วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TISCO - ซื้อ

กำไรไตรมาส 4/57 ตามคาด

ผลกำไรไตรมาส 4/57 ตรงตามคาด

TISCO รายงานผลกำไรไตรมาส 4/57 ที่ 1.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% YoY และ 13% QoQ ต่ำกว่าคาดการณ์ของเรา 3% แต่สูงกว่าคาดการณ์ Bloomberg 9% กำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมสำรองหนี้เสีย (PPOP) อยู่ที่ 2.46 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% YoY และ 4% QoQ กำไรปี 2557 คิดเป็น 99% ของประมาณการกำไรปี 2557 ของเราที่ 4.3 พันล้านบาท

ประเด็นหลักจากผลประกอบการ

สินเชื่อหดตัว 1.8% QoQ ค่อนข้างตรงตามประมาณการณ์ของเรา หากแบ่งตามประเภท สินเชื่อรายย่อย (โดยหลักสินเชื่อเช่าสำหรับซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์) ลดลง 2.4% QoQ สินเชื่อ SME ลดลง 2.6% QoQ และสินเชื่อบรรษัทลดลง 0.6% QoQ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าสินเชื่อที่ลดลงมาจาก SME ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (car dealer) และรายย่อย สินเชื่อที่ลดลงทำให้ส่วนต่างอัตราดอกเบื้ยลดลง 14 bps QoQ เป็น 3.05% (แต่เพิ่มขึ้นมากจาก 2.58% ในไตรมาส 4/56 จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงมากกว่าดอกเบี้ยเงินกู้)

ธนาคารตั้งสำรองหนี้สูญฯน้อยลงมากที่ 883 ล้านบาทสำหรับไตรมาส 4/57 ลดลง 45% YoY และ 23% QoQ ซึ่งสะท้อนขาดทุนจากรถยนต์ที่ถูกยึดและประมูลขายในระหว่างไตรมาส ซึ่งก่อนหน้าเราคาดว่าธนาคารจะตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ 956 ล้านบาท สัดส่วนหนี้สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ต่อสินเชื่อรวมของธนาคารเพิ่มขึ้นเป็น 2.57% ณ สิ้นปี 2557 จาก 2.35% สามเดือนก่อนหน้า อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสะสมต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารอยู่ที่ 103% ณ สิ้นปี 2557 ลดลงเล็กน้อยจาก 106% ณ สิ้นเดือนก.ย. ทั้งนี้ รายได้จากค่าธรรมเนียมไตรมาส 4/57 อยู่ที่ 1.24 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% YoY แต่ลดลง 3% QoQ

แนวโน้ม

ผู้บริหารแนะสินเชื่อรวมเติบโต 5% ในปีนี้ หนุนโดยสินเชื่อบรรษัทและสินเชื่อ SME เรามองว่ามีความเสี่ยงเล็กน้อยที่จะต่ำกว่าเป้าดังกล่าว

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป

เรายังคงประมาณการกำไรปี 2558 ไว้ที่ 4.75 พันล้านบาท อีกทั้งเรายังคาดว่ากำไรไตรมาส 1/58 จะเติบโต QoQ หนุนโดยตั้งสำรองหนี้สูญฯที่ลดลงและสินเชื่อที่กลับมาเติบโต

คำแนะนำ

เราคาดว่าสินเชื่อ SME สินเชื่อบรรษัท และสินเชื่อส่วนบุคคลจะเติบโตในปีนี้เนื่องจากเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว เรายังมองว่าตั้งสำรองหนี้สูญฯของ TISCO จะลดลง 11% ในปี 2558 จากแนวโน้มที่ดีขึ้น เราได้ปรับ PBV ณ สิ้นปี 2558 จาก 1.2 เท่า เป็นค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 1.45 เท่า ส่งผลให้ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 51 บาท ดังนั้น เราจึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก ถือ เป็น ซื้อ