วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SET INDEX กลับมาฟื้นตัวแรง

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐฯ และยุโรป (5 - 7 ม.ค. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐฯและยุโรปปรับตัวลง โดย DJIA -2.2%, DAX -3.1%, CAC ฝรั่งเศส -3.1% และFTSE -1.9% ปรับตัวลงจากแรงขายหุ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบ NYMEX ปรับตัวลงหลุด US$50.00/barrel ทำระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 6 ปี และความกังวลต่อสถานการณ์ในกรีซว่าจะอยู่ในกลุ่ม EU ต่อไปหรือไม่ หากการเลือกตั้งในวันที่ 25 ม.ค.พรรคซีไรซาที่เป็นพรรคฝ่ายค้านได้รับการเลือกตั้ง และมีนโยบายยุติมาตรการรัดเข็มขัด

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (5 - 7 ม.ค. 2558)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นต่อเนื่องอีก 6.6% สู่ระดับสูงสุดในรอบ 5 ปี หุ้นขนาดเล็กในกลุ่มเวชภัณฑ์และเทคโนโลยีขยับขึ้นเด่น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นน้อยที่สุดในปีก่อน นอกจากนี้กลุ่มหลักทรัพย์ยังขยับขึ้นต่อจากแรงเก็งกำไรต่อการขยายการเชื่อมโยงระหว่างตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น รวมถึง Zijin Mining และ Shandong Gold Mining ปรับตัวขึ้น หลังราคาทองคำปรับตัวขึ้นในสัปดาห์ที่ผ่านมา

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (5 - 7 ม.ค. 2558)

SET INDEX แม้ว่าจะปรับตัวลงแรงในช่วงต้นสัปดาห์ นำโดยหุ้นหลักกลุ่มพลังงานอย่าง PTT / PTTEP จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลง อย่างไรก็ตามฟื้นตัวได้นำโดยกลุ่มธนาคาร, ICT รวมถึงกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันดิบเริ่มทรงตัวดีขึ้น ส่งผลให้ SET INDEX กลับมายืนเหนือ 1,500 จุดได้ ปิดที่ระดับ 1,500.75 จุด เพิ่มขึ้น 3.08 จุด หรือ +0.21% ณ วันที่ 7 ม.ค.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (9 - 15 ม.ค. 2558)

MBKET ให้น้ำหนักกับการลงทุนเป็น “กลาง” หลัง SET INDEX ฟื้นตัวกลับมาแกว่งเหนือ 1,500 จุดในสัปดาห์แรกของเดือนม.ค. ผลักดันด้วยกลุ่มธนาคาร / ICT / พลังงาน เมื่อราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเริ่มทรงตัวได้ดีขึ้น เราประเมินกรอบแกว่งของ SET INDEX ระหว่าง 1,480 - 1,525/30 จุด

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในสัปดาห์หน้าคือ อันดับความน่าเชื่อถือของรัสเซีย หลังราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลงกว่า 30% นับตั้งแต่เดือนธ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ฐานะการคลัง / ดุลการค้า / เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของรัสเซีย ได้รับผลกระทบเชิงลบ จนอาจกลายเป็นจุดที่ทำให้บริษัทอันดับความน่าเชื่อถือลดอันดับประเทศรัสเซีย ลงสู่ “Junk Bond” หากเป็นไปตามนี้ ย่อมทำให้ความผันผวนในตลาดเงิน / ตลาดหุ้นทั่วโลก กลับมาอยู่ในระดับสูงช่วงสั้นๆ ได้อีกครั้ง

ดังนั้น กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “Contrarian Trading คือ ขึ้นแรงขาย / ลงแรงซื้อ” หุ้นที่คาดว่าผลการดำเนินงานใน 4Q57 จะเติบโตเด่น และ/หรือ ผลตอบแทนเงินปันผลงวดนี้จะสูงระดับ 5% ขึ้นไปเป็นทางเลือกกรณีต้องการพักเงินช่วงสั้น เพื่อปิดความเสี่ยงตลาดที่มีแนวโน้มผันผวน

ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามรายงาน Beige Book ของเฟดในวันที่ 15 ม.ค. เพื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจ และภาวะเงินเฟ้อที่เป็นปัจจัยเสี่ยงใหม่ที่เฟดเริ่มให้น้ำหนัก และอาจมีผลต่อการกำหนดทิศทางนโยบายการเงิน

2. ติดตามการประชุม ครม.ทุกวันอังคาร อาจมีการพิจารณาประเด็นด้านเศรษฐกิจเพิ่มเติม

3. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ อัตราเงินเฟ้อ และผลผลิตภาคอุตฯ ของอียู และ อังกฤษ / ภาวะการจ้างงาน และยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ / อัตราเงินเฟ้อ และดุลการค้าของจีน / ดัชนีราคาผู้ผลิตของ ญี่ปุ่น

----------------------------------------------------

ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ