วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นัดถก'เร่งเบิกจ่าย'วันนี้

"ปรีดิยาธร"นัดถกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดผลเบิกจ่าย 26 ธ.ค.นี้ หลังยอดเบิกจ่าย3เดือนแรกของปีงบ 58 ต่ำเป้า

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันนี้ (26 ธ.ค.) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามเร่งรัดการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ ได้นัดประชุมคณะกรรมการและผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินผลการเบิกจ่ายในช่วง 3 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2558 (ต.ค.-ธ.ค.2557) เนื่องจากการเบิกจ่ายงบประมาณ ถือเป็นหนึ่งในเครื่องจักร ที่จะมาขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ ล่าสุดตัวเลขการเบิกจ่ายงบประมาณจนถึงวันที่ 19 ธ.ค.ที่ผ่านมา สามารถเบิกจ่ายไปได้เพียง 25.85% ต่ำกว่าปีงบ 2557 ที่เบิกจ่ายได้ 28.55% และต่ำกว่าปีงบ 2556 ที่เบิกจ่ายได้ 28.37%

ทั้งนี้ตัวเลขงบประมาณที่เบิกจ่ายถึงวันที่ 19 ธ.ค.2557 มีวงเงินการเบิกจ่ายไปแล้วที่ 6.64 แสนล้านบาท จากงบประมาณในภาพรวม 2.575 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นการเบิกจ่ายงบประจำอยู่ที่ 6.32 แสนล้านบาท คิดเป็น 29.70% ของรายจ่ายประจำที่ตั้งไว้ 2.13 ล้านล้านบาท ส่วนการเบิกจ่ายงบลงทุน ทำได้เพียง 3.16 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 7.12% ของรายจ่ายลงทุนที่ตั้งไว้ 4.44 แสนล้านบาท

สำหรับการเบิกจ่ายงบประมาณที่กันไว้เบิกเหลื่อมปีตั้งแต่ปีงบ 2550-2557 วงเงิน 3.13 แสนล้านบาท สามารถเบิกจ่ายจนถึงวันที่ 19 ก.ย.57 วงเงิน 6.4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 19.34% เท่านั้น

ภายหลังการประชุมคาดว่า จะมีมาตรการเร่งรัดเบิกจ่ายเพิ่มเติมออกมาอีก เพราะการเบิกจ่ายงบประมาณยังต่ำกว่าเป้าหมายมาก โดยไตรมาสแรกวางไว้ว่า จะต้องทำให้ได้ 32% คิดเป็นวงเงินกว่า 8.2 แสนล้านบาท แต่เท่าที่ดูตัวเลขล่าสุดอย่างเบิกจ่ายได้ไม่เกิน 30%

ด้านนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกล่าวประเมินว่า ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2558 คาดว่า จะมีเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวม 9.3 แสนล้านบาท ซึ่งมาจากงบลงทุนของรัฐบาลปีงบประมาณ 2558,งบกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นของรัฐบาล,งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และเงินนอกงบประมาณ

"เงินที่ออกสู่ระบบเศรษฐกิจในไตรมาสแรกดังกล่าว จะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ (ม.ค.ถึงมี.ค.)" เขากล่าว

นายวิสุทธิ์กล่าวว่า ขณะนี้ พื้นฐานเศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง โดยทุนสำรองทางการ และเงินคงคลังอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ ในแง่ฐานะการคลังของรัฐบาลนั้น ณ เดือนพ.ย.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 2.29 แสนล้านบาท และคาดว่า ระดับเงินคงคลัง ณ สิ้นปีงบประมาณ 2558 หรือ สิ้นเดือนกันยายนปีหน้า จะอยู่ในระดับ 3.75 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่า อยู่ในระดับที่สูง แม้ว่า บางช่วงเวลาของปีงบประมาณ ระดับเงินคงคลัง จะลดเหลือ 1.1- 1.2 แสนล้านบาทก็ตาม

ด้านฐานะเงินทุนสำรองทางการของ ธปท.นั้น ปัจจุบันอยู่ที่ 160 พันล้านดอลลาร์ สูงเป็นอันดับที่ 14 ของโลก (ไม่นับฮ่องกง) คิดเป็น 2.7 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น หรือ 1.1 เท่าของหนี้ต่างประเทศทั้งหมดของประเทศ ,เทียบกับเท่า 9 เดือนของการนำเข้าสินค้า และคิดเป็นสัดส่วนที่ 43 % ของจีดีพี ประเทศ

ส่วนดุลบัญชีเดินสะพัด ในช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ เกินดุล 9.9 พันล้านบาท ,อัตราการว่างงาน ในช่วง 11 เดือนของปีนี้ อยู่ที่ 0.9 % ของกำลังแรงงานทั้งประเทศ ,เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.2 % และเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.57 % ดังนั้น เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศอยู่ในฐานะค่อนข้างดี