กรมการค้าภายใน ระบุปลายปีราคาสินค้าเกษตรหลายรายการปรับตัวลดลง ขณะที่ปรับขึ้นราคารับซื้อน้ำนมดิบกก.ละ 1 บาท
ดันราคานมพร้อมดื่มเพิ่มแค่ 25 สตางค์ เตรียมลุยขนส่ง-แหล่งท่องเที่ยว ป้องกันพ่อค้าฉวยโอกาสแอบขายของแพง
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในภาพรวมราคาสินค้าปลายปีนี้มีแนวโน้มปรับลดลงต่อเนื่องโดยเฉพาะไข่ไก่ที่มีราคาต่ำสุดในรอบปี โดยไข่ไก่เบอร์ 3 ขายปลีก อยู่ที่ 2.75 บาทต่อฟอง, ราคาขายส่ง อยู่ที่ 2.45 บาทต่อฟอง และ ราคาขายส่งไข่ไก่สดคละหน้าฟาร์ม อยู่ที่ 2.3 บาทต่อฟอง
ส่วนราคาเนื้อหมูก็ปรับลดลงเช่นกัน โดยราคาขายปลีกเนื้อแดง (ตัดแต่ง) อยู่ที่ 132.5 บาทต่อกก. ราคาขายส่งสุกรชำแหละ ราคา 78.5 บาทต่อกก. และ ราคาขายส่งกรุงมีชีวิตหน้าฟาร์ม อยู่ที่ 66.5 บาทต่อกก. ขณะที่ราคาขายปลีกไก่สดทั้งตัว รวมเครื่องใน ราคา 72.5 บาทต่อกก. , ราคาขายส่งไก่ทั้งตัวอยู่ที่ 57 บาทต่อกก. และราคาขายส่งไก่มีชีวิตหน้าโรงฆ่า อยู่ที่ 39 บาทต่อกก. เป็นต้น
นายบุณยฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้คณะอนุกรรมการพิจารณาราคาสินค้านมได้เห็นชอบในการปรับราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมในตลาดนมพาณิชย์ ตามมติครม.ที่ให้มีการปรับเพิ่มราคารับซื้อน้ำนมดิบเพิ่มขึ้นกก.ละ 1 บาท หรือจากเดิมราคา 18 บาทต่อกก.เป็น 19 บาทต่อกก.
เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตที่สูงและไม่ได้ปรับราคาน้ำนมดิบมานาน และการปรับราคาน้ำนมดิบครั้งนี้ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตผู้ประกอบการปรับเพิ่มตามด้วย แต่สัดส่วนการปรับขึ้นราคาขายสำหรับนมพร้อมดื่มขนาดกล่องละ 200-300 มล. ซึ่งเป็นขนาดยอดนิยม นั้นจะมีราคาปรับเพิ่มขึ้นเพียงเพียงกล่องละ 25 สตางค์เท่านั้น
ส่วนขนาดอื่นๆ จะปรับเพิ่มขึ้นไปตามสัดส่วน เนื่องจากน้ำนม 1 กิโลกรัมมีต้นทุนเพิ่มขึ้น 1 บาทแต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสามารถผลิตนมกล่องได้หลายกล่อง
“การปรับราคาผลิตภัณฑ์นมในตลาดมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ราคาก็จะมีหลายอัตราตามขนาดความจุของกล่องหรือกระป๋อง หรือตั้งแต่ 25 สต.ต่อกล่องขึ้นไป ซึ่งการปรับราคาครั้งนี้อยากให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าจุดประสงค์มาจากการช่วยเหลือเกษตรกรเป็นหลักด้วยการเพิ่มราคารับซื้อน้ำนมดิบ” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
นอกจากนี้ ขณะนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ในส่วนกลาง และสำนักงานค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการตามแหล่งท่องเที่ยวและสถานีขนส่งในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพื่อป้องกันร้านค้า ผู้ให้บริการ และร้านอาหารปรุงสำเร็จในพื้นที่ที่ประชาชนต้องมาใช้บริการในการเดินทางกลับบ้านหรือท่องเที่ยวจำนวนมากด้วยการปรับขึ้นราคาสินค้า โดยเฉพาะสถานีขนส่งทั้งหมอชิต สายใต้ใหม่ สถานีรถไฟหัวลำโพง เป็นต้น
ช่วงใกล้เทศกาลปีใหม่จะมีประชาชนทยอยเดินทางกลับบ้านหรือไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จำนวนมาก กรมฯจำเป็นต้องเข้าไปดูแลไม่ให้มีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าและค่าบริการต่างๆ ที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค โดยได้ส่งสายตรวจออกไปตรวจสอบในช่วงเทศกาลอย่างต่อเนื่อง”นายบุณยฤทธิ์กล่าวและว่า กรมฯยังได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการมีการปิดป้ายแสดงราคาสินค้าและบริการต่างๆ ให้ชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้บริโภค หากไม่ปิดป้ายแสดงราคาจะมีโทษปรับ 10,000 บาท และหากมีการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินความเป็นจริง จะมีโทษปรับ 140,000 บาท









