"ประจิน" จี้เร่งก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง หลังล่าช้ากว่าแผนเดิม คาดเปิดบริการปี 2561 ด้านร.ฟ.ท.เจรจาเอกชน
ขอลดราคาระบบรถไฟฟ้า จาก 4.9 หมื่นล้าน เหลือ 3 หมื่นล้าน เหตุสูงกว่าราคากลางมาก คาดได้ข้อสรุป 25 ธ.ค.นี้ ขู่ประกวดราคาใหม่ พร้อมเสนอแผนฟื้นฟู หวังลดภาระหนี้ 8.49 หมื่นล้าน ให้เช่าที่ดินมักกะสัน-ขอเดินรถไฟฟ้าสายสีแดง
การเดินหน้าโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้า นับเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่รัฐบาลต้องการผลักดันเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่พบว่าการก่อสร้างในบางเส้นทางยังล่าช้ากว่าแผน โดยเฉพาะการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต และเอกชนยังเสนอราคาประมูลบางสัญญา สูงกว่าราคากลาง
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังจากที่ได้ตรวจเยี่ยมการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ว่าการก่อสร้างยังล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด โดยคาดว่าจะเปิดบริการได้ในปี 2561 ล่าช้าจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2560
ความล่าช้ามีทั้ง 3 สัญญา คือ สัญญาที่ 1 งานโยธาสำหรับสถานีกลางบางซื่อ คืบหน้า 15.45% ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด 13.80% และสัญญาที่ 2 งานโยธาทางรถไฟ คืบหน้า 27.29% ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด 41.54% ส่วนภาพรวมการก่อสร้างทั้งหมดล่าช้ากว่าแผนงานประมาณ 20%
ส่วนสัญญาที่ 3 งานระบบรถไฟฟ้าและเครื่องกล ยังอยู่ระหว่างต่อรองราคากับ กลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็มเอชเอสซี คอนซอร์เตียม ประกอบด้วย บริษัท มิตซูบิชิ เฮฟวี อินดัสเทรียล จำกัด บริษัท ฮิตาชิ และบริษัท ซูมิโตโม คอร์เปอเรชั่น ที่เสนอราคารวม 49,000 ล้านบาท จากราคากลางที่ตั้งไว้ประมาณ 29,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูงเกินกว่าราคากลางมาก
ด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็มเอชเอสซี คอนซอร์เตียม เพื่อให้ปรับลดราคาให้อยู่ในระดับหลัก 3 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกันก็จะต้องชี้แจงรายละเอียดของราคาในแต่ละส่วนให้มีความชัดเจนด้วย โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในวันที่ 25 ธ.ค.นี้ จากนั้นจึงจะทราบว่าจะให้บริษัทดำเนินโครงการหรือไม่ หากมีเหตุผลที่ชัดเจนพอก็จะนำเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.)พิจารณาต่อไป
"หากไม่สามารถเจรจาต่อรองเรื่องลดราคาก่อสร้างลงให้เหลือในระดับ 3 หมื่นล้านบาท ได้ทางกระทรวงคมนาคมก็อาจจะพิจารณาเปิดประกวดราคาใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือน จึงจะแล้วเสร็จและได้บริษัทเอกชนรายอื่นเข้ามาดำเนินการแทน"
สั่งร.ฟ.ท.เตรียมให้บริการรถไฟทางคู่
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้การ ร.ฟ.ท. เตรียมพร้อมการให้บริการเพื่อรองรับการให้บริการรถไฟทางคู่ที่จะดำเนินการแล้วเสร็จในช่วงแรก 6 เส้นทาง และอีก 5-8 เส้นทางในระยะต่อไป เพื่อให้สามารถบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว สะดวกสบาย และตรงเวลา
ขณะเดียวกัน ก็ต้องกำหนดตัวชี้วัด (เคพีไอ) ไว้ด้วย ขณะเดียวกันก็ต้องปรับส่วนงานให้เหมาะสมเพื่อให้บุคลากรสนับสนุนเพียงพอกับการให้บริการรถไฟทางคู่ขนาด 1 เมตร และรถไฟทางคู่รางมาตรฐาน 1.435 เมตร
เผยภาระหนี้ 8.49 หมื่นล้าน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้เสนอแผนฟื้นฟูกิจการเพื่อลดภาระหนี้สินซึ่งในปัจจุบันมีหนี้สิน ณ สิ้นปี 2556 อยู่ที่ 84,969 ล้านบาท แบ่งเป็นขาดทุนสะสม 56,950 ล้านบาท รถจักรปี 2538 รวม 9,029 ล้านบาท และการบริการ แอร์พอร์ต เรลลิงค์ ที่ 18,960 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีภาระบำนาญจากปัจจุบันถึงปี 2610 ที่ 65,860 ล้านบาท ซึ่งส่วนนี้ รฟท.รับผิดชอบทั้งหมด
เสนอ 3 แผนแก้ปัญหาหนี้
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการ ร.ฟ.ท. นั้นบอร์ดร.ฟ.ท.ได้เสนอเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูกิจการ 3 ด้านด้วยกันเพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน
ด้านแรก เจรจากับกระทรวงการคลัง ทั้งการแก้หนี้สินแบบเบ็ดเสร็จเต็มจำนวนที่ไม่เกิดภาระดอกเบี้ยในอนาคต โดยให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนเช่าที่ดินย่านโรงงานมักกะสันระยะยาว พร้อมกับเร่งพัฒนารายได้จากพื้นที่เพื่อนำรายได้มาชำระบำนาญรายปี โดยในระยะเริ่มแรกของการฟื้นฟู 5-10 ปี ซึ่งร.ฟ.ท.อาจจำเป็นจะต้องกู้เงินโดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อชดเชยผลต่างหากรายได้บริหารทรัพย์สินประจำปีไม่เพียงพอ
ด้านที่สอง เสนอให้ยกเลิกมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2541 ที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดให้การรถไฟฯ งดรับพนักงานใหม่ เว้นแต่ตำแหน่งที่เกี่ยวกับการเดินรถและตำแหน่งที่ใช้คุณวุฒิพิเศษ
ด้านสุดท้าย ร.ฟ.ท.ขออนุมัติให้เป็นผู้ดำเนินการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดงเพื่อเป็นแหล่งรายได้ใหม่ โดยการรถไฟจะดำเนินการเป็นผู้จัดตั้งหน่วยธุรกิจระบบรถไฟฟ้า การว่าจ้างผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยี Technology Provider (สัญญาที่ 3) และเป็นผู้จัดหาพนักงาน รวมทั้งฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีในรูปแบบของ Operation Management & Technology Transfer โดยพนักงานทั้งหมดจะต้องเป็นบุคลากรของร.ฟ.ท.ทั้งในด้านการเดินรถและการซ่อมบำรุง รวมทั้งการโอนขบวนรถในการดำเนินการให้ ARL เพื่อสร้างความคล่องตัวในการบริหารรายได้ และรายจ่ายของ ARL
นอกจากนี้ อาจจะดำเนินการยุบรวมบางเส้นทางที่มีผู้ใช้บริการน้อย เพื่อลดการดำเนินการลง แต่จะหามาตรการหรือวิธีการที่ไม่ให้เกิดผลกระทบผู้ใช้บริการ รวมทั้งการบริหารจัดการเอาส์ซอสด้วย
เล็งปรับปรุงรถจักร-รถโดยสารรุ่นใหม่
ด้านแหล่งข่าวจาก ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ได้กำหนดแผนการปรับปรุงการให้บริการรถไฟช่วงระหว่างปี 2558 - 2559 โดยจะทยอยตรวจสอบเพื่อปรับรถจักร U20 จำนวน 20 คัน เพิ่มปริมาณการขนส่ง ICD - แหลมฉบัง พร้อมกับทำการตลาดขบวนรถด่วนสินค้าสายอีสาน ปรับปรุงภาพลักษณ์ เพื่อให้มีความสะอาด ความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร การตรวจซ่อมบำรุงหมอนคอนกรีตและทาง 100 ปอนด์ทั่วประเทศ ติดกล้อง ซีซีทีวี ในรถนอนและสถานี การติดตั้งเครื่องกั้นอัตโนมัติจุดตัดในเส้นทางคู่ 522 แห่ง พร้อมทั้งมีการเสนอทำประกันภัยกับผู้โดยสาร เพิ่มขบวนรถไฟสำหรับคนพิการ
ในส่วนระหว่างปี 2560 - 2562 คาดว่าจะทยอยตรวจรับรถจักร U16 จำนวน 80 คัน รถโดยสารรุ่นใหม่ 115 คัน พร้อมกันนี้ยังมีแผนเพิ่มปริมาณการขนส่งด้วยการร่วมทุนกับเอกชนและการให้บริการเช่ารถจักร การจัดตั้งสถานีขนถ่ายสินค้า บริเวณปริมณฑลและต่างจังหวัด การยกระดับการให้บริการด้วยรถโดยสารปรับอากาศรุ่นใหม่ รวมถึงมีแผนร่วมลงทุนกับเอกชนในกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ ในการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า และย่านเก็บตู้สินค้า ตลอดจนการเพิ่มปริมาณการขนส่งคอนเทนเนอร์ในประเทศและประเทศในแถบอาเซียน เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
อย่างไรก็ตาม แผนฟื้นฟูทั้งหมดนี้อยู่ระหว่างการเสนอให้ซูเปอร์บอร์ดพิจารณาซึ่งยังไม่ได้อนุมัติ









