วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

บลจ.ไทยพาณิชย์รุกกองส่วนบุคคล

บลจ.ไทยพาณิชย์รุกกองส่วนบุคคล ตั้งเป้าเอยูเอ็มปี2558 เพิ่มขึ้นแตะ1.2แสนล้าน

“บลจ.ไทยพาณิชย์” รุกหนักธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล ตั้งเป้าดันเอยูเอ็มขึ้นแตะ 1.2 แสนล้านบาทเล็งให้ความรู้ลูกค้าระดับบนของแบงก์แม่ หวังดึงลงทุนกองทุนหุ้น-ต่างประเทศเพิ่ม มั่นใจดึงลูกค้ากลุ่มนี้ 50% ลงทุนกองทุนได้

นายพจน์ หะริณสุต รองกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจลูกค้าบุคคลและสถาบัน บลจ.ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า ปีที่ผ่านมากองทุนส่วนบุคคลถือว่าเติบโตตามเป้าที่เราวางไว้ ซึ่งก่อนก่อนหน้าบริษัทมีสินทรัพย์สุทธิภายใต้การบริหาร (AUM) หรือ เอยูเอ็ม ในส่วนของกองทุนส่วนบุคคลอยู่ที่ 105,000 ล้านบาท คิดเป็น 25% จากเดิมที่มีแค่ 84,000 ล้านบาท

สำหรับธุรกิจกองทุนกองทุนส่วนบุคคลบริษัทได้ฐานลูกค้าจากมหาวิทยาลัยเข้ามาค่อนข้างมาก ในขณะที่พอร์ตลงทุนใหญ่ๆ อย่างประกัน และสถาบันการเงินก็ยังคงมีอยู่ โดยพอร์ตการลงทุนในส่วนนี้ของบริษัท ไม่ได้รวมฐานลูกค้าจากกระทรวงการคลังและประกันสังคม

“แผนงานในส่วนของกองทุนส่วนบุคคลนั้น บริษัทยังตั้งเป้ามองหาฐานลูกค้าใหม่ และยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิม โดยในปี 2558 นี้เราตั้งเป้าจะเพิ่มเอยูเอ็มในกองทุนส่วนบุคคลอีกประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือขยับมาแตะที่ 120,000 ล้านบาท”

นายพจน์ ยังกล่าวอีกว่า แผนงานในส่วนธุรกิจลูกค้าบุคคลและสถาบันนั้นเรายังคงเน้นการหาลูกค้ารายใหม่เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะฐานลูกค้าของธนาคารไทยพาณิชย์ซึ่งเป็นแบงก์แม่ เช่น กลุ่มลูกค้า SCB FIRST Privilege Banking โดยลูกค้ากลุ่มนี้มีเงินเริ่ม เงินลงทุน และประกัน ต้นตั้งแต่ 10-49 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีแผนที่จะสร้างทีมงานเน้นให้ความรู้ด้านการลงทุนกับลูกค้าโดยเฉพาะ ที่ผ่านมาเราสร้างทีมงานมาเสริมแล้วประมาณ 10-20 คน

ทั้งนี้ลูกค้าส่วนใหญ่ยังเน้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงน้อยโดยเฉพาะกองทุนรวมตราสารหนี้ และกองทุนรวมตลาดเงินใน รวมถึงการฝากเงิน ขณะที่กองทุนรวมหุ้นและกองทุนต่างประเทศนั้นมีสัดส่วนการลงทุนค่อนข้างน้อย

“บริษัทมองเห็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับลูกค้าโดยเฉพาะการให้ความรู้เกี่ยวกับการลงทุนและการจัดสรรเงินลงทุนที่ดีเพื่อผลตอบแทนในอนาคต โดยหวังว่าจะสามารถดึงลูกค้าประมาณ 50% หันมาลงทุนในกองทุนหุ้นได้”

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้นั้น หากเติบโตได้ตามเป้าเศรษฐกิจจะโต ประมาณ 4% คาดว่าน่าจะส่งผลดีกับบริษัทจดทะเบียน ขณะเดียวกันหุ้นไทยเมื่อเทียบกับหุ้นในภูมิภาคจะพบว่านักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปค่อนข้างมาก ทำให้บริษัทมองว่ามีโอกาสพอสมควรที่นักลงทุนกลุ่มนี้จะกลับเข้ามาลงทุนหุ้นไทยเพิ่ม โดยมองดัชนีหุ้นไทยในปีนี้ไว้ที่ 1,650-1,700 จุด โดยหุ้นในกลุ่มที่น่าสนใจได้แก่ กลุ่มธนาคารและกลุ่มก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งคงต้องติดตามว่านโยบายเศรษฐกิจต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรอีกด้วย