หั่น'เงินเดือน-โบนัส'ฉุดกำลังซื้อปี58ฟื้นช้า

หั่น'เงินเดือน-โบนัส'ฉุดกำลังซื้อปี58ฟื้นช้า

ภาคธุรกิจ รับอัตราขึ้นเงินเดือน-โบนัส ปีนี้ "ต่ำกว่า" หรือ "เท่ากับ" ปีที่ผ่านมา หลังเผชิญปัจจัยลบ

สถานการณ์การเมือง เศรษฐกิจในประเทศ ฉุดยอดขายพลาดเป้า ตัวแปรกดกำลังซื้อในปีหน้าฟื้นตัวช้า ด้านผลสำรวจสมาคมจัดการบุคคลแห่งประเทศ พบปีนี้ขึ้นเงินเดือนเฉลี่ยทุกกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 5.82% ลดลงจาก 5.92% ในปีที่ผ่านมา

จากการสำรวจสถานการณ์การขึ้นเงินเดือน และโบนัส ภาคธุรกิจ โดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ในหลายเซ็กเตอร์ เพื่อประเมินกำลังซื้อปีหน้า พบว่า ในปีนี้ธุรกิจมีแนวโน้มจ่ายเงินเดือนและโบนัสในอัตราเท่าเดิม หรือต่ำกว่าปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับผลสำรวจของบริษัทบริหารทรัพยากรบุคคล ทุกสำนัก

นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองเลขาธิการ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้ที่ชะลอตัว ต้องการให้ภาคธุรกิจออกมาเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการจ่ายโบนัสให้กับพนักงานในปี 2557 เนื่องจากมองว่าเงินดังกล่าวจะเป็นตัวบ่งชี้วัดถึงภาวะกำลังซื้อของผู้บริโภคในไตรมาส 1 ปี 2558 ว่าจะอยู่ในทิศทางใด หากบริษัทต่างๆ ให้ข้อมูลการจ่ายโบนัสจะช่วยให้สามารถวางแผนการค้าขายและการผลิตได้

"ปีนี้ยอดขายสินค้าตั้งแต่ไตรมาส 1 ถึงไตรมาส 3 ไม่ดี แม้ยอดขายไตรมาส 4 ดี แต่ภาพรวมอาจส่งผลให้การจ่ายโบนัสไม่ดี นั่นย่อมกระทบต่อความสามารถในการบริโภคการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในไตรมาส 1 ของปีหน้าที่มีแนวโน้มไม่ดีแน่นอน” นายอิศเรศ กล่าว

'โตโยต้า'ลดโบนัสจาก 10 เหลือ 8 ด.

แหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กล่าวว่า การคิดเงินตอบแทนพิเศษและการปรับฐานเงินเดือนในปีนี้ มีลักษณะการอ่อนตัวลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สำหรับบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย (TMT) จ่ายเงินบัส 8 เดือน (+19,000) สำหรับระดับต่ำกว่าผู้จัดการทั่วไป และ 9 เดือน (+) สำหรับระดับที่มีอายุการทำงานและตำแหน่งสูงกว่าผู้จัดการทั่วไป รวมถึงเงินบวกเพิ่ม อีกจำนวนหนึ่ง เทียบกับปี 2556 โตโยต้า จ่ายโบนัส 10 เดือน + 20,000 บาท ปริมาณเงินโบน้อยลงกว่าเดิมประมาณ 1 -2 เดือนแล้วแต่ระดับ

ในขณะที่โรงงาน ฟอร์ด มอเตอร์ ประเทศไทย (FMT) ผู้ผลิตรถยนต์นั่งฟอร์ด ปีนี้จ่ายโบนัสพนักงาน 6.2 เดือน + 33,000 บาท พร้อมกับปรับเงินเดือนขึ้น 5.5% + 250 บาท

ส่วนบริษัท ออโต้ อัลไลน์แอนซ์ จำกัด โรงงานผลิตรถมาสด้าและกระบะฟอร์ด จ่ายโบนัส 6 เดือน +50,000 บาท และปรับฐานเงินเดือนขึ้น 5 % + 400 บาท พร้อมกับค่าสาธารณูประโภค 2,400 บาท สำหรับโบนัสของเอเอทีลดลงจากปีที่แล้ว ได้ 8 เดือน +40,000 บาท

"ปีนี้สำหรับอุตสาหกรรมจักรยานยนต์คาดว่าจะมีการจ่ายโบนัสลดลงเล็กน้อย เพราะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาด ไม่ได้เป็นยุคทองเหมือนปี 2556 ที่จ่ายโบนัสค่อนข้างดี เช่น ปีที่แล้ว ฮอนด้า รับโบนัส 8 เดือน + 80,000 บาท เงินเดือนขึ้น 7% + 550 บาท" แหล่งข่าว กล่าว

สหพัฒน์ฯยันไม่ลดโบนัส

นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สหพัฒน์ฯจะไม่ปรับลดโบนัสพนักงาน แม้ว่าภาพรวมยอดขายในปีนี้จะเติบโตประมาณ 3% ต่ำกว่าเป้าหมายจากต้นปีที่คาดว่าจะเติบโตประมาณ10%

“ของผมไม่หั่นโบนัส แม้ว่ายอดขายจะไม่เป็นไปตามเป้า แต่ยังเติบโตเล็กน้อย ขณะที่กำลังซื้อไตรมาสแรกปีหน้า หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าน่าจะมีอะไรที่ดีขึ้น ส่วนภาวะหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง จะมีโอกาสปรับตัวลดลงหรือไม่ ขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะกระจายรายได้สู่ระบบเศรษฐกิจได้มากน้อยแค่ไหน”

ด้านแหล่งข่าวจากบมจ.ไทยเบฟเวอเรจ แจ้งว่า การจ่ายโบนัส ปี 2557 จะอยู่ในอัตราใกล้เคียงกับปีก่อน แต่ไม่สามารถบอกได้เนื่องจากมีบริษัทในเครือจำนวนมาก บางบริษัทได้ไม่เท่ากัน ขณะที่บมจ.โออิชิ จำกัด(มหาชน) จ่ายโบนัสพนักงานเพิ่มขึ้นจากปีก่อน

ขณะที่บมจ.อิชิตัน เตรียมจะจ่ายโบนัสให้พนักงาน แต่ไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากยังไม่ได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนพิจารณา เช่นเดียวกับบมจ.เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป ที่ต้องเสนอคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนบริษัทก่อน แต่ปีที่แล้วจ่ายโบนัสพนักงาน 1.75 - 3.75 เดือน บมจ.ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ยังไม่พิจารณา แต่ปีก่อนจ่ายโบนัสไม่ต่ำกว่า 4-5 เดือน ส่วนบมจ.ซิงเกอร์ ประเทศไทย ปีนี้จ่ายโบนัส 1 เดือน

ขณะที่บริษัท โตชิบาไทยแลนด์ จำกัด จะจ่ายโบนัสให้พนักงาน 2 ครั้ง คือเดือนมิ.ย. และ ธ.ค. โดยจ่ายครั้งละ 1 เดือน ด้านแหล่งข่าวจากบริษัทสิงห์คอร์เปอเรชั่น ระบุว่า จะพิจารณาโบนัสในต้นปีหน้า แต่โดยปกติจะให้โบนัสในอัตรา 1 เดือน

โบนัสอสังหาฯจ่ายสูงสุด10 ด.

จากการสำรวจการจ่ายโบนัสในปีนี้ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ ติดลบ 11-14% ปีนี้ แต่พบว่าแนวโน้มการจ่ายโบนัสปีนี้ของ 5 บริษัทรายใหญ่ มีแนวโน้มการจ่ายโบนัสใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา

นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด ระบุว่า แนวโน้มค่าเฉลี่ยโบนัสปีนี้ จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว ที่มีค่าเฉลี่ย 6 เดือน แต่คาดว่ามีโอกาสเพิ่มเป็น 6.5 เดือน เนื่องจากมั่นใจว่าผลประกอบการในปีนี้ได้ตามเป้าหมายที่ 4.3 หมื่นล้านบาท

ส่วนบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) คาดว่าการจ่ายโบนัสปีนี้ จะไม่ต่ำกว่าปีก่อน ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 8-10 เดือน จะแบ่งจ่ายเป็น 2 งวด งวดแรกสิ้นเดือนธ.ค.จ่าย 1 เดือน ส่วนงวดที่ 2 จะจ่ายส่วนที่เหลือสิ้นเดือนมี.ค. เนื่องจากยอดรับรู้รายได้และกำไรสุทธิน่าจะเป็นสถิติใหม่ โดยตั้งเป้ารับรู้รายได้ทั้งปีอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท

ด้านบริษัท แอล.พี.เอ็น. ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด(มหาชน) ขึ้นอยู่กับผลประกอบการไตรมาสที่ 4 ว่าจะทำได้ตามเป้าหมายไม่ หากได้ตามยอดที่ 1.35 หมื่นล้านบาท และยอดขาย 2 หมื่นล้านบาท ค่าเฉลี่ยโบนัสน่าจะได้ระดับเดียวกับปีที่ผ่านมาคือ 8-9 เดือน

ส่วน บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) คาดการจ่ายโบนัสเฉลี่ยอยู่ที่ 3 เดือน จากปีที่ผ่านมาจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 2 เดือน ซึ่งในปีนี้ยอดรับรู้รายได้และกำไรสุทธิดีกว่าปีที่ผ่านมา โดย 9 เดือนแรกจะมียอดรับรู้เกือบ 1 หมื่นล้านบาท และกำไรสุทธิ 376 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมารับรู้รายได้ 11,288 ล้านบาท กำไรสุทธิ 83 ล้านบาท

เนสท์เล่ (ไทย) จ่ายเฉลี่ย 2 เดือน

นายประสพสุข สุทธาภิรมย์ ผู้อำนวยการธุรกิจไอศกรีม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า การจ่ายโบนัสในปีนี้ ยังคงจ่ายในจำนวนที่เท่ากับในปีก่อน คือ จ่ายเฉลี่ย 2 เดือน โดยแม้ว่าในปีนี้ภาพรวมเศรษฐกิจภายในประเทศจะไม่ดี แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจขององค์กรมากนัก ทำให้สามารถจ่ายโบนัสได้ในระดับเดียวกับในปี 2556

นายธีรินทร์ ธัญญวัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สุนทรธัญทรัพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายข้าวสารบรรจุถุงภายใต้แบรนด์ “ข้าวตราไก่แจ้” กล่าวถึงแนวโน้มการจ่ายโบนัสปีนี้ว่า บริษัทยังคงจ่ายโบนัสเฉลี่ย 1 เดือน เท่ากับในปี2556

แบงก์กรุงเทพจ่าย3เดือนครึ่ง

ในส่วนของธนาคารพาณิชย์ที่มีการจ่ายโบนัสในช่วงปลายปีนี้ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทิสโก้ ธนาคารแลนด์แอนด์เฮ้าส์ ส่วนธนาคารที่เหลือจะมีการจ่ายโบนัสในช่วงต้นปีหน้า หลังผลประกอบการธนาคารออกมา

โดยธนาคารกรุงเทพจะจ่ายโบนัสและเงินช่วยเหลือพิเศษตลอดทั้งปีรวมแล้ว 3.5 เท่าของเงินเดือน โดยแบ่งเป็นโบนัส 2 เดือนจ่าย 2 ครั้งในช่วงต้นปีและปลายปี และเงินช่วยเหลือพิเศษอีก 1.5 เท่าของเงินเดือนในช่วงเดือนม.ค.ในส่วนของธนาคารกรุงศรีอยุธยาจะจ่ายโบนัสในสิ้นปีนี้จำนวน 1 เดือน และในช่วงต้นปีหน้าจะจ่ายโบนัสตามการประเมินผลงานอีกครั้ง

ทางธนาคารไทยพาณิชย์ในสิ้นเดือนนี้จะจ่ายโบนัสคงที่(Fix Bonus) 1 เท่าของเงินเดือน หลังจากที่จ่ายมาแล้ว 1 เดือนในเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนโบนัสที่จ่ายตามผลการดำเนินงานจะจ่ายในช่วงเดือนก.พ.ซึ่งในปีนี้จ่ายมาแล้วเฉลี่ย 2.5 เท่าของเงินเดือน หากรวมงวดสิ้นปีนี้ ทั้งปีนี้พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ได้โบนัสประมาณ 4.5 เท่าของเงินเดือน

แหล่งข่าวจากภาคธุรกิจโทรคมนาคม เปิดเผยว่า การจ่ายโบนัสในทุกปีจะเป็นไปตามผลประกอบการของปีนั้นๆ รวมถึง Performance ของพนักงาน อย่างไรก็ตาม ปีนี้ ยังไม่มีเปิดเผยออกมาว่าจะจ่ายเป็นจำนวนเท่าไร โดยปี 2556 ภาคธุรกิจโทรคมบางบริษัทจะจ่ายโบนัสให้พนักงานราว 2-3 เดือน

ผลสำรวจ"ขึ้นเงินเดือน-จ่ายโบนัส"ลดลง

ผลสำรวจของ 4 องค์กรด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ประกอบด้วย 1. สมาคมการจัดงานบุคคลแห่งประเทศไทย (PMAT), สมาคมจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA), สถาบันเสริมสร้างขีดความสามารถมนุษย์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีปทุม และบริษัทเฮย์กรุ๊ป ถึงสถานการณ์การ "ปรับขึ้นเงินเดือน" และ "โบนัส"ของภาคธุรกิจ พบว่า ปีนี้ "ลดลง" จากปีก่อนหน้าเล็กน้อย สาเหตุจากพิษการเมืองและเศรษฐกิจรุมเร้า

โดย PMAT คาดการณ์ "การขึ้นเงินเดือน" ประจำปีนี้ เฉลี่ยทุกกลุ่มธุรกิจอยู่ที่ 5.82% (ปีก่อนหน้า อยู่ที่ 5.92%) ขณะที่ TMA สำรวจพบการปรับค่าจ้างจะอยู่ในอัตรา 5-6% (ปีก่อนหน้า 6%) ด้าน ส.อ.ท. และมหาวิทยาลัยศรีปทุม เปิดเผยตัวเลข 5.4% (ปีก่อนหน้า 5.6%) ส่วนบริษัท เฮย์กรุ๊ป ฟันธงทุกกลุ่มอุตสาหกรรมปรับเฉลี่ยที่ 6.06% (ปีก่อนหน้า 6.01%)

แม้ค่าเฉลี่ยของการปรับเงินเดือนจะเป็นตัวเลขหลักเดียว ทว่า "กลุ่มธุรกิจ" ที่ได้รับการปรับเงินเดือนมากที่สุด 3 อันดับแรกตามผลสำรวจของ PMAT กลับเป็นตัวเลขถึง 2 หลัก ไล่เรียงดังนี้

กลุ่มพาณิชยกรรม 15% กลุ่มอื่นๆ 13% กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ 10%

แตกต่างไปจากการจัดอันดับของบริษัท เฮย์กรุ๊ป ที่เผยว่า 3 อันดับแรกนั้นเป็นของกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุก่อสร้าง 6.3% กลุ่มอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซ 6.28% กลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ 6.25%

PMAT ยังเปิดเผยตัวเลข "การจ่ายโบนัส" ทุกกลุ่มธุรกิจในปีนี้ว่า จะมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.69 เดือน (ปีก่อนหน้าอยู่ที่ 2.77 เดือน) ขณะที่ผลสำรวจของ TMA พบค่าเฉลี่ยการจ่ายโบนัสอยู่ที่ 2.5 เดือน (ปีก่อนหน้า 3.4 เดือน) ส่วนผลสำรวจของส.อ.ท.และมหาวิทยาลัยศรีปทุม อยู่ที่ 2.5 เดือน (ปีก่อนหน้า 2.6 เดือน) ขณะที่บริษัท เฮย์กรุ๊ป เผยว่า เป็นตัวเลข 3.40 เดือน (ปีก่อนหน้า 3.44 เดือน)

ผลสำรวจของ PMAT ยังพบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่จะได้รับโบนัสสูงสุดเป็น 3 อันดับแรก ได้แก่ กลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ 8 เดือน กลุ่มโลหะและเหล็กกับกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 6 เดือน และกลุ่มการขนส่ง 5.5 เดือน สอดคล้องกับผลสำรวจของ TMA ที่ชี้ว่าอุตสาหกรรมรถยนต์ยังคงเป็นกลุ่มที่จ่ายโบนัสสูงสุด อยู่ที่ 4.3 เดือน อันดับต่อมาก็คือกลุ่มสถาบันการเงิน 3.8 เดือน

แต่ผลสำรวจของบริษัท เฮย์กรุ๊ป ระบุว่า 3 อันดับแรกเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมเคมีภัณฑ์ 4.03 เดือน กลุ่มอุตสาหกรรมการผลิต 3.98 เดือน และกลุ่มอุตสาหกรรมวัสดุและก่อสร้าง 3.69 เดือน