วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ผนึกอินโดฯ-มาเลย์ดัน'อาหารฮาลาล'

ผนึกอินโดฯ-มาเลย์ดัน "อาหารฮาลาล" ชี้ตลาดโตสูงมูลค่ารวมกว่า 1.1ล้านดอลลาร์ต่อปี

กระทรวงอุตสาหกรรม เล็งจับมือ “มาเลเซีย-อินโดนีเซีย” บุกตลาดอาหารฮาลาล ชี้ เป็นตลาดมีศักยภาพสูงโต 6.9% มีมูลค่ารวมกว่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่อง "เศรษฐกิจโลกกับโอกาสสินค้าฮาลาลไทย" ว่า ปัจจุบันมีผู้บริโภคชาวมุสลิมทั่วโลกประมาณ 2 พันล้านคน มีอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรมุสลิมเฉลี่ย 1.84% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนวัยรุ่นและวัยทำงานที่มีความต้องการบริโภคสูง คิดเป็นสัดส่วน 28.26% ของประชากรโลกที่มีอัตราการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1.14% มี 7.15 พันล้านคน

สะท้อนแนวโน้มที่ตลาดอาหารฮาลาลโลกจะขยายตัวเฉลี่ยปีละ 6.9% เป็นแรงผลักดันให้อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มเติบโต ช่วยเพิ่มโอกาสของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลไทยจะบุกตลาดโลกที่มีมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐได้มากขึ้น คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 16.6% ของมูลค่าตลาดอาหารโลก

“กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมที่จะประสานความร่วมมือกับประเทศมาเลเซีย และอินโดนีเซียในการร่วมทำตลาดฮาลาลร่วมกัน โดยประสานจุดแข็งด้านการเป็นผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของไทย กับความเชี่ยวชาญด้านมาตรฐานอาหารฮาลาลของมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ในการใช้มาตรฐานร่วมกัน ซึ่งจะสร้างประโยชน์มากกว่าการเดินหน้าทำเพียงประเทศเดียว” นายปราโมทย์ กล่าว

ทั้งนี้ ตลาดอาหารในปัจจุบันมีความต้องการอาหารปลอดภัย คุณภาพสูง อาหารเพื่อสุขภาพ ฟังก์ชันนัลฟู้ดส์ อาหารอินทรีย์ จึงมีแนวโน้มขยายตัวดี โดยเฉพาะในประเทศที่ประชากรมีรายได้สูง รวมทั้งอัตราการขยายตัวของธุรกิจ E-Commerce ช่วยขยายช่องทางเข้าถึงสินค้าให้สะดวกและรวดเร็ว ไร้พรมแดน ทำให้โอกาสตลาดอาหารฮาลาลเปิดกว้างอีกมาก

ช่วง 5 ปีจากนี้มูลค่าการค้าจะมีอัตราขยายตัวเฉลี่ยถึงปีละ 6.9% ทำให้ในปี 2561 มูลค่าตลาดอาหารฮาลาลโลกจะสูงถึง 1.6 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หากพิจารณาด้านการค้าอาหารระหว่างประเทศ ของสมาชิกองค์การความร่วมมืออิสลาม (OIC) ปัจจุบันมี 57 ประเทศ จะพบว่ามีมูลค่าการนำเข้าอาหารในปี 2556 อยู่ที่ 1.56 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 8 ประเทศหลักมีมูลค่านำเข้าเป็นสัดส่วนถึง 56.7% ของมูลค่าทั้งหมด โดยประเทศสมาชิก OIC ผู้นำเข้าอาหารที่สำคัญ อันดับแรกคือ ซาอุดีอาระเบีย รองลงมาคือ มาเลเซีย อียิปต์ อินโดนีเซีย อิหร่าน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมื่อพิจารณาส่วนแบ่งตลาดอาหารและเครื่องดื่มที่ไทยส่งออกไปประเทศเหล่านี้ พบว่ายังมีสัดส่วนค่อนข้างน้อย จึงนับว่ายังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก หากเราศึกษาความต้องการของตลาด และเริ่มบุกตลาดอย่างจริงจัง

นายปณิธาน จินดาภู รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 10 ของโลก มีส่วนแบ่งตลาด 2.44% เพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีส่วนแบ่งตลาด 2.26% ซึ่งตลาดอาหารฮาลาลโลกเป็นตลาดใหญ่และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จึงเป็นความท้าทายของอุตสาหกรรมอาหารไทย โดยอาหารฮาลาลส่งออกที่มีศักยภาพ เช่น อาหารพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน ทั้งแบบแช่แข็ง แปรรูป และบรรจุกระป๋อง เช่น อาหารทะเลแช่แข็ง ผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกแช่แข็ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมขบเคี้ยว ผลไม้สดและแปรรูป รวมทั้งอาหารพร้อมรับประทานแบบตะวันตก เช่น ขนมปัง พาสต้าและสปาเกตตี เครื่องดื่มต่างๆ