วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไทย-จีนเอ็มโอยูความร่วมมือรถไฟ-สินค้าเกษตร

"อาคม" เผย19ธ.ค.57ไทย-จีน พร้อมลงนามเอ็มโอยู2ฉบับ ในโครงการร่วมมือรถไฟ และสินค้าเกษตรข้าวและยางพารา

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 ธ.ค.2557 เวลา 16.00 น. รัฐบาลไทยจะมีการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) กับรัฐบาลจีน 2 ฉบับ คือ ด้านการพัฒนารถไฟระหว่างประเทศไทย-จีน ขนาดรางมาตรฐาน ความกว้าง 1.435 เมตร (แสตนดาร์ตเกต) และด้านสินค้าเกษตรไทย-จีน ซึ่งจีนสนใจที่จะซื้อข้าว และยางพาราจากไทย โดยเอ็มโอยูฉบับแรกจะมี พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ลงนามร่วมกับรัฐมนตรีกระทรวงรถไฟของจีน ส่วนอีกฉบับพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ลงนามร่วมกับรัฐมนตรีด้านการเกษตรของจีน

“นอกจากการลงนามเอ็มโอยูความร่วมมือกับประเทศจีนแล้ว ฝ่ายไทยยังเตรียมหารือแบบทวิภาคีในด้านความร่วมมือด้านต่างๆ กับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) กัมพูชา และเวียดนาม ซึ่งรายละเอียดของการหารือคงมีการติดตามความคืบหน้าในทุกด้านที่เคยทำร่วมกันมาแล้ว"นายอาคมกล่าว

สำหรับร่างเอ็มโอยูไทย-จีน ด้านการพัฒนารถไฟ มีสาระสำคัญคือการร่วมมือสร้างรถไฟทางคู่ ในเส้นทางหนองคาย-นครราชสีมา-แก่งคอย-ท่าเรือมาบตาพุด ระยะทาง 731 กิโลเมตร และเส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย ระยะทาง 133 กิโลเมตร ซึ่งเป็นความร่วมมือในรูปแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวร่วมกัน โดยในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมได้เห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนความร่วมมือตามกรอบเอ็มโอยูฉบับดังกล่าว โดยทางฝ่ายไทยมอบหมายให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เป็นประธาน ส่วนฝ่ายจีนจะมีประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน เป็นประธาน เพื่อหารือด้านความร่วมมือ และประสานการทำงานของทั้ง 2 ฝ่าย ในด้านการพัฒนาพี่ที่เกี่ยวข้องให้สำเร็จ

ส่วนเอ็มโอยูความร่วมมือในด้านสินค้าเกษตรไทย-จีน ซึ่งจีนสนใจที่จะซื้อข้าว และยางพาราจากไทย เพื่อเป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ที่จะครบรอบ 40 ปี ในปีหน้า ซึ่งทั้งสองฝ่ายจะตกลงปริมาณสินค้าเกษตรของไทยที่จีนจะซื้อจากไทยอีกครั้งว่า จะขายข้าวและยางให้จีนจำนวนเท่าใดอย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ ครม.ได้รับทราบรายละเอียดและเงื่อนไขว่าในเบื้องต้นจีนยินดีจะซื้อข้าวจากไทย 2 ล้านตัน เป็นข้าวในฤดูกาฃลรผลิตใหม่ 1 ล้านตันและข้าวในสต็อกรัฐบาล. 1 ล้านตัน ส่วนยางพาราจะซื้อจากไทย 2แสนตันซึ่งจะมีการเจรจารายละเอียดกันต่อไป

ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ระบุว่า สนข.จะลงนามในสัญญาว่าจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาความเหมาะสมของโครงการลงทุนรถไฟรางคู่ขนาดรางมาตรฐาน (Standard Gauge) ระยะเร่งด่วน 2 เส้นทาง ด้วยงบประมาณ 350 ล้านบาท โดยกำหนดศึกษาแล้วเสร็จภายใน 1 ปี หรือช่วงปลายปี 2558 สำหรับรูปแบบการลงทุนว่า ควรใช้งบประมาณแผ่นดิน กู้เงิน หรือกองทุนพัฒนาโครงสร้าง พื้นฐาน โดยกรมการขนส่งทางราง ซึ่งจะตั้งขึ้นใหม่ เป็นผู้ลงทุนในโครงการดังกล่าวตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ภาครัฐเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง เพราะต้องใช้อำนาจในการเวนคืนที่ดิน ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) จะเป็นผู้เดินรถหรือว่าจ้างเอกชนเดินรถ