สมาคมกุ้งไทยคาดปี58 ผลผลิตดีดกลับเป็น2.5-3แสนตัน ส่งออกเพิ่ม20% วอนรัฐช่วยแก้ปัญหา จีเอสพี เอดี แรงงาน และ IUU
นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย เปิดเผยว่า ในภาพรวมการผลิตกุ้งทั่วโลกในปี 2557 ได้ประมาณ 2.2 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 25 % โดยผลผลิตกุ้งของคู่แข่งเพิ่มขึ้น เช่นเวียดนาม อินเดีย และจีน ขณะที่ไทยมีผลผลิต 2.3 แสนตัน ลดลง8 % ทั้งนี้เพราะยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาโรคตายด่วนหรืออีเอ็มเอสได้ทั้งหมด ทำให้เกษตรกรส่วนใหญ่ยังไม่กล้าลงกุ้งโดยเฉพาะช่วงต้นปี
อย่างไรก็ตามในปี 58 การผลิตกุ้งของไทยจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5-3 แสนตัน ส่งออก 1.8 แสนตัน เพิ่มขึ้น 20 % เมื่อเทียบมูลค่า 7.5-8 หมื่นล้านบาทกับปี 2557 ที่คาดว่าจะส่งออกได้ 1.5-1.6 แสนตัน มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท โดยการส่งออกตั้งแต่ ม.ค.- ต.ค. ปีนี้อยู่ที่ 129,432 ตัน ลดลง 26.34 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่าน มูลค่า 51,722 ล้านบาท ลดลง 8.09 % เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
“ปีนี้ถือว่าการผลิตกุ้งของไทยอยู่ในจุดต่ำที่สุดแล้ว และคิดว่าสถานการณ์โดยรวม จะไม่ตกต่ำไปกว่านี้ ในปี 2558 ทุกอย่างจะทยอยดีขึ้นจนเข้าสู่ภาวะปกติในระยะต่อไป แต่ทั้งนี้ภาครัฐจะต้องให้การสนับสนุน แก้ปัญหาและอุปสรรคที่คาดว่าจะเกิดขึ้น เช่น ปัญหาแรงงาน การตัดสิทธิพิเศษทางด้านภาษี หรือจีเอสพี IUU ซึ่งเป็นข้อกีดกันทางการค้าจากต่างประเทศที่ภาคเอกชนและเกษตรกรไม่สามารถแก้ไขได้เอง”นายสมศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ในส่วนของปัญหาแรงงานตามที่สหรัฐ ได้ลดความน่าเชื่อถือกรณียังมีปัญหาการค้ามนุษย์ (TIP Report) โดยจัดให้ไทยให้อยู่ในระดับเทียร์ 3 หรือล้มเหลว ซึ่งรัฐบาลควรดำเนินการให้สหรัฐฯถอดถอนกุ้งออกมาจากบัญชีดังกล่าว
ปัญหาIUU ที่สหภาพยุโรปจะให้ใบเหลืองกับไทยในเดือน ก.พ. นี้ หลังจากนั้นอีก 6 เดือน หากไทยไม่สามารถแก้ปัญหากรณีเรือผิดกฎหมายที่กุ้งพ่วงไปด้วยจากการใช้ปลาป่นเป็นวัตถุดิบอาหารกุ้ง ซึ่งปลาป่นเหล่านี้มีการใช้ปลามาจากเรือผิดกฎหมายมาผลิต ประมาณ 10-12 % ดังนั้นกรมประมงจะต้องรีบแก้ไขเพื่อไม่ให้ไทยได้ใบแดง สินค้าประมงทุกชนิดจะถูกระงับไม่ให้ส่งออกในตลาดอียู
ตลาดอียูนี้ไทยยังมีปัญหากรณีจีเอสพี ส่งออกกุ้งแช่แข็งที่ในปี2558 จะเพิ่มจาก 4% เป็น 12 % จะส่งผลให้โอกาสการแข่งขันในตลาดนี้รุนแรงยิ่งขึ้น จากในปีนี้ที่อียูมีการจัดเก็บภาษีกุ้งแปรรูปไปแล้วจาก 7 % เป็น 20 % ซึ่งตลาดอียูปัจจุบันไทยส่งออกได้ประมาณ 6 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ 3.5 หมื่นตัน หากถูกตัดจีเอสพี ตลาดดังกล่าวจะหายไปเลย
การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเคยเสนอให้รัฐบาลเร่งเจรจาการเปิดเขตการค้าเสรีหรือเอฟทีเอ ระหว่างไทย-อียู แต่การเจรจา 2 ครั้งมีปัญหาจากการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้ปัจจุบันยังไม่ประสบผลสำเร็จ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่มีการเจรจาเพียง 2 ปีก็สามารถเปิดเอฟทีเอได้






