การพัฒนาด้านเทคโนโลยีในโลกยุคดิจิทัล ทำให้ "ผู้บริโภค" เรียนรู้การเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างไร้ขีดจำกัด
อีกทั้งมีความซับซ้อนมากขึ้น จากการเปิดรับข้อมูลหลากหลายช่องทาง ส่งผลให้มีความคาดหวังสูงในทุกสิ่ง การที่นักการตลาดและแบรนด์ ทำอะไรแบบเดิมๆ แม้จะดีอยู่แล้ว แต่นิ่งอยู่กับที่คือ "ไม่พอ" ในสายตาผู้บริโภคอีกต่อไป
วฤตดา วรอาคม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านนวัตกรรม แมคแคน เวิล์ดกรุ๊ป กล่าวว่าแนวโน้มผู้บริโภคปี 2558 จะมีความคาดหวังสูงกับแบรนด์ จากการเปิดรับข้อมูลข่าวสารหลากหลายแพตลฟอร์มในยุคดิจิทัล มีพฤติกรรม "เชื่อยาก ซื้อยาก" ทำให้การตลาดในปีหน้า ต้องเจาะลึกถึงพฤติกรรมและชัดเจนในแง่กลยุทธ์ ตอบโจทย์ผู้บริโภคว่าต้องการอะไรจากแบรนด์ บทบาทใหม่ของแบรนด์ที่ไม่ใช่เพียงขายของเท่านั้น
เทคโนโยลีผสมผสาน "หลายสกรีน" บวกกับการเข้าถึงของสมาร์ทโฟนในอัตราสูงขึ้นของคนไทย ทำให้การใช้สื่อต้องมีความชาญฉลาดมากขึ้น ไม่ใช่เพียงแต่ใส่ใจเพียงตัวเลขเพื่อการเข้าถึงอย่างเดียว หรือมุ่งแต่ขายสินค้าโดยไร้ประโยชน์และคุณค่าในด้านอื่นๆ
"การใช้สื่อไม่ควรสร้างมลภาวะในโลกของผู้บริโภค รวมไปถึงการใช้เทคโนโลยีที่ติดตามได้ อาจสร้างความน่ารำคาญมากกว่าปิดการขาย"
พฤติกรรมผู้บริโภคดังกล่าว ส่งผลให้กลยุทธ์ "ดิจิทัล มาร์เก็ตติ้ง" และโซเชียล มีเดีย กลายเป็นแพลตฟอร์มหลักสื่อสารผู้บริโภค นักการตลาดต้องเปลี่ยนมุมมองว่า "โซเชียลไม่ใช่มีเดีย" และ "โซเชียลไม่ใช่พื้นที่โฆษณา" พร้อมสร้างตัวตนและบทบาทของ "แบรนด์" ที่ชัดเจนในโลกออนไลน์
กลยุทธ์การตลาด จากพลัง Context พร้อม Content ถือเป็นบทบาทของแบรนด์ในการสร้างสรรคอนเทนท์ ที่มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคในหลากหลายมิติ ถือเป็นเทรนด์สำคัญในขณะที่ Content is king และ Context is queen เป็นการวางกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับเทรนด์เทคโนโลยีและผู้บริโภคในปี 2558 ซึ่งความ"เรียลไทม์" ถือเป็นจุดเปลี่ยนของการสร้างสรรค์ประสบการณ์สำคัญให้กับผู้บริโภคในยุคนี้
"ความมี Emotion ของแบรนด์จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญในยุคโซเชียล ที่แต่ละแบรนด์จะต้องสร้างบุคลิกที่มีความเป็นคนสูง และใช้คำพูดเหมือนบทสนทนาให้ภาพลักษณ์ที่เป็นคนเหมือนๆ กันกับผู้บริโภคและก่อให้เกิดความรู้สึกจริงและจริงใจ"
แบรนด์ตัวรับเทรนด์ผู้บริโภค
สรินพร จิวานันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็นไวโรเซล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าได้ศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในปี2558 พบว่ามี 8 ค่านิยมที่นักการตลาดต้องให้ความสำคัญ 1.รวยลัด แบบไม่ต้องทำงาน เหมือนคนรุ่นก่อน อัตราคนทำงานที่บ้านมากขึ้น คือ ทำงานโดยใช้บ้านเป็นออฟฟิศและเป็นนายตัวเอง 2.งามภายนอก มีค่านิยมเรื่องความงามภายนอกที่มองว่าจำเป็น เพื่อเป็นที่ยอมรับในสังคม 3. ช่วยเหลือตัวเอง (ไม่พึ่งพา) เช่นการเดินทางท่องเที่ยวเอง 4.ไม่ผูกมัด ไม่ชอบอยู่กับอะไรเดิมๆ เพราะถูกกระตุ้นด้วยข้อมูลใหม่ตลอดเวลา 5. เปิดเผย ชัดเจน อย่าปิดบัง เนื่องจากวันนี้ข้อมูลหาได้ง่าย สืบได้ง่ายจากโลกออนไลน์ การแสดงความจริงใจ คือสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ 6. วัฒนธรรมเดียวกัน โลกโซเชียลทำให้รับรู้ข่าวสารแบบเดียวกัน 7. มาตรฐานสูง ผู้บริโภคคาดหวังที่จะได้รับการดูแล ต้อนรับและบริการที่ดี 8.ซื้อน้อยแต่ได้เยอะ ผลิตภัณฑ์ต่างๆ สร้างนวัตกรรมใช้ง่าย สะดวกต่อชีวิตประจำวัน
"พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างมาก แบรนด์สินค้าต้องปรับกลยุทธ์การสื่อสารและทำความเข้าใจกับความต้องการที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แม่นยำยิ่งขึ้น"
ผู้บริโภคยุค'หลายจอ'คาดหวังสูง
ปัทมวรรณ สถาพร กรรมการผู้จัดการ มายด์แชร์ ประเทศไทย เอเยนซีเครือข่ายด้านการตลาดและการสื่อสาร กล่าวว่าการพัฒนาด้านเทคโนโลยี การเติบโตของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 30 ล้านคนในไทย และผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในปี2558 ที่ก้าวสู่ยุค "มัลติสกรีน" ชัดเจนขึ้น
ดังนั้น "แบรนด์" ต้องพัฒนาแคมเปญผ่านทุกช่องทาง โดยที่ไม่ยึดติดกับสื่อใด สื่อหนึ่ง เป็นช่องทางหลักอีกต่อไป ในยุคมัลติ สกรีน ที่ผู้บริโภคถูกดึงความสนใจหรือเวลาในหลากหลายสื่อ การวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้สามารถเข้าถึง พฤติกรรมของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ
การวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่อย่างมหาศาล (Big Data)ในยุคดิจิทัล จะเปลี่ยนจากตัวเลขไปเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจทางการตลาด (Smart Data) และแบรนด์ต้องพัฒนาแคมเปญผ่านทุกช่องทาง
ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อพฤติกรรมของผู้บริโภคในปี 2558 ยังคงเกิดขึ้นจากเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความเร็ว ความหลากหลาย และความซับซ้อนขึ้นในโลกดิจิทัล พฤติกรรมหลักที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า คือ ความต้องการแบบ "เดี๋ยวนี้"
การมี "ตัวเลือกและเลือก", "ความจริงและความรู้สึก" ในทางกลับกันผู้บริโภคจะมีพฤติกรรมทั้ง ไม่พลาดการอัพเดท(FOMO) และ ไม่อยากอัพเดท (JOMO)ข้อมูลในโลกโซเชียล มีเดียไปพร้อมกัน
"ปีหน้าแบรนด์ควรบริหารและวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อพัฒนากลยุทธ์การสื่อสารครอบคลุมทุกช่องทาง รับมือความคาดหวังของผู้บริโภคยุคหลายจอ และถือเป็นปีแห่งการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลแบบเรียลไทม์ ผสานการสื่อสารการตลาดแบบอะแด๊ปทีฟเพื่อขานรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคมัลติสกรีน"
คนรุ่นใหม่มุ่ง"เจ้าของธุรกิจ"
จากการสำรวจพฤติกรรมกลุ่ม"มิลเลนเนียล" (Millennnial) คนรุ่นใหม่อายุ 18-34 ปีทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ของ "อินิชิเอทีฟ โกลบอล" ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตในยุคดิจิทัลมีพัฒนาการและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และโซเชียล มีเดียมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตสูง ส่งผลต่อทัศนคติ การใช้ชีวิต และการทำงานของกลุ่มดังกล่าว
กนกกาญจน์ ประจงแสงศรี กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวางแผนกลยุทธ์การลงทุนและการเรียนรู้ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ส กล่าวว่าพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่ากลุ่มมิลเลนเนียล ซึ่งเป็นกลุ่มสำคัญที่จะก้าวสู่ตำแหน่งผู้บริหารในอนาคตและเป็นกลุ่มที่มี่กำลังซื้อสูงต่อไป จากการสำรวจของอินิชิเอทีฟ โกลบอล ใน 19 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย พบว่ามีพฤติกรรมใกล้เคียงกัน
กลุ่มมิลเลนเนียลไทยที่มีประสบการณ์อยู่ในช่วงเกิดวิกฤติเศรษฐกิจและปัญหาการเมืองในไทยหลายครั้ง พบว่า 75% มีมุมมองไม่เชื่อมั่นกับอนาคตการทำงาน และเห็นว่าอาชีพที่ทำอยู่ "ไม่แน่นอน" โดยไม่ต้องการทำงานอยู่ในอาชีพปัจจุบันไปจนเกษียณ ประกาศสำคัญ "ต้องการมีธุรกิจเป็นของตัวเอง"
โดยพบว่ามีสัดส่วน 23% ทำงาน 2 อย่างไปพร้อมกันเพื่อหารายได้เพิ่ม และ 12% ศึกษาเพิ่มเติมในสาขาที่สนใจ เพื่อเตรียมตัวสร้างธุรกิจของตนเอง
จากเทรนด์ดังกล่าว "แบรนด์" ที่ต้องการสื่อสารกับกลุ่มนี้ จะต้องเสนอตัวเองเป็น "พี่เลี้ยง" แนะนำแนวทาง หรือขั้นตอนการก้าวไปสู่เป้าหมายในอนาคตของกลุ่มมิลเลนเนียลในการสร้างธุรกิจของตนเอง เนื่องจากมีสัดส่วน 70% วางเป้าหมายจะเป็นเจ้าของธุรกิจให้ได้ภายใน 2ปี
สำหรับกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่เสพติดสื่อออนไลน์และโซเชียล มีเดีย ทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและข่าวสารได้ตลอดเวลา ดังนั้นคุณสมบัติของแบรนด์ที่กลุ่มนี้ชื่นชอบ จะต้องเป็นแบรนด์ที่มีความคิดสร้างสรรค์,น่าเชื่อถือ, เป็นแบรนด์ที่เรียบง่าย, เป็นของแท้ หรือเป็นตัวจริง และเป็นแบรนด์ที่แสดงถึงความมั่นใจ





