SET แกว่งตัวเหนือ 1500 จุด
SET View
- แนวโน้มวันนี้เป็นกลาง มองกรอบเคลื่อนไหว 1,500 – 1,515 จุด
วันศุกร์ที่แล้วมูลค่าซื้อขายลดลงอย่างเห็นได้ชัดเหลือเพียง 2.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่สัปดาห์นี้เหลือแค่ 2 วันทำการ เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงชะลอการลงทุนในช่วงวันหยุด SET น่าจะยังผันผวนในกรอบแคบเหนือ 1500 จุด วันศุกร์ที่แล้วธปท.ปรับลดประมาณการ GDP ปี 57 ลงจาก 1.5% เหลือ 0.8% และปี 58 ลงจาก 4.8% เหลือ 4.0% เนื่องจากภาคส่งออกฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยตัวเลขส่งออกเดือนพ.ย.ที่ประกาศในวันเดียวกันกลับมาติดลบ 1%YoY ส่งผลให้ยอดส่งออก 11M57 คงติดลบ 0.4% ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าสนับการฟื้นตัวของ SET อย่างมีนัย ทางเทคนิค SET หลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1520 แบบเปิด Gap ทิ้งไว้แถว 1525 จุด บ่งบอกถึงการจบรอบการรีบาวน์ที่ขึ้นมาจากจุดต่ำสุด 1376 จุดในสัปดาห์ก่อน โดยมีแนวรับถัดไปบริเวณ 1490 และ 1460 จุด สำหรับวันนี้ SET มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1515 จุดแต่คาดว่ายังคงมีแรงดักขายทำกำไรของนักลงทุนที่ต้องการปิดความเสี่ยงก่อนช่วงวันหยุดยาว
- กลยุทธ์การลงทุน เก็งกำไรระยะ 1-2 วัน ชะลอการลงทุนกลับมาถือครองเงินสด รับความเสี่ยงได้มากหาจังหวะขึ้นขาย-ลงซื้อ
- Top Daily Pick : THCOM (คาดผลประกอบการ 4Q57 จะฟื้นตัวแรงจากการเริ่มรับรู้รายได้ไทยคม 7 และยังมี upside จากการปรับโครงสร้างทางการเงินไทยคม 7 ที่จะช่วยลดต้นทุนการดำเนินงาน) /SIM (คาดผลประกอบการ 4Q57 เติบโดดเด่นทั้ง QoQ และ YoY จากคำสั่งซื้อ Big Lot ส่วนแนวโน้มปี 58 มีโอกาสเติบโตต่อเนื่องตามตลาด Smart phone ยังอยู่ในแนวโน้มการเติบโต)
- Technical Pick : BMCL AJD IFEC KTC HEMRAJ
- Theme Play : กลุ่มนิคม (AMATA HEMRAJ) ตัวเลขยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนเดือนพ.ย.เติบโตกว่า 121%MoM แสดงสัญญาณการฟื้นตัว) /TTA เพิ่มทุนแจกวอแรนท์สนับสนุนการเติบโตจากการซื้อกิจการ /BCP มีมูลค่าแฝงจากโครงการ Solar Farm ที่มีโอกาสถูก unlock value /ROBINS คาดยอดขายสาขาเดิม (SSSG) เริ่มฟื้นตัวตั้งแต่ 4Q57 ส่วนปีหน้ากลับมาเติบโตชัดเจนจากการขยายสาขา /กลุ่มนำตลาดเบต้าสูง (ITD SPALI RS PTTEP SIRI PTTGC TRUE) /ADVANC INTUCH ผลประกอบการปี 58 จะกลับมาโตชัดเจนจากต้นทุนดำเนินงานลดลง
- รายงานวันนี้
Update : GRAMMY (แนะนำ “ซื้อ” มูลค่าเหมาะสม 16.00 บาท) เสริมพันธมิตรให้ธุรกิจทีวีดิจิตอลแข็งแกร่ง
Update : กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม (น้ำหนักการลงทุน “เท่ากับตลาด”) การลงทุนจากต่างประเทศปีนี้ มีโอกาสดีกว่าคาด
Fundamental Talk
- กลยุทธ์การลงทุนเดือน ม.ค. 58
•แนวโน้ม SET เดือนมกราคมยังคงถูกกดดันจากคาดหวังเชิงลบต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ล่าช้าเนื่องจาก GDP ไทยอิงกับภาคส่งออกกว่า 65% ซึ่งยังไม่มีสัญญาณการฟื้นตัว และการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบที่กระทบต่อผลประกอบการหุ้นกลุ่มพลังงาน อีกทั้งช่วงปลาย ม.ค. จะเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการ 4Q57 ที่เรามองว่าโดยภาพรวมกำไรธุรกิจจะยังไม่สดใสจากภาพเศรษฐกิจปลายปีก่อนที่ยังไม่ฟื้นตัวดี ด้านเทคนิค SET เข้าสู่ทิศทางขาลงในเดือนธ.ค. เมื่อหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 1586 จุดลงมาในวันที่ 8 และไปทำจุดต่ำสุดเมื่อ 15 ธ.ค. ที่บริเวณ 1376 จุด หลังจากนั้นได้รีบบาวน์กลับขึ้นไปทดสอบแนวต้ทานบริเวณ 1536 จุดแต่ก็ไม่สามารถกลับขึ้นไปได้ ทำให้ต้องปรับลงมาสร้างฐานอีกครั้ง ในเดือนนี้ โดยเรามองความเสี่ยงทางลงได้ถึง 1460 จุด มองเดือน ม.ค.-ก.พ. จะเป็นเดือนที่ SET ปรับตัวลงมาเพื่อจบ wave C แล้วแกว่งตัวผัวผวนหาฐานในกรอบ 1460-1550 จุด
•ปัจจัยเสี่ยง (1) เปิดช่วงต้นปีมาเราคาดจะมีความเสี่ยงจากแรงขายจากกองทุน LTF/RMF ที่ครบกำหนดไถ่ถอนหลังลงทุนมาแล้ว 5 ปี (2) ราคาน้ำมันดิบ Brent ยังคงเป็นอิทธิพลสำคัญต่อทิศทางตลาดและกลุ่มพลังงาน ปัจจุบันแกว่งตัวอยู่ระดับต่ำและยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัวจึงจะเป็นปัจจัยกดดันอยู่ ทั้งๆที่หุ้นกลุ่มปตท. รีบาวด์ขึ้นมาแล้วจึงเป็นความเสี่ยงที่หุ้นกลุ่ม ปตท. จะ correction ฉุด SET อีกครั้ง (3) เดือน ม.ค. จะเป็นเดือนที่เริ่มใช้มาตรการสกัดจับหุ้นร้อนใหม่จะเป็นปัจจัยกดดันจิตวิทยาการลงทุน (4) ปลายเดือนจะมีการประกาศผลประกอบการ 4Q57 โดยเริ่มจากกลุ่มธนาคาร โดยเราคาดว่ายังไม่สดใสจากภาคส่งออกปี 57 ที่ยังไม่ฟื้นตัวเพราะเศรษฐกิจต่างประเทศ จึงเป็นเหตุที่เรามองว่า SET จะยังไม่รีบไปสะท้อนโอกาสเติบโตของปี 58 จนกว่าจะประกาศผลประกอบการ ปี 2557 จบ (5) ประเด็นที่รัสเซียยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เราให้ติดตามค่าเงินรูเบิลและเฝ้าระวังนโยบาย Capital control
•กลยุทธ์การลงทุนประจำเดือน โดยภาพเดือนยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่มากและตราบใดที่ยังไม่จบการปรับฐานทางเทคนิคยังเน้นให้นักลงทุนระยะสั้นถือเงินสด ให้ติดตามกลยุทธ์ระหว่างสัปดาห์รอเข้าเมื่อเห็นสัญญาณซื้อระยะสั้น โดยเดือน ม.ค. อยากให้เน้นค่อยๆสะสมหุ้นพื้นฐานดีและผลประกอบการมีโอกาสเติบโตโดดเด่นปี 58 แต่ราคาปรับลงมาแรง โดยเรามอง SET ระดับต่ำกว่า 1400 จุด หรือระดับ 14 เท่าของ PE ปี 58 จะเริ่มเข้าสู่ zone ถูกให้ใช้เป็นจังหวะเข้าสะสม โดยหุ้นกลุ่มที่แนะนำได้แก่ (1) กลุ่มสื่อสาร (INTUCH THCOM) ผลประกอบการเติบโตต่อในในปี 58 และได้ประโยชน์จากนโยบาย Digital Economy/ การเปิดประมูล 4G ที่จะมีความชัดเจนในปีหน้า (2) กลุ่มเครือข่ายร้านค้าปลีกและอาหาร (CPALL ROBINS KAMART SST) เป็นกลุ่มที่ปี 57 โดยรวม Underperform SET จากปัญหา SSSG ไม่สดใส ซึ่งคาดว่าจะมาพลิกฟื้นในปี 58 แล้วยังมีปัจจัยราคาน้ำมันถูกเป็นปัจจัยกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคและเศรษฐกิจโดยรวมอีกด้วย (3)กลุ่มสายการบิน (NOK) อยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหนุนยอดผู้โดยสารในระยะสั้นอีกทั้งคาดกำไร 4Q57 จะฟื้นตัวดีขึ้นจากราคาน้ำมันถูกลง (4)กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (CK STEC) ยังเป็นกลุ่มที่แนวโน้มระยะยาวสดใสจาก theme การลงทุนภาครัฐ ราคาระยะสั้นจะผันผวนแรงตามภาวะตลาดแต่เป็นข้อดีเพราะราคาหุ้นปีก่อนค่อนข้างเต็มมูลค่า หากอ่อนตัวจึงเป็นจังหวะสะสม (5) หุ้นขนาดกลาง-เล็ก ใน kktrade coverage (MODERN MFEC SIM SYMC) ตัวที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวหรือมีอัตราปันผลสูง ปลอดภัยต่อการลงทุนในภาวะตลาดผันผวน






