ธปท.เผยเศรษฐกิจเดือน พ.ย.ฟื้นตัวแผ่ว จากเบิกจ่ายภาครัฐล่าช้า ขณะปัจจัยหนุนจากใช้จ่ายเอกชน-ภาคผลิตเริ่มฟื้นตัว
รัฐบาลพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการลงทุนภาครัฐ แต่การเบิกจ่ายยังเป็นไปด้วยความล่าช้า ส่งผลให้เศรษฐกิจในช่วงปลายปีไม่ฟื้นตัวตามที่คาดการณ์ไว้ แม้จะเริ่มเห็นสัญญาณการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น
รัฐบาลตั้งเป้าหมายว่าเม็ดเงินจากภาครัฐจะช่วยประคับประคองเศรษฐกิจช่วงปลายปี ในขณะที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากภาคส่งออกที่ยังไม่ฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลก และยังมีปัญหาความเชื่อมั่นเนื่องจากมาจากสถานการณ์การเมืองในรอบปี
ตัวเลขเศรษฐกิจของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ให้เห็นว่าการเบิกจ่ายภาครัฐชะลอตัว เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้านี้และทำให้หลายสำนักวิจัยปรับประมาณเศรษฐกิจปี 2557 แม้แต่ธปท.ได้ปรับลดจีดีพีในปีนี้เหลือ 0.8%
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่าแรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายภาครัฐลดลง มูลค่าการส่งออกสินค้าแผ่วลงตามอุปสงค์จากจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ประกอบกับราคาสินค้าส่งออกหลายหมวดลดลงตามราคาน้ำมันโลก ภาคการท่องเที่ยวชะลอตัวบ้างหลังสิ้นสุดมาตรการผ่อนผันให้รถ โดยสารมาเลเซียสามารถเดินทางออกนอก จ.สงขลา ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ ราคาน้ำมันโลกที่ต่ำลง ทำให้อัตราเงินเฟ้อลดลง และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่องจากเดือนก่อน
"ตัวเลขเดือนต.ค.และพ.ย.เข้มแข็งขึ้น เพียงแต่การฟื้นตัวยังช้า ซึ่งเป็นเรื่องปกติของเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงฟื้นตัว ที่ช่วงแรกอาจจะลุ่มๆ ดอนๆ บ้าง และการฟื้นตัวในช่วงต้นก็ต้องยอมรับว่ายังมีความเปราะบางอยู่ ตัวเลขบางตัวอาจหดตัวในบางช่วง แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็นการทยอยฟื้นตัว ซึ่งภาพรวมเป็นไปตามที่กนง.(คณะกรรมการนโยบายการเงิน) ประเมินไว้" นางรุ่งกล่าว
การบริโภคเอกชนดีขึ้น
สำหรับอุปสงค์เอกชนที่ฟื้นตัวนั้น ในส่วนของการบริโภคภาคเอกชนปรับดีขึ้นเล็กน้อยตามการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนหมวดสินค้ากึ่งคงทน และหมวดบริการ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการจ้างงานและรายได้ของครัวเรือนนอกภาคเกษตรที่อยู่ในเกณฑ์ดีรวมทั้งราคาน้ำมันในประเทศที่ปรับลดลงช่วยเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน
การใช้จ่ายในหมวดสินค้าคงทนยังไม่ฟื้นตัว เพราะภาระหนี้ที่อยู่ในระดับสูงทำให้ครัวเรือนยังระมัดระวังการใช้จ่ายสินค้าคงทนที่มีมูลค่าสูง และกำลังซื้อของครัวเรือนในภาคเกษตรถูกบั่นทอนด้วยราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำ โดยดัชนีการบริโภคในเดือนพ.ย. ขยายตัว0.7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน
"ในส่วนของสินค้าคงทน เดิมเราคาดการณ์ว่าจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวในปลายปีนี้ แต่จากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวล่าช้า ทำให้เรายังไม่เห็นการฟื้นตัวในกลุ่มสินค้าดังกล่าวมากนัก แต่คิดว่าปีหน้าจะเริ่มดีขึ้น เพียงแต่จะยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ โดยเฉพาะในส่วนของการบริโภครถยนต์ ซึ่งต้องรอจนกว่าจะครบวัฏจักรของการซื้อรถยนต์ใหม่ก่อน"
ลงทุนขยายผลิตมีไม่มาก
ส่วนการลงทุนภาคเอกชน ในเดือนพ.ย.ขยายตัวเล็กน้อยจากเดือนก่อน จากการลงทุนในเครื่องจักรอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น สะท้อนด้วยการนำเข้าสินค้าทุนโดยเฉพาะในหมวดอุปกรณ์โทรคมนาคมเพื่อขยายเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่และอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งการก่อสร้างที่ทยอยปรับดีขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์
การลงทุนเพื่อขยายกำลังการผลิตยังคงมีไม่มาก เพราะธุรกิจขนาดใหญ่มีกำลังการผลิตส่วนเกินอยู่ และรอให้เศรษฐกิจในประเทศและการส่งออกฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้น
สำหรับแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ ชะลอลงหลังมีการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประจำในเดือนก่อน ขณะที่การใช้จ่ายงบลงทุนมีต่อเนื่อง แต่โดยรวมการเบิกจ่ายทำได้ค่อนข้างช้าเทียบกับเป้าหมาย โดยในเดือนพ.ย.การใช้จ่ายภาครัฐหดตัว 19.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนรายได้รัฐบาลลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน จากภาษีสรรพสามิตที่หดตัวตามยอดจำหน่ายรถยนต์เป็นสำคัญ ประกอบกับมูลค่าการนำเข้าที่ลดลงเพราะราคาน้ำมันทำให้การจัดเก็บภาษีศุลกากรและภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าลดลงด้วย
ส่งออกขยายตัวสวนราคาหดตัว
นางรุ่งกล่าวว่า ในส่วนของการส่งออก ยังคงฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป เพราะมีปัจจัยลบเรื่องการชะลอตัวของอุปสงค์จีน ญี่ปุ่นและยุโรป ประกอบกับราคาสินค้าส่งออกหลายหมวดปรับลดลงตามทิศทางราคาน้ำมันดิบ เช่น ปิโตรเลียม ยางพารา และเคมีภัณฑ์ ส่งผลให้มูลค่าการส่งออกสินค้า 11 เดือนแรกหดตัวเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
"การส่งออกถ้าดูในเชิงของปริมาณช่วง 11 เดือนแรก มีการขยายตัว 0.6% แต่ในส่วนของราคาหดตัวลงประมาณ 0.9% ทำให้เมื่อแปลงมาเป็นมูลค่าการส่งออก ลดลงไปประมาณ 0.3%"
ส่วนผลกระทบจากการตัดสิทธิประโยชน์ทางภาษี(จีเอสพี) ของกลุ่มประเทศยุโรปที่เริ่มในเดือนม.ค.2558 เป็นเดือนแรกนั้นเชื่อว่าผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทยมีน้อยมาก เพราะไม่ได้กระทบสินค้าทุกประเภท แต่กระทบในบางกลุ่ม เช่น อาหารกระป๋องรองเท้า เป็นต้น
อีกทั้งผู้ประกอบการเหล่านี้ก็ทราบในเรื่องดังกล่าวดี โดยมีการปรับตัวด้วยการหันไปใช้ประโยชน์จากการผลิตในประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งหาตลาดใหม่มาทดแทน
การผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น
การนำเข้าสินค้ามีมูลค่าลดลงตามการนำเข้าน้ำมันดิบ โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงและการชะลอปริมาณการนำเข้าของโรงกลั่นน้ำมัน เนื่องจากมองว่าราคาน้ำมันโลกอาจลดต่ำลงอีก
ส่วนอุปสงค์ในประเทศที่ปรับดีขึ้น ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมโดยรวมเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน โดยเฉพาะการผลิตอาหารและเครื่องดื่ม และเคมีภัณฑ์ นอกจากนี้ มีปัจจัยพิเศษ ได้แก่ มอเตอร์เอ็กซ์โปในช่วงปลายเดือนพ.ย. จนถึงต้นเดือนธ.ค. ที่กระตุ้นให้มีการผลิตยานยนต์เพื่อรองรับงานดังกล่าว
นอกจากนี้ยังมี การผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นจากการกลับมาเปิดดำเนินการของโรงกลั่นน้ำมันหลังปิดซ่อมบำรุงชั่วคราวในช่วงปลายเดือนก.ย.ถึงต้นเดือนพ.ย. ทั้งนี้การฟื้นตัวของการผลิตภาคอุตสาหกรรมสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรม
นางรุ่ง กล่าวว่า ในส่วนของการท่องเที่ยว ขยายตัวดีขึ้นในอัตราที่ชะลอลงจากเดือนก่อน เพราะมาตรการผ่อนผันให้รถโดยสารมาเลเซียสามารถเดินทางออกนอกจังหวัดสงขลาสิ้นสุดลง ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจของตลาดหลักทั้งยุโรป รัสเซีย และญี่ปุ่นไม่ดีนัก จึงส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทยผ่านทั้งรายได้ของนักท่องเที่ยวจากประเทศเหล่านั้น และค่าเงินรูเบิลและเยนที่อ่อนลงมากในช่วงที่ผ่านมา
ตลาดจีนยังมีความเข้มแข็ง สะท้อนจากจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตามความนิยมการท่องเที่ยวไทย และความเชื่อมั่นต่อสถานการณ์การเมืองของไทย
รายได้เกษตรกรหดตัว
ส่วนรายได้เกษตรกร ที่หดตัวค่อนข้างมากจากระยะเดียวกันปีก่อน เป็นปัจจัยลดทอนการบริโภคของครัวเรือน โดยเฉพาะครัวเรือนในภูมิภาคที่ประกอบอาชีพการเกษตร ทั้งนี้รายได้เกษตรกรที่ลดลง เป็นผลจากพืชสำคัญ 2 ชนิด คือ ยางพาราที่ประเทศผู้นำเข้ารายใหญ่ เช่น จีน และมาเลเซีย ลดคำสั่งซื้อตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
ประกอบกับราคายางพาราถูกกดดันเพิ่มเติมจากราคาน้ำมันโลกที่ลดลงเพราะสามารถใช้เป็นสินค้าทดแทนกันได้ และข้าวที่ราคาลดลงหลังสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดีทั้งด้านในประเทศและด้านต่างประเทศ อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง และราคาน้ำมันโลกที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็วช่วยให้อัตราเงินเฟ้อลดลง และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลต่อเนื่องจากเดือนก่อน
สำหรับดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุลจากการชำระคืนเงินกู้ต่างประเทศระยะสั้นของสถาบันรับฝากเงิน และการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศของนักลงทุนไทย โดยรวมดุลการชำระเงินใกล้สมดุล ขณะที่เงินสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์มั่นคง






