บน'ปฏิรูปพลังงาน'ยังมี'ความไม่รู้'มองพลังงานเป็นเรื่องซับซ้อน'อานิก อัมระนันทน์'จึงพร้อมคลี่ปมบอกต่อความจริง
เพราะ "พลังงาน" เป็นเรื่องสลับซับซ้อน จากลักษณะของอุตสาหกรรมที่ประกอบไปด้วย ห่วงโซ่ธุรกิจ ตั้งแต่ ต้นน้ำ (สำรวจและผลิตปิโตรเลียม) กลางน้ำ (โรงกลั่นน้ำมัน โรงแยกก๊าซธรรมชาติ และโรงงานปิโตรเคมี) และปลายน้ำ (สถานีบริการน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี) จึงเป็นธรรมดาอยู่เอง ที่จะทำให้เกิดความ "คลาดเคลื่อน" ในการประเมินสถานการณ์บนพื้นฐานข้อเท็จจริง
ยิ่งเมื่อต้องการ "หาข้อยุติ" เพื่อคลายปมขัดแย้งในประเด็นพลังงาน ที่ส่งผลกระทบต่อผู้คนในวงกว้าง หากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จะด้วยความ "ไม่รู้" หรือได้รับข้อมูล "ไม่รอบด้าน" ยิ่งจะสร้าง "แรงกระเพื่อม" ให้ปัญหาลุกลามเพิ่มขึ้นไปอีก
เช่น ข้อมูลที่ว่า ไทยสามารถผลิตน้ำมันได้มากพอๆ กับ ซาอุดีอาระเบีย หรือข้อสงสัยที่ว่า เอ็นจีวี ไทยมีราคาแพงกว่าสหรัฐฯจริงหรือ ,ทำไมไทยกำหนดราคาน้ำมันของตัวเองโดยไม่ต้องอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ ,ปิโตรเลียมของไทยใกล้หมดจริงหรือ
หนังสือ (พลังงาน) เรื่องระหว่างบรรทัด ที่เขียนโดย อานิก อัมระนันทน์ อีกหนึ่ง "ผู้เชี่ยวชาญ" ด้านพลังงาน ที่ทำงาน "บอกต่อความจริง" เรื่องพลังงานไทยมาอย่างต่อเนื่อง
ขอเป็นส่วนหนึ่งในการ "คลี่ปม" สถานการณ์พลังงานไทย
ภาคประชาสังคม อานิก สังกัดกลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน (ERS : Energy Reform for Sustainability) ผู้ก่อตั้งกลุ่มเม้า-บอกต่อความจริง (WoM)
ภาคการเมือง ในปี 2554 เธอคือ รองประธานคณะกรรมาธิการพลังงาน และประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาโครงสร้างราคาก๊าซ
ภาคส่วนตัว เธอคือ ภรรยาของ ดร.ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในปี 2549 ปัจจุบัน ดร.ปิยสวัสดิ์ ยังนั่งเก้าอี้ ประธานกรรมการ บมจ.ปตท.
จึงไม่ต้องสงสัยในเรื่อง "ภูมิรู้" และ "ความใกล้ชิด" ข้อมูลที่เธอบอกเล่าในหนังสือเล่มนี้
"อานิก" ยังเขียนในคำนำผู้เขียน ตอนหนึ่ง ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า..
"ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา เริ่มมีกระบวนการให้ข้อมูล-ข้อเสนอทางพลังงานที่ปัจจุบันขยายตัวเป็นกระแส ทวงคืนพลังงาน โดยเป้าหมายตามที่ปรากฏล้วนเป็นเจตนาดี หากแต่มีการให้ข้อมูลไม่ครบถ้วนในหลายๆ ประเด็น บางอย่างก็ขัดกับข้อเท็จจริง กลายเป็นการให้ข้อมูลที่บิดเบือนมีประเด็น ระหว่างบรรทัดที่หลุดหาย หรือถูกซ่อนไว้มากมาย ก่อให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงตามความเป็นจริงในหลายๆ ด้าน อาจส่งผลกระทบเสียหายต่อประเทศทั้งในระยะยาวและอนาคตอันใกล้ รวมไปถึงความเสี่ยงต่อการทุจริตคอร์รัปชัน หากปล่อยไว้สังคมจะยิ่งเกิดความเข้าใจผิด และยังเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อรัฐบาลต่อการตัดสินใจเชิงนโยบายด้านพลังงานที่ไม่เป็นประโยชน์อย่างยั่งยืน"
สิ่งที่เธอเขียน สะท้อนให้เห็นถึง ผลกระทบมากมาย ที่จะเกิดขึ้น จากความไม่รู้ของผู้คน
ตอบคำถามที่ว่า ..ทำไม ! ต้องหาหนังสือเล่มนี้มาอ่าน
โดยเนื้อหาสาระของหนังสือ แจกแจงเป็น 4 หมวด ในแต่ละหมวด ประกอบด้วยหลายตอนย่อย
หมวดแรก ว่าด้วยเรื่อง กลเกมราคา-กลไกตลาดโลก
หมวดสอง ว่าด้วยเรื่อง ความรู้-ความลับ แหล่งพลังงานไทย
หมวดสาม ว่าด้วยเรื่อง ก้าวทันปัญหาพลังงาน
หมวดสี่ ว่าด้วยเรื่อง ปตท.กับแนวทางปฏิรูปยั่งยืน
เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะ "บอกเล่าข้อเท็จจริง" ยังได้ "นำเสนอความคิดเห็น" ต่อปัญหาพลังงานอย่างผู้เท่าทัน
อย่างตอนที่ว่าด้วยการเฉลยข้อความจริง เช่น ข้อสงสัยเรื่องก๊าซ กับเรื่องจริงที่เกิดขึ้น ,พ.ร.บ.ปิโตรเลียม 2550 ผูกขาดจริงหรือ ,ปิโตรเคมี ศึกแย่งชิง LPG หรือ ข้อเท็จจริงท่อก๊าซฯ ปตท. ฯลฯ
ส่วนตอนที่ว่าด้วยการนำเสนอความคิดเห็นต่อปัญหา เช่น อุดหนุนพลังงานทดแทน ต้องโปร่งใสไร้โควตา ,ปฏิรูปพลังงานต้องกว้างกว่าปตท. หรือ ข้อคิดในวิกฤติพลังงาน เป็นต้น
ต่อแนวทางการ "ปฏิรูปพลังงาน" ซึ่งกำลังเป็นประเด็น ที่รัฐเร่งผลักดันอยู่ในขณะนี้ ในทัศนะของอานิก ที่ระบุไว้ในหนังสือเล่มนี้ เธอบอกว่า..
แนวคิดกึ่งประชานิยม มุ่งให้คนทั่วไปได้ใช้พลังงานราคาถูกนั้น มีบทเรียนต่างประเทศมาแล้วว่า อาจเป็นที่ชื่นชอบในช่วงแรก ที่สุดแล้วก็เกิดผลกระทบในวงกว้าง ต่อทั้งเศรษฐกิจและสังคมอย่างรุนแรง อาทิ ประเทศ เวเนซุเอลา ในปัจจุบัน และประเทศเนเธอร์แลนด์ในอดีต
โดยตั้งข้อสังเกต ถึงการปฏิรูปพลังงาน ว่าสิ่งต้องเร่งดำเนินการคือ
1.การวางแผนจัดการด้านการผลิตไฟฟ้า เพราะค่าไฟฟ้าตามแผนจะเพิ่มขึ้น 30% ใน 10 ปี เนื่องจากพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ เป็นเชื้อเพลิงหลักมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งให้ต้องเพิ่มการนำเข้า โดย LPG แพงกว่าก๊าซฯในอ่าวไทยถึง 2 เท่า หากการปฏิรูปทำให้การผลิตต่างๆ ที่คาดหมายไม่พัฒนา หรือล่าช้า คนไทยจะต้องรับภาระค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมหาศาล
และ 2.ทุกฝ่ายเห็นพ้องว่า การกำกับดูแลกิจการพลังงานของรัฐสุ่มเสี่ยงต่อการทุจริต คอร์รัปชัน หากปฏิรูปผิดทางปัญหาจะยิ่งหนักขึ้น
จากสภาพปัญหาดังกล่าว "กลุ่มปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืน" ที่เธอสังกัด ยังได้รวมตัวกัน จัดทำข้อเสนอต่อสาธารณชน ภายใต้ 3 แนวทาง ได้แก่
-ราคาเป็นธรรม และสะท้อนต้นทุนจริง
-ปฏิรูปปตท.
-ขจัดอุปสรรค ลดความซ้ำซ้อน
โดยมีข้อเสนอ 6 ข้อ ประกอบด้วย
1.การปรับโครงสร้างราคาเพื่อให้การใช้มีประสิทธิภาพ และเกิดความเป็นธรรม
2.เพิ่มการแข่งขันและประสิทธิภาพในธุรกิจพลังงาน เพื่อไม่ให้มีการเอาเปรียบผู้บริโภค
3.ลดการแทรกแซงแสวงหาประโยชน์ในกิจการพลังงานที่รัฐถือหุ้น และป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนของข้าราชการ
4.ปรับปรุงกระบวนการในการกำหนดนโยบาย และการขออนุญาต
5.เร่งสำรวจ พัฒนาและจัดหาแหล่งพลังงาน
6.ส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พลังงานหมุนเวียน และพลังงานสะอาด
ที่สำคัญ ควรเปิดรับฟังความเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการด้านพลังงานและส่วนราชการต่างๆ รวมถึงฝ่ายที่จะต้องบริหารนโยบายพลังงาน
ในรายละเอียดของแนวทางการปฏิรูปพลังงาน สามารถหาอ่านได้จากหนังสือเล่มนี้
แนะนำว่า...ให้อ่านอย่างไตร่ตรอง แล้วคุณจะพบ "ขุมทรัพย์ความรู้" สิ่งที่ซ่อนอยู่ "ระหว่างบรรทัดอักษร"





