาะตลาดสินค้าด้านการเกษตร ก่อสร้าง สุขอนามัย แหล่งวัตถุดิบ ขยายการลงทุน วัตถุดิบ และ 4. ตลาดอาเซียน มุ่งเน้น สินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจบริการ ก่อสร้าง การลงทุน ตั้งเป้าตลาดนี้โต 5.9%

รายใหญ่รับเป็นพี่เลี้ยงเอสเอ็มอี

นอกจากนี้ ยังจะใช้กลยุทธ์ให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ช่วยเหลือ หรือเป็นพี่เลี้ยงให้กับผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) โดยให้การอบรมแนะนำ และพาไปเปิดตลาดในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้บริษัท ล็อกซ์เล่ย์ รับเป็นพี่เลี้ยงพาเอสเอ็มอีไปเจาะตลาดห้างสรรพสินค้าที่ฮ่องกง ส่วนเครือเจริญโภคภัณฑ์ จะนำไปเจาะตลาดจีน เช่นเดียวกับกลุ่มเซ็นทรัล

"กระทรวงพาณิชย์จะเปิดการเจรจาเชิงรุกเพื่อเปิดตลาด และเพื่อแก้ไขและป้องกันปัญหา ที่จะกระทบต่อการค้าระหว่างประเทศ พร้อมกับการปฏิรูปโครงสร้างการส่งออก เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจในระยะยาว โดยปีนี้ตั้งเป้ามูลค่าการส่งออกขยายตัว 4%" พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว

เร่งระบายข้าวช่วงต้นปี

ส่วนการระบายข้าวในสต็อกรัฐบาลว่า กระทรวงพาณิชย์เร่งดำเนินการระบายข้าวช่วงเดือนม.ค.-มี.ค.นี้ ซึ่งยังไม่มีผลผลิตฤดูกาลใหม่ออกมา จึงไม่น่าจะทำให้ราคาตลาดในประเทศลดลง เพราะกระทรวงฯระวังเรื่องราคาข้าวในประเทศอยู่แล้ว

ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์ได้จัดทำแผนการขายข้าวในต่างประเทศแล้ว โดยวันที่ 15 ม.ค.นี้ จะเดินทางไปฮ่องกง เพื่อเป็นสักขีพยานการลงนามซื้อข้าวสารหอมมะลิจากไทย 100,000 ตัน จากนั้นมีแผนเดินทางไปทำตลาดข้าวไทยในอีกหลายประเทศ ได้แก่ จีน อินเดีย รัสเซีย โดยอินเดีย แม้จะเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก แต่ยังมีช่องว่างที่ไทยจะขายข้าวหอมมะลิได้อีกมาก โดยเฉพาะกลุ่มคนรวย หากทำให้กลุ่มคนเหล่านี้หันมาชื่นชอบข้าวหอมมะลิไทย จะเป็นโอกาสส่งออกข้าวไทย

เวิลด์แบงก์ลดคาดการณ์ศก.โลก

ด้านธนาคารโลกปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกปีนี้ลงเหลือ 3% จากคาดการณ์ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมิ.ย.ว่า จะขยายตัวได้ 3.4% ส่วนปีหน้าคาดเศรษฐกิจเติบโต 3.3% จากคาดการณ์เดิมที่ 3.5%

นายเคาชิก บาซู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์แห่งธนาคารโลก กล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในจุดสับสน อันทำให้การคาดการณ์เศรษฐกิจเป็นเรื่องท้าทาย เพราะเศรษฐกิจโลกซบเซามากกว่าที่คาดไว้

ธนาคารโลก ระบุว่า แนวโน้มการเติบโตในสหรัฐกับอังกฤษ ทำให้ 2 ประเทศนี้แตกต่างจากชาติอุตสาหกรรมอื่นๆ รวมถึงยูโรโซนและญี่ปุ่น ซึ่งเศรษฐกิจแทบไม่เติบโต กรณีญี่ปุ่นถดถอยไปแล้ว ด้วยเหตุนี้นายบาซู จึงกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกกำลังขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เพียงเครื่องเดียว นั่นคือเศรษฐกิจสหรัฐ

สำหรับประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างบราซิลกับรัสเซีย ก็ถ่วงแนวโน้มการเติบโต ส่วนจีนกำลังปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปเน้นการลงทุน เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตแทนที่การส่งออก อันทำให้เศรษฐกิจขยายตัวไม่สูงเหมือนก่อน

นายบาซู ระบุว่า เศรษฐกิจอินเดียน่าจะไล่ทันจีนในปีหน้าและปี 2560 ด้วยการขยายตัวที่ระดับประมาณ 7%

ชี้น้ำมันต่ำฉุดเงินเฟ้อลดทั่วโลก

ธนาคารโลกยังคาดว่า ราคาน้ำมันโลกที่ดิ่งลง จะเป็นผลดีกับเศรษฐกิจโลก พร้อมคาดปีนี้ราคาน้ำมันจะอยู่ในระดับต่ำ แต่กว่าผลกระทบแง่บวกจะส่งผ่านมาเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจคงต้องใช้เวลาหลายปี อันทำให้ราคาน้ำมันที่ต่ำลง จะทำให้เศรษฐกิจโลกปีนี้ขยายตัวเพิ่มเพียง 0.1%

นายบาซู กล่าวด้วยว่า ราคาน้ำมันในระดับต่ำอาจฉุดเงินเฟ้อให้ลดลงทั่วโลก ซึ่งความวิตกเกี่ยวกับเงินฝืด ประกอบกับแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ไม่ดีนักในโลก และค่าแรงในสหรัฐที่ยังไม่ปรับเพิ่มขึ้น อาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยช้ากว่าที่คาดไว้

สำหรับภาพรวมของประเทศกำลังพัฒนานั้น คาดว่าจะขยายตัว 4.8% ปีนี้ จาก 4.4% ปีที่แล้ว ก่อนพุ่งขึ้นเป็น 5.3% ปีหน้า โดยจีนเติบโต 7.1% ปีนี้และ 7% ปีหน้า แต่ประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันลดลง โดยรัสเซียจะหดตัว 2.9% ปีนี้ ก่อนกลับมาขยายตัวได้ในปีหน้า