วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ช.การช่างชี้เงินโลกผันผวน

ช.การช่างชี้เงินโลกผันผวน เล็งซื้อ"ประกัน"ลดเสี่ยง คาดรับเหมารายกลางเบียดตลาด เหตุต้นทุนวัสดุฯลดลง

ช.การช่าง วางแผนรับมือปัจจัยเสี่ยงปีหน้า ซื้อประกันความเสี่ยงค่าเงิน หลังหลายสกุลผันผวน ประเมินการแข่งขันธุรกิจรับเหมาลดความรุนแรง หลังราคาน้ำมันร่วง ฉุดต้นก่อสร้างลด

นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทได้ประเมินความเสี่ยงธุรกิจในปีหน้า เห็นว่าสิ่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือ ความผันผวนของค่าเงินบาท ซึ่งอาจจะได้รับผลกระทบจากการที่สกุลเงินในหลายประเทศผันผวน ดังนั้นบริษัทจึงได้ซื้อประกันความเสี่ยงราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้า และหากมีโครงการใหม่เข้ามาก็จะล็อกราคาสินค้าไว้ รวมทั้งเจรจาเรื่องวงเงินกู้กับสถาบันการเงินรายใหญ่อีกด้วย

ส่วนสถานการณ์ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างในปีหน้า คาดว่า การแข่งขันจะไม่รุนแรงเหมือนช่วงที่ผ่านมา หลังจากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้างปรับตัวลดลง ฉะนั้นผู้รับเหมารายกลาง รายเล็ก จะมีขีดความสามารถเข้ามารับงานเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากบางโครงการมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท ผู้รับเหมารายใหญ่ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องให้ผู้ประกอบการรายย่อยเข้ามาช่วย

สำหรับแผนการลงทุนปีหน้า จะเข้าร่วมประมูลงานงานก่อสร้างในโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่คาดว่ามีมูลค่าราว 6-7 แสนล้านบาท เช่น โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม สายสีชมพู โครงการรถไฟทางคู่ โครงการมอเตอร์เวย์ โดยมั่นใจว่าจะมีส่วนแบ่ง 20-25% ของมูลค่างานทั้งหมด และพร้อมที่จะร่วมลงทุนในโครงการความร่วมมือภาครัฐ-ภาคเอกชน (Public Private Partnership: PPP) ทั้งโครงการทางด่วน รถไฟฟ้า โรงไฟฟ้า น้ำประปา โดยมีบริษัทในกลุ่ม อาทิ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ,บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL),บริษัท ทีทีดับเบิ้ลยู (TTW) และ บริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) เป็นผู้ร่วมดำเนินการ

"ต้นปีหน้าคาดว่างานสัมปทานเดินรถ โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยาย จะได้ข้อสรุป ซึ่ง ช.การช่าง ร่วมกับ บีเอ็มซีแอล มั่นใจว่าจะสามารถเร่งรัดดำเนินการโครงการนี้เปิดให้บริการแก่ประชาชนได้โดยเร็ว"

นายปลิว กล่าวถึงผลการดำเนินงานในปีนี้ โดยคาดว่าจะมีรายได้จากงานก่อสร้างสูงกว่า 33,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ประมาณการไว้ที่ 30,000 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้นจากการดำเนินงาน 8-10%

โดยในปีนี้ยังมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นของบีเอ็มซีแอล กว่า 1,000 ล้านบาท และการขายหุ้นซีเคพี กว่า 227 ล้านบาท ในไตรมาสที่ 4 รวมถึงเงินปันผลจากบริษัทที่ไปลงทุนไว้อีกกว่า 600 ล้านบาท ทำให้รายได้ทั้งปีของ ช.การช่าง มากกว่า 34,000 ล้านบาท

ในส่วนของงานในมือปีนี้มีงานใหม่มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ประกอบด้วย งานก่อสร้างโรงไฟฟ้าบางปะอิน เฟส 2 มูลค่ากว่า 4,611 ล้านบาท งานก่อสร้างเพิ่มเติมโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีเขียว มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท และงานก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปา มูลค่า 3,498 ล้านบาท และอยู่ระหว่างรอลงนามงานก่อสร้างระบบสายไฟฟ้าใต้ดินให้แก่การไฟฟ้านครหลวง กว่า 1,100 ล้านบาท

"ปัจจุบันมีมูลค่างานในมือ (Backlog) กว่า 100,000 ล้านบาท เพียงพอเป็นรายได้ก่อสร้างได้อีก 4 ปีข้างหน้า"

และล่าสุดวานนี้ (23 ธ.ค.)ได้ลงนามสัญญาออกแบบและก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปา ของกลุ่มบริษัท ทีทีดับเบิ้ลยู เพื่อขยายกำลังผลิตน้ำประปาในพื้นที่สมุทรสาคร-นครปฐม มูลค่า 3,106 ล้านบาท และพื้นที่ปทุมธานี-รังสิต มูลค่า 392 ล้านบาท นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาดำเนินการก่อสร้างโรงผลิตน้ำประปาในพม่า เริ่มที่เมืองเมาะลำใย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในต้นปีหน้า

บริษัทยังมีแผนออกหุ้นกู้ขั้นต่ำประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อนำไปไถ่ถอนหุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดประมาณ 3,000 ล้านบาท ในช่วงเดือนเม.ย.และ ก.ค.2558 โดยจะสรุปตัวเลขวงเงินออกหุ้นชัดเจนอีกครั้งในช่วง ก.พ.-มี.ค.2558

ปัจจุบันบริษัทได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั้งรายใหญ่ นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศเป็นจำนวนมาก หลังจากปีที่ผ่านมาบริษัทได้โรดโชว์ที่สิงคโปร์ ฮ่องกงและมาเลเซีย และได้รับการตอบรับที่ดี โดยล่าสุดบริษัทได้จัดอันดับเข้าสู่ SET50 ทำให้หุ้นของบริษัทเป็นที่สนใจของนักลงทุนและสถาบันต่างๆ เป็นอย่างมาก

นายปลิวกล่าวว่า สำหรับรายได้ปีหน้าคาดว่าจะทำได้ประมาณ 3.4 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างประมาณ 30,000 ล้านบาท