วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธุรกิจหนังปี58ทะลุ5พันล้าน

ในสถานการณ์ปกติอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จะมีอัตราเติบโตและมูลค่าเพิ่มขึ้นทุกปี

สอดคล้องกับจำนวนโรงภาพยนตร์ที่ขยายสาขาใหม่ต่อเนื่อง และการปรับราคาตั๋วหนัง แต่หากต้องเผชิญปัจจัยลบการเมือง ภาพรวมอาจอยู่ในภาวะถดถอยได้เช่นกัน

วิสูตร พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท จีทีเอช จำกัด กล่าวว่าภาพรวมธุรกิจหนังปีนี้ คาดว่ามีมูลค่ารวม 4,200 ล้านบาท ลดลงจากปี2556 ราว 4-5% จากสถานการณ์การเมืองไม่นิ่งในครึ่งปีแรก แต่ปัจจัยสำคัญมาจากหนังฮอลลีวู้ด ฟอร์มยักษ์มีจำนวนน้อย มีเพียงเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ส 4 ที่ทำรายได้ 400 ล้าน ถือเป็นภาวะถดถอยเช่นเดียวกับหลายตลาดทั่วโลก เช่น สหรัฐที่ลดลง 11-12% เช่นกัน

ขณะที่ภาพรวมหนังไทยปีนี้มีจำนวน 70 เรื่องสูงสุดในรอบ 10ปี จากปีก่อนที่มีจำนวน 50 เรื่อง โดยกลุ่มสตูดิโอหลักมีปริมาณเท่าเดิม แต่กลุ่มที่เพิ่มขึ้นมาจาก "ผู้สร้างหน้าใหม่" ที่เห็นโอกาสการทำรายได้ หลังจากหนังเรื่องพี่มาก...พระโขนง ทำรายได้รวมทั่วประเทศ 1,000 ล้านบาทในปี 2556 นอกจากนี้มีหนังอินดี้ แนวสารคดีเพิ่มขึ้น แต่พบว่าหนังจากผู้สร้างหน้าใหม่ไม่ประสบความสำเร็จด้านรายได้ในปีนี้

ฮอลลีวู้ดแกร่งดันปีหน้าโต

สำหรับทิศทางอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปี 2558 หากไม่มีปัจจัยลบการเมือง ถือเป็นปีที่มีโอกาสเติบโตสูง และทำรายได้ทะลุ 5,000 ล้านบาท จากปัจจัยหลัก หนังฮอลลีวู้ด ฟอร์มยักษ์และภาคต่อ นับ 10 เรื่องเตรียมออกฉาย เช่น จูราสสิค พาร์ค , อเวนเจอร์ส, เทอมิเนเตอร์, ฟาสต์แอนด์ ฟิวเรียส , มิชชั่น:อิมพอสซิเบิล เป็นต้น ถือเป็นหน้าหนังที่จะทำรายได้ระดับ 200-300 ล้านบาทขึ้นไป

รวมทั้งแผนการขยายจำนวนโรงหนังของเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ที่ประกาศจะเปิดให้ครบ 1,000 โรง ในปี 2563 จากปัจจุบันมีประมาณ 500 โรง เช่นเดียวกับ เอสเอฟ ซีเนม่า ที่เดินหน้าขยายสาขาทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดต่อเนื่อง จำนวนสาขาโรงหนังที่เพิ่มขึ้น ทำให้ "หนัง"มีโอกาสทำรายได้เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตามปัจจัยเรื่องการปรับราคาตั๋วหนัง อาจทำให้ผู้ชมลดความถี่ในการดูหนังลง จากเดือนละ 4 เรื่อง อาจเหลือ 1-2 เรื่อง ปัจจัยดังกล่าวจะทำให้ "หนังทำเงิน" มีโอกาสทำเงินเพิ่มขึ้น เพราะผู้ชมจะเลือกดูหนังที่มีกระแสแรงเท่านั้น ขณะเดียวกัน "หนังไม่ทำเงิน" ก็มีโอกาสจะได้เงินลดลงไปอีก

"จีทีเอช"ยึดส่วนแบ่ง50%

นายวิสูตร กล่าวอีกว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ปี2556 และปีนี้ สัดส่วนหนังฮอลลีวู้ดอยู่ที่ 74% หนังไทย 25% และอื่นๆ เช่น หนัง เกาหลี ญี่ปุ่น จีน อินเดีย 1% ในปี 2558 หนังฮอลลีวู้ด มีโอกาสจะทำรายได้มากขึ้น จากหน้าหนังที่แข็งแกร่ง ขณะที่หนังไทยเชื่อว่าจะมีจำนวนเรื่องลดลงจากปีนี้กลับสู่ภาวะปกติ คาดว่าสัดส่วนรายได้จะอยู่ที่ 20-30% ของภาพรวมอุตสาหกรรม

ปีนี้คาดหนังไทยมีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท โดย "จีทีเอช" ครองส่วนแบ่ง 50% โดยมีหนัง 3 เรื่องออกฉายในปีนี้ คือ คิดถึงวิทยา ทำรายได้ 100 ล้านบาท , ฝากไว้..ในกายเธอ ทำรายได้ 70 ล้านบาท และ ไอฟาย..แต๊งกิ้ว เลิฟยู้ ซึ่งออกฉาย 15 วัน ทำรายได้ 243 ล้านบาท วางเป้าหมายทำรายได้ 300 ล้านบาท เฉพาะยอดขายตั๋วโรงหนังในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่

สำหรับภาพรวมรายได้จีทีเอชปีนี้คาดอยู่ที่ 600 ล้านบาท มาจากรายได้ตั๋วหนัง 470 ล้านบาท ที่เหลือมาจากรายได้อื่นๆ เช่น เมอร์เชนไดส์ สปอนเซอร์ชิพ โฮมเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ช่องทางออนไลน์ รวมทั้ง ซีรีส์ และซิทคอม จากการบริหารช่องจีทีเอช ออนแอร์

ขณะที่แผนลงทุนสร้างหนังของจีทีเอชต่อปีอยู่ที่ 3 เรื่อง ใช้งบลงทุนเรื่องละ 25-30 ล้านบาท และงบโปรโมทเรื่องละ 15-30 ล้านบาท