วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

โบรกฯแนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น50%

"เอเชีย พลัส" แนะเพิ่มน้ำหนักลงทุนหุ้น50% ของพอร์ตการลงทุน ย้ำลงทุนในหุ้นภายใต้กลยุทธ์ 3 แนวทาง

บทวิเคราะห์ของ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเชีย พลัส ระบุว่า เศรษฐกิจไทยปี 2558 น่าจะเติบโตไม่มากนัก โดยน่าจะอยู่ที่ 3.5% แต่เป็นการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.8% ในปี2557 ที่ถือเป็นการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 3 ปี เนื่องจากยังต้องเผชิญความเสี่ยงจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก จากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการส่งออกโดยรวมเป็นหลักถึง 73% ของจีดีพี

ขณะที่แรงกดดันเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนจากเดือน พ.ย.อยู่ที่ 1.26% และทั้งปี 2557 น่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 1% เท่านั้น ซึ่งจะต่ำกว่าเป้าหมายที่บริษัทประเมินไว้ 2% มาก อันเป็นผลจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่ลดลงเป็นหลัก

ประกอบกับผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เดือน ธ.ค.ยังคงมีมติให้ยืนดอกเบี้ยนโยบาย 2% ทั้งนี้คาดว่า กนง.จะยังคงยืนดอกเบี้ยระดับนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 6 เดือนข้างหน้าตามการฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปของเศรษฐกิจไทยในปี 2558

อย่างไรก็ดี เมื่อเห็นการลงทุนของภาครัฐที่จะกลับมาชัดเจนอีกครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2558 ก็อาจทำให้แนวโน้มสภาพคล่องทางการเงินกลับมาตึงตัวอีกครั้ง อาจกดดัน กนง.ให้ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยในตลาดเงินราว 0.25-0.50% และน่าจะเป็นช่วงเดียวกับทางสหรัฐและอังกฤษที่จะเริ่มทยอยขึ้นดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2558 ซึ่งอาจกดดันทำให้มีเงินทุนไหลออกจากไทยในช่วงนั้นได้บ้าง

กระนั้นก็ตาม มองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยน่าจะได้สะท้อนราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่ำกว่าคาดแล้ว สะท้อนจากที่นักวิเคราะห์ได้ทำการปรับลดประมาณการกำไรตลาดลง 2 ครั้งในงวดไตรมาส 4/57 โดยรวมหลังการปรับลด ทำให้อีเอสพีใหม่ในปี 2557อยู่ที่ 88.76 บาท และ 103.65 บาท ในปี 2558 โดยลดลง10% และ 6% จากประมาณการครั้งก่อน ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นไทยที่ 1,516.9 จุด มีค่า PER สิ้นปี 2558 อยู่ที่ 14.63 เท่า จึงปรับเพิ่มน้ำหนักการลงทุนในหุ้นจากเดิม 30% เป็น 50% ของพอร์ตการลงทุน โดยแนะนำลงทุนในหุ้นภายใต้กลยุทธ์ 3 แนวทางคือ

1.หุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลงเช่น บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL และ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV

2.หุ้นที่ให้ผลตอบแทนจากเงินปันผลสูง เช่น บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ INTUCH, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) หรือ SPALI, บริษัท ฮานา ไมโครอิเล็คโทรนิคส จำกัด (มหาชน) หรือ HANA, ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB, บริษัท แอ็ดวานซ์ อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ AIT

3.หุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL, บริษัท เคซีอี อีเลคโทรนิคส์ จำกัด (มหาชน) หรือ KCE, บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PS, บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เป็นต้น