SET แกว่งตัวลงมองหาแนวรับ
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นลบ มองกรอบเคลื่อนไหว 1,460 – 1,480 จุด
SET มีโอกาสปรับตัวลงจาก ตลาดภูมิภาควันนี้มีโอกาสปรับตัวลงจากความวิตกต่อเศรษฐกิจโลกชะลอตัวส่งผลให้นักลงทุนมองหาที่หลบภัย (Safe Haven) จึงเห็นการขายทำกำไรในตลาดหุ้นทั่วภูมิภาคเมื่อวานนี้ทั้งตลาดหุ้นยุโรปที่ปรับลดลงราว 3-4% ดัชนีดาวโจนส์ของสหรัฐปรับลดลงกว่า 331 จุด (-1.8%) ดัชนีความกลัว (VIX Index) ที่ปรับสูงขึ้นอีกครั้งมาที่ 20% จากระดับปกติที่ 13% ขณะที่อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐปรับลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 20 เดือน ที่ 2.0% บ่งบอกถึงนักลงทุนสถาบันในสหรัฐเริ่มหนีจากตลาดหุ้นเข้าสู่ตลาดพันธบัตร สำหรับปัจจัยภายในประเทศ ยังมีความกดดันจากราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ปรับลงสู่ US$51 ต่อบาร์เรล ระดับต่ำสุดในรอบ 6 ปี คาดว่ายังกดดันหุ้นกลุ่มพลังงานที่ปรับขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบก่อนหน้านี้ เศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดเริ่มส่งผลกระทบไปยังหุ้นกลุ่มธนาคาร ตลอดสัปดาห์นี้เป็นช่วงของการ Preview งบ 4Q57 ของกลุ่มธนาคาร ก่อนที่จะมีการประกาศงบช่วงกลางเดือน ซึ่งเราคาดว่านักวิเคราะห์บางส่วนจะเริ่มปรับลดประมาณการผลประกอบการปี 58 ลง กอปรกับนักลงทุนจะเริ่มวิตกต่อหนี้สินภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอาจกดดันความสามารถในการขยายสินเชื่อ นอกจากนี้ฝั่งนักลงทุนสถาบันที่ขายสุทธิออกมา 2.5 พันล้านบาทเมื่อวานนี้ ยืนยันการขายทำกำไรของกองทุน LTF ที่ครบกำหนดไถ่ถอนตามที่เรากังวลมาก่อนหน้า ทางเทคนิค SET อยู่ในช่วงของการปรับฐานโดยจะมีแนวต้านสำคัญบริเวณ 1538 จุด และมีแนวรับสำคัญบริเวณ 1460 จุด (50% Fibonacci)
- กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุนกลับมาถือครองเงินสด หรือเสี่ยงซื้อหาก SET ปรับลงแถว 1460 จุด+/- เพื่อรอขายตอนรีบาวน์
- Top Daily Pick : HEMRAJ (เกิด Synergies หากการซื้อกิจการโดย WHA สำเร็จ และราคาเข้าซื้อที่ 4.5 บาทถูกกว่าราคาตลาดช่วยจำกัด downside ขณะที่ธุรกิจหลักขายที่ดินมีแนวโน้มฟื้นตัวในปีนี้) /WORK (จำนวนผู้ชมและ rating มีแนวโน้มดีขึ้นเกือบทุกเดือน เพิ่มโอกาสปรับขึ้นค่าโฆษณา ขณะที่การดึงรายการช่อง 5 และ 9 มาออกใน WORKPOINT TV ส่งผลให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้น)
- Technical Pick: ECL RS CYBER GENCO HEMRAJ
- Theme Play : หุ้นเติบโตปันผลเด่นระดับ 6% ขึ้นไป (INTUCH MFEC MODERN) /กลุ่มสายการบิน (AAV NOK) ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันดิบทิศทางขาลง /กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE) ได้ประโยชน์จากเงินดอลลาร์สหรัฐมีทิศทางแข็งค่าเทียบสกุลบาท / หุ้นยอดนิยมที่ราคาปรับลงมาแรงจากสัปดาห์ก่อน (ITD NBC MINT SPALI STEC AP CENTEL RS SIRI SIM)
- รายงานวันนี้
Update : กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ (น้ำหนักการลงทุน “เท่าตลาด”) น่าสนใจจากผลตอบแทนเงินปันผลสูง AP QH และ SIRI ให้ผลตอบแทนเงินปันผล 4-5%
Fundamental Talk
- ส่องหุ้น Top gainer / Top loser ที่หาจังหวะเล่นรีบาวน์ได้
•จากการติดตามกลุ่มหุ้นที่ให้ผลตอบแทนสูงในแต่ละสัปดาห์ (Weekly Top gainer) พบว่าสัปดาห์ก่อนซึ่งเป็นสัปดาห์ทำการสุดท้ายก่อนจบปี (22-29 ธ.ค.) มีหุ้นเพียง 30 ตัวที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก และมีเพียง 4 ตัวที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าตลาด (SET ติดลบ 2.5%) ขณะที่มีหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเป็นลบมากถึงราว 400 ตัว และหุ้นที่ราคาคงที่อีกราว 200 ตัว ในหุ้น 30 ตัวที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกก็ไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน คือเป็นในลักษณะการปรับตัวบวกน้อยๆแค่ไม่ปรับตัวลงมาตามตลาดเท่านั้น ไม่ชัดเจนว่าเป็นหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมใด หรือเป็นกลุ่มหุ้นเล็กหรือใหญ่ แถมยังเป็นหุ้นคนละกลุ่มกับในชุด Top gainer ของสัปดาห์ก่อนหน้านี้ กล่าวคือไม่มีหุ้นที่อยู่ในขาขึ้นชัดเจน ลักษณะแบบนี้จึงสะท้อนภาพตลาดที่อยู่ในขาลง ตรงกับมุมมองของเรา โดยการจะกลับมาเป็นขาขึ้นได้จะต้องเห็นหุ้นขนาดใหญ่กลับมาบวกพร้อมกัน และให้นักลงทุนระยะสั้นเข้าเก็งกำไรกลุ่มหุ้นที่ปรับขึ้นดีต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ (อยู่ในรูปแบบขาขึ้น)
•หันมาดูหุ้นที่ปรับตัวลงมาก พบว่ามีหุ้นจำนวนมากที่ปรับตัวลงแรงเกินกว่า 7% ขึ้นไป (หลายตัวติดลบเกือบๆ 20%) ซึ่งมีจำนวนราว 50 ตัวและมักเป็นหุ้นขนาดเล็กมากที่มีการเก็งกำไรรุนแรงในช่วงก่อนหน้า สะท้อนว่าตลาดเริ่มชะลอการเล่นหุ้นร้อน ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะความระมัดระวังต่อมาตรการสกัดจับหุ้นร้อนใหม่ของตลาดหลักทรัพย์ ในขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ใน SET50 ปรับตัวลงราว 2-5% ในลักษณะซึมลง จึงสะท้อนว่าตลาดอาจเข้าภาวะ sideway down ไปอีกระยะ
•ในภาวะตลาดซึมๆแบบนี้ จึงไม่เหมาะแก่การเข้าลงทุนสำหรับนักลงทุนระยะสั้นที่ลงทุนตามแนวโน้ม โดยนอกจากหุ้นส่วนใหญ่จะเป็นขาลงแล้ว ยังคาดเดาได้ยากว่าหุ้นตัวไหนหรือกลุ่มไหนจะกลับมาบวกสวนตลาดได้เนื่องจากไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน เว้นแต่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้มากอาจหาจังหวะเข้าลงทุนเพื่อคาดหวังการรีบาวน์ระยะสั้น หากตลาดเกิดแรงขายตกใจ (Panic Selling) จน SET ปรับลงมาแถว 1460 จุด +/- โดยแนะนำกลุ่มหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีแต่ราคาปรับตัวลงแรงกว่าตลาดมาก ที่น่าสนใจได้แก่ ITD NBC MINT SPALI STEC AP CENTEL RS SIRI SIM (เรียงตามผลตอบแทนจากติดลบมากไปน้อย) ส่วนหุ้น PTTGC PTTEP ก็ปรับตัวลงมากกว่าตลาดแต่ยังไม่ให้เข้าไปเก็งกำไรการรีบาวน์จนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบ







