ช.การช่างชี้เงินโลกผันผวน เล็งซื้อ"ประกัน"ลดเสี่ยง คาดรับเหมารายกลางเบียดตลาด เหตุต้นทุนวัสดุฯลดลง
ช.การช่าง วางแผนรับมือปัจจัยเสี่ยงปีหน้า ซื้อประกันความเสี่ยงค่าเงิน หลังหลายสกุลผันผวน ประเมินการแข่งขันธุรกิจรับเหมาลดความรุนแรง หลังราคาน้ำมันร่วง ฉุดต้นก่อสร้างลด
นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ประเมินความเสี่ยงธุรกิจในปีหน้า เห็นว่าสิ่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือ ความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการที่สกุลเงินในหลายประเทศผันผวน ดังนั้นบริษัทจึงได้ซื้อประกันความเสี่ยงราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า และหากมีโครงการใหม่เข้ามาก็จะล็อกราคาสินค้าไว้ รวมทั้งเจรจาเรื่องวงเงินกู้กับสถาบันการเงินรายใหญ่อีกด้วย
ส่วนสถานการณ์ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปีหน้า คาดว่า การแข่งขันจะไม่รุนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลง ฉะนั้นผู้รับเหมารายกลาง รายเล็ก จะมีขีดความสามารถเข้ามารับงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบางโครงการมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ผู้รับเหมารายใหญ่ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาช่วย
สำหรับแผนการลงทุนปีหน้า จะเข้าร่วมประมูลงานงานก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่ามีมูลค่าราว 6-7 แสนล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่ โครงการมอเตอร์เวย์ โดยมั่นใจว่าจะมีส่วนแบ่ง 20-25% ของมูลค่างานทั้งหมด และพร้อมที่จะร่วมลงทุนในโครงการความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ทั้งโครงการทางด่วน รถไฟฟ้า โรงไฟฟ้า น้ำประปา โดยมีบริษัทในกลุ่ม อาทิ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ,บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL),บริษัท ทีทีดับเบิ้ลยู (TTW) และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) เป็นผู้ร่วมดำเนินการ
"ต้นปีหน้าคาดว่างานสัมปทานเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย จะได้ข้อสรุป ซึ่ง ช.การช่าง ร่วมกับ บีเอ็มซีแอล มั่นใจว่าจะสามารถเร่งรัดดำเนินการโครงการนี้เปิดให้บริการแก่ประชาชนได้โดยเร็ว"
นายปลิว กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีรายได้จากงานก่อสร้างสูงกว่า 33,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ประมาณการไว้ที่ 30,000 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน 8-10%
โดยในปีนี้ยังมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นของบีเอ็มซีแอล กว่า 1,000 ล้านบาท และการขายหุ้นซีเคพี กว่า 227 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 รวมถึงเงินปันผลจากบริษัทที่ไปลงทุนไว้อีกกว่า 600 ล้านบาท ทำให้รายได้ทั้งปีของ ช.การช่าง มากกว่า 34,000 ล้านบาท
ในส่วนของงานในมือปีนี้มีงานใหม่มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะอิน เฟส 2 มูลค่ากว่า 4,611 ล้านบาท งานก่อสร้างเพิ่มเติมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และงานก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปา มูลค่า 3,498 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอลงนามงานก่อสร้างระบบสายไฟฟ้าใต้ดินให้แก่การไฟฟ้านครหลวง กว่า 1,100 ล้านบาท
"ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) กว่า 100,000 ล้านบาท เพียงพอเป็นรายได้ก่อสร้างได้อีก 4 ปีข้างหน้า"
และล่าสุดวานนี้ (23 ธ.ค.)ได้ลงนามสัญญาออกแบบและก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปา ของกลุ่มบริษัท ทีทีดับเบิ้ลยู เพื่อขยายกำลังผลิตน้ำประปาในพื้นที่สมุทรสาคร-นครปฐม มูลค่า 3,106 ล้านบาท และพื้นที่ปทุมธานี-รังสิต มูลค่า 392 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาดำเนินการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาในพม่า เริ่มที่เมืองเมาะลำใย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในต้นปีหน้า
บริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้ขั้นต่ำประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดประมาณ 3,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนเม.ย.และ ก.ค.2558 โดยจะสรุปตัวเลขวงเงินออกหุ้นชัดเจนอีกครั้งในช่วง ก.พ.-มี.ค.2558
ปัจจุบันบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งรายใหญ่ นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้โรดโชว์ที่สิงคโปร์ ฮ่องกงและมาเลเซีย และได้รับการตอบรับที่ดี โดยล่าสุดบริษัทได้จัดอันดับเข้าสู่ SET50 ทำให้หุ้นของบริษัทเป็นที่สนใจของนักลงทุนและสถาบันต่างๆ เป็นอย่างมาก
นายปลิวกล่าวว่า สำหรับรายได้ปีหน้าคาดว่าจะทำได้ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างประมาณ 30,000 ล้านบาท









