ระยะสั้น เลือกเก็งกำไรรายตัว NOK MAJOR IFEC BEAUTY
Market Outlook
คาดดัชนีฯ วันนี้ ผันผวน มีโอกาสปิดสิ้นปีนี้ที่ระดับ 1509 จุดหรือ 1487 จุด ขึ้นอยู่กับการทำ Window Dressing ส่วนปัจจัยลบมาจาก การดิ่งลงต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบ และวิตกสถานะการณ์กรีซ
คาดดัชนีฯ วันนี้ มีโอกาสปิดสิ้นปีนี้ที่ระดับ 1509 จุด หรือ 1487 จุด ท่ามกลางวอลุ่มเบาบาง ขึ้นอยู่กับการทำราคาปิดก่อนสิ้นงวดบัญชีของกองทุนฯ ปัจจัยลบมาจากสถานะการณ์กรีซ ที่มีความเสี่ยงสูงที่อาจผิดนัดชำระหนี้รอบใหม่ หลังต้องเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ 25 ม.ค. และแรงขายลดความเสี่ยงจากเทศกาลหยุดยาวช่วงปีใหม่ ขณะที่ปัจจัยกดดันตลาด มาจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงวานนี้แตะระดับต่ำสุดรอบ 5 ปี (คาดแนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อไปในไตรมาสแรกของปี 2558)
กลยุทธ์ลงทุน : ระยะสั้น เลือกเก็งกำไรรายตัว NOK MAJOR IFEC BEAUTY ระยะกลางซื้อสะสมหุ้นกลุ่มสื่อสาร ADVANC INTUCH และกลุ่มรับเหมา CK STEC ITD UNIQ กล่มธนาคาร KBANK SCB TMB
ปัจจัยต่างประเทศ : กรีซอาจเผชิญปัญหาการเงินรอบใหม่
การเลือกตั้งกรีซรอบที่ 3 ไม่ประสบความสำเร็จ หลังจากนายสตาฟรอส ดิมาส อดีตกรรมาธิการยุโรปเป็นผู้สมัครเพียงคนเดียวในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันจันทร์ แต่เขาได้รับคะแนนโหวตจากสมาชิกรัฐสภาเพียง 168 เสียง ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ 180 เสียงที่จะทำให้เขาได้รับชัยชนะ ทำให้กรีซต้องจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 25 ม.ค. 2015 ซึ่งสร้างความกังวลต่อนักลงทุน เนื่องจากมีการคาดว่าพรรคริซา อาจจะชนะการเลือกตั้งในกรีซในช่วงต้นปีหน้า โดยพรรคนี้ต้องการที่จะต่อรองกับ Troika (IMF EU ECB) เพื่อยุตินโยบายรัดเข็มขัด และอาจทำให้วิกฤติหนี้กลับมาใหม่
สัปดาห์นี้ประกาศตัวเลข PMI เดือน ธ.ค. โดยวันพุธ HSBC จะประกาศ PMI ภาคการผลิตจีน วันพฤหัสฯ ทางการจีนประกาศ PMI ภาคการผลิต วันศุกร์ สหรัฐฯ ประกาศ ISM ภาคการผลิต และยูโรโซนประกาศ PMI ภาคการผลิต
ปัจจัยในประเทศ : ลุ้นมาตรการรัฐต่างๆ เห็นผลปีหน้า
คลังคาดจีดีพีปี 57 โตราว 1% สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ของไทยในปี 57 จะขยายตัวในระดับ 1% หลังมองว่าการส่งออกจะไม่ติดลบ ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะโตราว 3.1-3.2%
ทั้งนี้ สศค. คาดว่า เศรษฐกิจไทยในปี 58 จะขยายตัวได้ 4% จากผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐแม้ว่าการใช้จ่ายจะล่าช้าไปบ้าง แต่มองว่าจะเริ่มเห็นผลเต็มที่ตั้งแต่เดือน ม.ค. ที่หน่วยงาน ภาครัฐน่าจะลงนามในสัญญาใหม่ ตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ นอกจากนี้ จะมีแรงส่งจากโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม, การลงทุนภาคเอกชนจากการออกใบอนุญาตโรงงานใหม่ หรือ รง.4 ที่มีกว่า 2,000 ใบอนุญาต และการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนที่ทยอยเพิ่มขึ้น
ทางเทคนิค ดัชนีฯ แนวโน้มระยะสั้นค่อนข้างอ่อนแรง อย่างไรก็ดี จากปริมาณการซื้อขายที่เบาบาง ทำให้ยังมีโอกาสของการฟื้นตัวในปีหน้า โดยวานนี้ดัชนีฯ ยังสามารถประครองตัวเหนือแนวรับสำคัญ บริเวณ 1495 จุด (SMA 200วัน) โดยมีแนวต้านแรกที่ 1530/1540 จุด อย่างไรก็ดี indicator ระยะสั้น อย่าง MACD ยังบ่งชี้ถึงโมเมนตัมการฟื้นตัวที่ไม่แข็งแกร่งนัก โดยยังเคลื่อนตัวอยู่ต่ำกว่า signal line และต่ำกว่าระดับ 0 ทั้งนี้ ภาพจะเป็นลบหากปิดที่ระดับต่ำกว่า 1490 จุด อาจถอยไปตั้งหลักใหม่บริเวณ 1460 จุดได้







