ปี 2558 จะเป็นปีที่ท้าทาย; เราคาดเติบโตไม่มาก
ประเด็นการลงทุน
LH จะรายงานกำไรไตรมาส 4/57 ทำสถิติสูงสุดและอาจมีอัพไซด์ต่อประมาณการจ่ายเงินปันผลของเรา แต่เราคาดกำไรหลักปี 2558 โตจะเติบโตเพียง 9% ซึ่งมิได้น่าตื่นเต้นมาก อย่างไรก็ตาม LH ซื้อขายกันด้วย PER ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปี 2549-2556 ที่ 10% ทั้งนี้เราปรับลดราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2558 ลงเหลือ 10.60 บาท (จากเดิม 12 บาท) ด้วยวิธี SOTP เพื่อสะท้อนประมาณการกำไรปี 2558 (อ้างอิง PER เดิมไม่เปลี่ยนแปลงที่ 20เท่า) และมูลค่าตลาดของเงินลงทุนที่ลดลง (จาก 3 บาทต่อหุ้น เป็น 2.80 บาท)
ขาย Terminal 21 เข้ากองทรัสต์ LHSC – ดีระยะสั้น แต่ลบระยะยาว
เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2557 ที่ผ่านมา LH ได้ทำการขายศูนย์การค้า Terminal 21 (ขนาด 97,905 ตร.ม.) ให้กับกองทุนทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ แอล เอช ช้อปปิ้ง เซ็นเตอร์ (LHSC) ด้วยมูลค่ากองที่ 5.9 พันล้านบาท (ต่ำกว่าราคาประเมิน 5.7%) บริษัทจะรับรู้กำไรจำนวนมากและจะสามารถจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นได้มากกว่าคาดเดิม เนื่องด้วย LH ถือหน่วยกองทรัสต์ LHSC 9% เราจึงคาดว่าบริษัทจะมีกำไรจากการขายเข้ากองทรัสต์หลังหักภาษีที่ 1.1 พันล้านบาท ซึ่งคิดเป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรปี 2557 ที่ 15% เราคาดอัตราเงินปันผลต่อหุ้นสำหรับผลการดำเนินงานของปี 2558 ที่ 0.55 บาท (ก่อนหน้าเราคาดไว้ที่ 0.47 บาท) ซึ่งสะท้อนอัตราการจ่ายเงินปันผลรอบครึ่งปีหลังของ 2557 ที่ 0.3 บาท (ขึ้นเครื่องหมาย XD ในเดือนเมษ.ย. และจ่ายปันผลในเดือนพ.ค.) ให้สังเกตว่า LH จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้วที่ 0.25 บาทต่อหุ้นในเดือนส.ค.สำหรับการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 2557
บริษัทจะรายงานกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดที่ 3 พันล้านบาทในไตรมาส 4/57 สูงขึ้น 95% YoY และ 76% QoQ หนุนโดยกำไรพิเศษดังข้างต้น แต่อย่างไรก็ตาม เราได้ปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2558 ของเราลง 2% เพื่อสะท้อนรายได้ค่าเช่าจากศูนย์การค่า Terminal 21 ที่จะหายไป (ซึ่งก่อหน้านี้คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 ของรายได้ค่าเช่าทั้งหมดของ LH)
ยอดขายปี 2557 มีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมาย แต่รายได้คาดตรงตามเป้าหมาย
ยอดจองซื้อปี 2557 มีแนวโน้มจะต่ำกว่าเป้าของ LH ที่ 32,000 ล้านบาทเล็กน้อยจากอุปสงค์ที่อ่อนตัวในเดือนธ.ค. แต่ถึงแม้ว่าปี 2557 จะเป็นปีที่ไม่โดดเด่นมากนัก แต่เรายังคงประเมินว่าบริษัทสามารถสร้างยอดจองซื้อเติบโตได้ 5% YoY เป็น 31,800 ล้านบาท และบริษัทจะสามารถบรรลุเป้ารายได้จากการขายโครงการที่อยู่อาศัยปี 2557 ที่ 25,000 ล้านบาทได้ เพิ่มขึ้น 9%
ปี 2558 นับว่าเป็นปีที่ท้าทายสำหรับบริษัท
เราคาดการณ์เชิงอนุรักษ์นิยมว่ารายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยจะเติบโต 4% และกำไรหลักจะเติบโต 9% ในปี 2558 (เทียบกับอัตราการเติบโตของกำไรของหุ้นกลุ่มอสังหาฯที่อยู่อาศัยภายใต้คำแนะนำของเราที่ 16%)
ประเด็นหลักที่ท้าทายคือการเพิ่มการจองซื้อใหม่ของโครงการบ้านเดียว เนื่องจากความชัดเจนของรายได้โดยรวมยังคงต่ำอยู่ (ยอดจองซื้อประกันเพียง 11% ของประมาณการรายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยปี 2558 ของเรา) ทั้งนี้ มูลค่าคอนโดซึ่งมีกำหนดเสร็จภายในปี 2558 ที่ 6.2 พันล้านบาทนั้นต่ำกว่าตัวเลขในปี 2557 อยู่ 8% โดยกำหนดการโอนคอนโดส่วนมากจะเป็นในไตรมาส 4/58 ซึ่งโครางการคอนโด อีส พระราม 2 มีกำหนดโอนในไตรมาส 1/58 ไม่มีการกำหนดโอนใดๆในไตรมาส 2/58 โครงการคอนโดขนาดเล็กในเชียงใหม่มีกำหนดโอนในไตรมาส 3/58 และอีกสามโครงการคอนโดขนาดใหญ่มีกำหนดโอนในไตรมาส 4/58 (โครงการ เดอะ รูม ถนนปั้น โครงการ เดอะ รูม พระราม 4 และโครงการ เดอะ คีย์ วุฒากาศ)
ยังพอมีรายได้จากเงินลงทุนช่วยชีวิต
บริษัทยังมีส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุน (โดยหลักใน HMPRO, LHBANK, QCON, และ QH) คอยช่วยหนุนผลประกอบการแต่ละปีไว้ได้บ้าง ซึ่งคิดเป็นหนึ่งในสามของกำไรสุทธิทั้งหมด นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นเจ้าของตึกอพาร์ทเมนต์ขนาด 264 ยูนิตในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย (มูลค่าโครงการ 3.3 พันล้านบาท) อีกด้วย ซึ่งหากบริษัททำการขายตึกดังกล่าวก็จะช่วยหนุนกำไรให้เพิ่มขึ้นได้มากกว่าที่คาด






