background-default

วันพฤหัสบดี ที่ 15 มกราคม 2569

Login
Login

ส่องดวง "ปีแพะ ธาตุไม้" ช่วงแรก "สุข" ครึ่งหลัง "สะดุด"

ส่องดวง "ปีแพะ ธาตุไม้" ช่วงแรก "สุข" ครึ่งหลัง "สะดุด"

2 โหรส่องดวง ย้ำ 6 เดือนแรกราบรื่น ก่อนมาสะดุดครึ่งปีหลัง เหตุ “ดาวมฤตยู” เคลื่อนตัวเข้ามาสะกิดดวงเมือง

ช่วงหุ้นไทยส่อแววจะหลุด 1,100 จุด เมื่อปลายปี 2556 “อาจารย์ช้าง ทศพร ศรีตุลา” นักโหราศาสตร์ชื่อดัง แทบจะเป็น “หมอดู” เพียงคนเดียวที่กล้าออกมาทำนายว่า หุ้นไทยจะสามารถแหวกความร้อนแรงของการเมืองไทยและเศรษฐกิจตกต่ำทะยานขึ้นไปแตะ 1,500 จุด หลังคำทำนายถูกเผยแพร่แทบไม่มีใครเชื่อ แต่เมื่อเริ่มศักราชใหม่ดัชนีค่อยๆ ปรับตัวเพิ่มขึ้นจนทะลุ 1,500 จุด ในช่วงเดือนก.ค.2557

เมื่อต้นปี 2557 “ซินแสไฮโซ” เคยนิยามดวงชะตา “ปีม้า ธาตุไม้” นักษัตรประจำปี 2557 ไว้ว่า “ม้าพยศ” โดยสถานการณ์ต่างๆ ในเมืองไทยจะไม่อยู่นิ่ง และบางเรื่องอาจเกิดการผันผวน หลังปี 2557 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของ “ดาวใหญ่ 3 ดวง” นั่นคือ ดาวพฤหัส ดาวราหู และดาวเสาร์

โดย “ดาวพฤหัส” ได้ย้ายจาก “ราศีเมถุน” มาเป็น “มหาอุจจ์” (แปลว่า สูง) ในราศีกรกฎ ส่วน “พระราหู” จะย้ายจาก “ราศีตุลย์” เข้าสู่ “ราศีกันย์” ซึ่งดาว 2 ดวงใหญ่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงพร้อมๆ กันในช่วงกลางปี 2557 ถือเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ดวงเมืองเปลี่ยนแปลงพอดี ส่วนในช่วงปลายปี 2557 “ดาวเสาร์” ได้ย้ายจาก “ราศีตุลย์” ไปสู่ “ราศีพิจิก”

หนึ่งคำพยากรณ์ในปี 2557 ของ “หมอช้าง” คือ ช่วงเดือนมิ.ย.จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของดาว 2 ดวง ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการ “จัดระบบระเบียบบ้านเมืองใหม่” และเมืองไทยจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในเชิงบวกในช่วงเดือนพ.ย.หากพิจารณาจากคำทำนายจะพบว่า ในช่วงเดือนพ.ค.2557 เมืองไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

“โหรทศพร” เปิดคำทำนายของปี 2558 ว่า “ปีมะแม (แพะ) ธาตุไม้” คือ นักษัตรประจำปีนี้ โดยเจ้าภาพหลักในการชง คือ ปีฉลู หรือ ปีวัว ส่วนเจ้าภาพร่วมชง คือ ปีมะแม หรือ ปีแพะ, ปีมะโรง หรือ งูใหญ่, ปีจอ หรือ ปีสุนัข

หากมองภาพรวมๆ ของปี 2558 ถือเป็น “ปีแห่งความหวังและโอกาส” เนื่องจากจะมีความนิ่งของดาวดวงมากขึ้น ไม่เหมือนปีก่อนที่มีการเปลี่ยนแปลงของ “ดาวใหญ่ 3 ดาว” ซึ่งความสงบนิ่งของดาวดวงจะส่งทั้งผลดีและไม่ดีต่อดวงชะตาบ้านเมือง

“ข้อดี” คือ ทำให้ทุกอย่างสงบนิ่งมากขึ้น ส่งผลให้นักโหราศาสตร์สามารถพยากรณ์ดวงเมืองได้ง่ายขึ้น เพราะเกิดความผันผวนน้อย ส่วน “ข้อเสีย” คือ เรื่องตื่นเต้น หรือความหวือหวา จะไม่เกิดขึ้น เรียกว่า แทบไม่มีเรื่องอะไรให้ลุ้น

จากดวงดาวที่ไม่เคลื่อนตัว ทำให้ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ สถานการณ์ต่างๆ ในบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ หรือตลาดหุ้น อาจอยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้น หากมองในแง่ของการลงทุน ถือเป็นช่วง “กอบโกยทรัพย์” นักลงทุนสามารถออกตะลุยเลือกซื้อหุ้นได้เลย

เพราะตลาดหุ้นไทยจะไม่ผันผวนเหมือนปีก่อน หลังปี 2557 “ดาวราหู” ยังคงอยู่ในดวงเมืองทำให้ตลาดหุ้นออกอาการไซด์เวย์ แต่การขึ้นของดัชนีในปี 2558 จะออกแนวค่อยๆ ไป โอกาสจะเห็นหุ้นไทยเข้าใกล้ “เลขมงคลของดวงจีน” นั่นคือ 1,800 จุด ภายในครึ่งปีแรกเป็นไปได้สูงมาก

“ปี 2558 จะเป็นปีแห่งความจริง ทั้งในแง่ของเศรษฐกิจ และตลาดหุ้น ขณะเดียวกันยังเป็นปีแห่งการเตรียมตัว วางแผน แก้ปัญหา หรือสานต่อ โดยสิ่งที่คิดและทำในปี 2558 จะไปส่งผลในปี 2559 ซึ่งอาจเป็นทั้งผลดีและไม่ดี อย่าลืมว่า ปีนี้เป็นปีแพะ ไม่ใช่ปีม้าเหมือนปีก่อน แพะไม่ได้วิ่งเร็วเหมือนม้า แต่ก็จะมีความมั่นคงมากกว่า”

“หมอช้าง” เล่าต่อว่า สถานการณ์ต่างๆ จะมาเริ่ม “สะดุด” ในช่วงกลางปี 2558 หรือประมาณเดือนมิ.ย.-ก.ค.หลังจะมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องต่างๆ เรียกว่า พอมีเรื่องให้ลุ้นกันอยู่บ้าง โดย “ดาวมฤตยู” หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า “ดาวยูเรนัส” ในทางโหราศาสตร์ หมายถึง “การปฏิรูป” จะเคลื่อนตัวเข้ามาในช่วงดังกล่าว ตามปกติดาวมฤตยู 7 ปี จะย้ายราศีหนึ่งครั้ง กว่าจะเดินทางมาถึงช่วงนั้นต้องใช้เวลาเดินทางนาน 84 ปี

โดยหลักการแล้ว “ดาวมฤตยู” จะต้องเข้าสู่ดวงเมืองจริงๆ ในปี 2559 ซึ่งนักษัตรประจำปี คือ “ปีวอก ธาตุไฟ” แต่เนื่องจากจังหวะการเคลื่อนตัวของดาวดวงออกแนวผิดปกติ ทำให้แวะเข้ามาทักทายก่อนในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค.ในลักษณะ “ซอฟท์โอเพนนิ่ง” ก่อนเข้าสู่ “แกรนด์โอเพนนิ่ง” ในปี 2559 (หัวเราะ) ปี 2557 เมืองไทยเหมือนคนป่วย โดยจะเริ่มมาฟื้นไข้ในปี 2558 ก่อนจะเจอโรคแทรกจนต้องเข้าผ่าตัดอีกครั้งในปี 2559

ช่วงที่ “ดาวมฤตยู” เข้ามากลางปี 2558 อาจเริ่มเห็นทิศทางใหม่ๆ เกิดขึ้น ในลักษณะเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย, รัฐธรรมนูญ หรือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเรื่องเหล่านี้อาจนำไปใช้จริงในปี 2559 ซึ่งเรื่องใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นอาจทำให้คนบางกลุ่มไม่พอใจ เพราะดวงดาวแห่งการเปลี่ยนแปลงย่อมมีทั้งผู้ได้รับประโยชน์และเสียผลประโยชน์

“ในแง่ของการลงทุน นักลงทุนควร “หยุดพักตัว หรือ “ปรับฐาน” หลังเดินหน้าโกยทรัพย์มาแล้ว 5 เดือนแรก เนื่องจากดวงดาวเปลี่ยนเยอะ การดูดวงเมืองปี 2558 ค่อนข้างแปลกต้องดูดวงเมืองปี 2559 ควบคู่ไปด้วย เพื่อที่จะได้ปฏิบัติตัวถูกในปีหน้า”

เขา ทำนายต่อว่า ในช่วง 6 เดือนหลังของปีมะแมจะเริ่มเข้าสู่ “ช่วงลุ้น” ซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะจุดเปลี่ยนในช่วงกลางปี อาจทำให้เกิดการชะลอตัวในหลายๆ เรื่อง เพื่อรอดูทิศทางในปี 2559 ฉะนั้นตลาดหุ้นจะเข้าสู่ “ความผันผวน”

สถานการณ์ตลาดหุ้นในตอนนั้นคงไม่เหมาะกับนักลงทุนมือใหม่ ส่วนนักลงทุนที่ลงทุนมานานแล้วจะให้หยุดลงทุนคงไม่ได้ เพราะถ้าเกิดปีหน้าสถานการณ์ดีขึ้นอาจเสียโอกาส ดังนั้นควรจับตาดูเรื่องต่างๆ ควบคู่การลงทุนในแบบฉบับของตนเอง

“ต้องดูช่วง “ดาวมฤตยู” เข้า เพราะถ้าเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีมันจะดีขึ้นสองเท่า แต่ถ้าแย่จะหารสองทันที”

อยากให้ทุกคนรีบสะสมสร้าง “ความมั่นคง” ตั้งแต่ปีนี้ เพื่อรับกับ “พายุทอร์นาโด” ที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า แต่ไม่อยากให้ตกใจเกินไป เพราะการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในช่วงสิ้นปี 2558 หรือการมีรัฐธรรมนูญใหม่ อาจทำให้ระบบ หรือระเบียบการใช้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น โดยหลักการรัฐบาลทหารต้องอยู่บริหารประเทศไปจนถึงเดือนม.ค.2559 หากออกก่อนตามดวงชะตาอาจมีเรื่องวุ่นวาย มันเหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ

ถามว่าในช่วง 5 เดือนแรก ธุรกิจไหนจะเป็นดาวรุ่ง? “ซินแสไฮโซ” ทำนายว่า ปีมะแม ธาตุไม้ หมายถึง “การศึกษา และสติปัญญา” โดยธาตุไม้จะเสริมพลังให้กับธาตุไฟ ซึ่งไฟ หมายถึง สิ่งที่ไม่อยู่นิ่ง หากเปรียบเป็นธุรกิจ คือ ระบบโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันไฟ ยังหมายถึง การมองเห็น เปรียบเป็นธุรกิจ คือ ความสวยงาม สุขภาพ และธนาคาร ส่วนธุรกิจที่จะดีขึ้นแต่ไม่มาก คือ สินค้าเกษตร และอาหาร

สำหรับกลุ่มธุรกิจที่ต้องระมัดระวัง คือ “ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์” โดยเฉพาะที่อยู่อาศัย เนื่องจาก “ธาตุไม้” ไม่ถูกกับ “ธาตุดิน” ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ คือ ธาตุดิน ฉะนั้นต้องวางแผนการลงทุนดีๆ โดยจะเริ่มเห็นความชัดเจนในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เขาย้ำ

นอกจากนั้น ยังมี “ธุรกิจสื่อ” หลัง “พระราหู” (ดาวแห่งเงาและมายา) ออกไปแล้ว ซึ่ง “พระราหู” เข้ามาพร้อมกับการเปิดประมูลดิจิทัล แต่เมื่อเคลื่อนตัวออกไปแล้วจะทำให้เห็นว่าใครคือตัวจริงในธุรกิจนี้ คนที่อยู่ได้ต้องเป็นผู้ที่เข้าใจธุรกิจ แม้จะมีคอนเทนท์ในมือ แต่ไม่ได้หมายความว่า “ชนะ” ตราบใดที่คุณขายของไม่เป็น

ด้าน “อาจารย์ภิญโญ พงศ์เจริญ” นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ ทำนายดวงชะตาเมืองไทยในปี 2558 ว่า “ใน 7 เดือนแรกของปี 2558 จะเป็นช่วงของการปรับปรุง หรือแก้ไข ส่วน 5 เดือนสุดท้ายจะเป็นช่วงของการเกิดสิ่งใหม่ๆ”

หากมองในแง่ของภาวะเศรษฐกิจแน่นอนยังคงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่อาจมีปัญหาเข้ามาบ้าง เนื่องจากตอนนี้ “ดาวพระราหู” อยู่ตรง “ราศีกันย์” ซึ่งจะอยู่แถวนี้ไปจนถึงเดือนม.ค.2559 โดยพระราหูได้เล็งกับดาวพระศุกร์ (ดาวพระศุกร์ หมายถึง เศรษฐกิจ การเงิน การคลัง) ตามปกติดาวพระราหูและดาวพระศุกร์จะอยู่กันคนละขั้ว

การที่ดาวพระราหูเล็งกับดาวศุกร์ เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2539-2540 ตอนนั้นเมืองไทยเกิดวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง แต่เนื่องจากดาวอื่นๆ ในปี 2558 ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดียวกันกับปี 2540 ฉะนั้นเศรษฐกิจในปี 2558 อาจไม่เลวร้ายเหมือนปี 2540 เพียงแต่จะไม่ราบรื่นเท่าที่ควร โดยประชาชนทั่วไปอาจประสบปัญหาเรื่องหนี้สิน ส่วนใหญ่เป็นผลจากนโยบายเดิมๆ

ส่วนในแง่ของเหตุการณ์ทางการเมือง อยากให้จับตาดู 2 ช่วง นั่นคือ ช่วงกลางเดือนมี.ค.จนถึงกลางเดือนเม.ย.2558 รวมถึงช่วงกลางเดือนก.ย.ถึงกลางเดือนต.ค.ซึ่งอาจเกิดเหตุการณ์สำคัญทางการเมือง หากถามถึงการเลือกตั้ง เชื่อว่าอาจเกิดขึ้น หลังเดือนม.ค.2559 ถ้ามีการเลือกตั้งเร็วกว่านั้นสถานการณ์ต่างๆ อาจกลับมาวุ่นวายอีกครั้ง

“การศึกษา ศาสนา กฎหมาย แพทย์ ท่องเที่ยว ที่ดิน และที่อยู่อาศัย จะรุ่งในปีนี้ ส่วนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องผิดกฎหมาย แน่นอนจะไม่รุ่งในปี 2558”

-----------------------------------------

"ราศีสิงห์-กุมภ์-ตุลย์" ดวงดีสุด

“หมอช้าง” ผ่าดวงตามราศีประจำปี 2558 ให้ฟังว่า หากดูตามโหราศาสตร์ไทย หลังวันที่13 เม.ย.2558 “ดวงดีแบบรวมๆ ชีวิตเปลี่ยนแปลงเยอะ จากแย่มากมาดีมาก” ต้องยกให้ “ราศีสิงห์” โดยจะเริ่มมี “จุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิต” หลังช่วงสงกรานต์ รองลงมาเป็น “ราศีกุมภ์” และ “ราศีตุลย์” ซึ่งทั้ง 3 ราศี ส่วนใหญ่จะมีดวงชะตาที่แย่ในปีก่อนแล้วมาดีขึ้นในปีนี้

ส่วน “ราศีที่ไม่ค่อยดี” คือ “ราศีพฤษภ” และ “ราศีพิจิก” เพราะ “พระเสาร์” ซึ่งเป็นดาวแห่งความหนักเหนื่อย เพิ่งเข้ามาเมื่อ 26 พ.ย.2557 ซึ่งราศีเหล่านี้จะมีภาระที่ไม่ได้วางแผนไว้ล่วงหน้า ฉะนั้นอาจต้องประเมินการเงินให้พอเหมาะกับตัวเอง เพราะโอกาสเป็นหนี้ หรือถูกโกงอาจเกิดขึ้นได้ง่ายในปีนี้ ดังนั้นอาจต้องทำบุญในวันเสาร์ เดือนละครั้งก็ได้

ราศีเมษ (14 เม.ย.-14 พ.ค.) ถือเป็นราศีที่ “พ้นเคราะห์” หลังจัดเต็มเรื่องหนัก เหนื่อย โหด มาแล้วในปี 2557 ฉะนั้นมีโอกาสเจอกับความสำเร็จ และข่าวดีต่างๆ ส่วนเรื่องการเงินอาจดูวุ่นวายไปหน่อย แต่อยู่ในจุดที่ควบคุมได้ นักลงทุนชาวราศีเมษจะสามารถทำกำไรได้ดีกว่าปีก่อน

ราศีพฤษภ (15 พ.ค.-14 มิ.ย.) ต้องระวังเรื่องการลงทุนพอสมควร โดยเฉพาะการลงทุนกับคนไม่คุ้นเคย เพราะเป็นราศีที่อาจถูกโกงได้ง่ายที่สุด และจะมีปัญหาการขาดทุนจากการลงทุน ฉะนั้นการลงทุนแบบไม่หวือหวา และมั่นคง น่าจะเหมาะกับชาวราศีนี้มากกว่า

ส่วนเรื่องทั่วไป ชาวราศีนี้จะทำงานหนัก และเหนื่อย เพราะผลของพระเสาร์จะทำให้ต้องรับผิดชอบอะไรเยอะขึ้น แต่ข้อดีของพระเสาร์ในรอบนี้ คือ “พระเสาร์เป็นราชาโชค” หมายถึง มีคนอุปถัมภ์ช่วยเหลือที่ดี

ราศีเมถุน (15 มิ.ย.-16 ก.ค.) เป็นราศี “ดวงดีติดอันดับต้นๆ” เพราะจังหวะดวงดาวร้ายไม่ส่งผลอะไรเลยต่อชาวราศีเมถุน แถมมีโอกาสในการหาเงิน หรือการทำธุรกิจใหม่ๆ โดยเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับการพูดเยอะๆ เช่น นายหน้า หรือนักขาย เป็นต้น ฉะนั้นหากมองในการลงทุนยังสามารถทำได้ดี แต่อาจไม่ใช่รายได้หลัก

ส่วนเรื่องทั่วไป ราศีนี้ “งานดี งานรุ่ง เรื่องส่วนตัวดี” ปัญหาการเงินลดน้อยลง เมื่อเทียบกับปี 2557 ที่เสียเงินเยอะ ฉะนั้นงานที่ดีจะมาชดเชยเงินที่เสียไปในปีก่อน

ราศีกรกฎ (17 ก.ค.- 16 ส.ค.) ยังคงมีข่าวดีอย่างต่อเนื่อง ชีวิตจะได้เริ่มต้นอะไรใหม่ๆหลายอย่าง เช่น ได้ทำงานแห่งใหม่,บ้านใหม่,รถใหม่,ธุรกิจใหม่ เป็นต้น ใครที่เกิดราศีนี้ขอให้มั่นใจว่า เป็นปีแห่งการสานต่อจากปีก่อน ใครเริ่มแล้ว ในปีนี้จะไม่ได้เริ่มอีก แต่ใครยังไม่เริ่มจะเริ่มในช่วงก่อนสงกรานต์ ฉะนั้นปีนี้ คือ ปีทำเงินทำทอง แต่ควรระวังเรื่องการหมุนเงิน ดังนั้นควรหาที่ปรึกษา หรือคนมาดูแลเรื่องการเงินเป็นพิเศษ อย่าตัดสินใจเอง

ราศีสิงห์ (17 ส.ค.-16 ก.ย.) ราศีนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุดในปีนี้ ถือเป็นราศีที่ “ดวงดีเป็นอันดับต้นๆ” หลังปีก่อนจัดหนักเรื่องงาน การเงิน และส่วนตัว มาครบทุกเรื่อง แต่ปี 2558 จะพลิกมาดีเกือบทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว เรื่องความรัก เรื่องลงทุน และเรื่องการเริ่มต้นสิ่งใหม่ๆ เป็นต้น โดยจะสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างพร้อมกันได้

แต่เรื่องที่ยังคงเป็นปัญหา คือ เรื่องวินัยการเงิน หรือการลงทุนให้ถูกประเภท เพราะบางคนอาจใช้เงินเยอะ เพราะมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น ลงทุนซื้อบ้าน หรือซื้อรถ ฉะนั้นต้องดูแลระบบการเงินให้ดีๆ

ราศีกันย์ (17 ก.ย.-17 ต.ค.) ราศีนี้มี “พระราหู” เข้ามาตั้งแต่ปี 2557 และจะอยู่ไปต่อเนื่องตลอดปี 2558 แต่ดาวดวงนี้ให้ผลดีในเรื่องการลงทุนต่างประเทศ การลงทุนที่มีความเสี่ยง หรือการลงทุนที่จับต้องไม่ได้ เช่น การขายของทางออนไลน์ แต่ผลจะเริ่มดีก่อนสงกรานต์ ฉะนั้นต้องสปีดตัวเองอย่างเต็มที่

แต่หลังจากนั้นชาวราศีกันย์จะเพิ่งพาอาศัยคนอื่นไม่ค่อยได้ ผู้ใหญ่จะให้ความช่วยเหลือน้อยลง ต้องอาศัยฝีมือและความสามารถของตัวเองล้วนๆ งานประเภทวันแมนโชว์เหมาะกับราศีนี้ การลงทุนในต่างประเทศก็จะเหมาะกับราศีนี้เช่นกัน

ราศีตุลย์ (18 ต.ค.- 16 พ.ย.) เป็นราศีที่พ้นเคราะห์แล้ว หลังปีก่อนเป็นเจ้าภาพของดาวเสาร์ และดาวราหู แต่ตอนนี้ออกไปหมดแล้ว สิ่งเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัด คือ ความมั่นคงในเรื่องการทำงาน อาจได้งานใหม่ หรือตำแหน่งใหม่ ไม่ได้บอกว่าจะสบายขึ้น แต่ความมั่นคงต้องแลกมาด้วยความเหนื่อย ฉะนั้นเมื่อ “ฟ้าเปิด” ใครคิดจะขยับขยาย หลังสงกรานต์มีโอกาสทำเงินทั้งจากเรื่องธุรกิจส่วนตัว ตลาดหุ้น และอสังหาริมทรัพย์ นอกจากพ้นเคราะห์แล้ว ดวงยังกลับมาดีขึ้นมากด้วย

ราศีพิจิก (17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ถือเป็นราศีที่ต้องจับตาดู เพราะเป็นราศีที่เจอพระเสาร์ตลอดปี 2558 “พระเสาร์” เป็นดวงดาวแห่งความหนักเหนื่อย เดิมเคยทำงาน 3 อย่าง ปีนี้จะทำงาน 10 อย่าง เมื่อความรับผิดชอบสูงขึ้น โอกาสจะหลงลืม หรือเกิดความเสียหายมีสูง ฉะนั้นต้องมีสติในการดำเนินชีวิต แต่ความหนักเหนื่อยอาจเกิดขึ้นหนักๆ ในช่วงต้นปี แต่ถ้าตั้งใจเชื่อว่า โอกาสดีๆ จะมีเข้ามา อาจได้เปลี่ยนงาน หรือจับธุรกิจใหม่ๆ

ราศีธนู (16 ธ.ค. -14 ม.ค.) ถือเป็น “ราศีดาวเด่น” ตลอดปี 2558 โชคลาภดี เงินทองเด่น ตำแหน่งก้าวหน้า ชื่อเสียงจัดเต็ม ส่วนเรื่องความรัก และเรื่องส่วนตัวก็ดีด้วย ใครตั้งใจจะลงตัวเรื่องชีวิตครอบครัวถือเป็นจุดที่ดี แต่มักมีรายจ่ายหนักๆ ตลอดปี แนะนำควรกระจายการลงทุนทุกๆ เดือน เพื่อลดความเสี่ยง และแก้เคล็ดดวงที่ต้องเสียเงินเยอะด้วย

ราศีมังกร (15 ม.ค.-12 ก.พ.) ราศีนี้จะเกิดความไม่มั่นคงในการทำงานเยอะมาก โดยเฉพาะหลังสงกรานต์ ฉะนั้นหากจะตัดสินใจทำอะไร ขอให้ทำก่อนสงกรานต์ เพราะหลังจากนั้นไปแล้วจะเจออุปสรรค และความวุ่นวายเยอะมาก แต่ข่าวดีที่มีอยู่ คือ จังหวะการเงินอยู่ใน “จุดบวก” แม้งานจะไม่นิ่ง เพราะเป็นราศีที่ถูกปรับเปลี่ยนโยกย้ายตลอดทั้งปี แต่การเงินยังพอทำให้ราศีมังกรอยู่ในจุดที่สบายใจมากยิ่งขึ้น ถ้าเป็นงานที่มีความชัดเจนอยู่แล้วไม่น่ากลัว แต่ถ้าเป็นงานลอยไปลอยมาอาจต้องระวัง

ราศีกุมภ์ (13 ก.พ.- 14 มี.ค.) เป็นราศี “โชคดี” ติดอันดับเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องการเงิน ราศีนี้โอกาสทำธุรกิจใหม่ๆ หลายอย่าง รายได้ดีขึ้น ร่ำรวย มั่งคั่งมากขึ้น แต่ต้องแลกมาด้วยความเหนื่อยมากขึ้น เป็นปีที่เหมาะกับการลงทุน แต่ไม่ได้ออกหน้าโดยตรง แต่มาจากการชักชวนของเพื่อน หรืออยู่เบื้องหลังการลงทุน เรื่องส่วนตัวก็ดีด้วย ถ้าตั้งใจจะสละโสดก็จะมีโอกาส ปกติราศีนี้มีคู่ยาก

ราศีมีน (15 มี.ค.-13 เม.ย.) ราศีนี้ยังมีผลของพระราหูที่อยู่คู่กับราศีกันย์ ฉะนั้นราศีนี้อาจต้องทำอะไรใหม่ๆ เยอะ โดยเฉพาะสิ่งที่ไม่เคยทำหรือไม่มีประสบการณ์มาก่อน ทำให้รู้สึกเครียด และมีอุปสรรคในการทำงาน แต่หากทำงานที่เกี่ยวข้องกับพระราหู เช่น งานต่างประเทศ การเดินทางไกล หรือเทคโนโลยี พระราหู จะทำให้เกิดข่าวดี แต่หลังสงกรานต์อาจเริ่มมองหาช่องทางในการทำธุรกิจใหม่ๆ ฉะนั้นยังลงทุนอะไรเสี่ยงๆได้ จังหวะดวงดาวยังส่งผลดี

“อาจารย์ช้าง” บอกสาเหตุการชงของแต่ละปีว่า สำหรับ “เจ้าภาพชง” อย่าง “ปีฉลู” ส่วนใหญ่เกิดจากชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง และต้องเริ่มต้นเรื่องใหม่หลายๆ อย่าง ส่วนเจ้าภาพ "ร่วมชง" ผลจะออกมาแตกต่างกัน โดย “ปีมะแม” จะเกิดความหงุดหงิดใจ เรียกว่า ชงเพราะตัวเอง

ส่วน “ปีมะโรง” ชง เพราะการงานที่ก้าวหน้า อาจทำให้เกิดความอิจฉาริษยา สำหรับ “ปีจอ” ชงในลักษณะเกิดความขัดแย้ง เช่น การแก้ปัญหาแทนคนอื่น จนทำให้เกิดผลไม่ดีกลับมาที่ตัวเอง ฉะนั้นแนะนำให้ทำบุญตามวัดศาลเจ้าดังๆ แบบสม่ำเสมอตลอดทั้งปี และจงทำด้วยความตั้งใจ