เอกชนหวั่นแผน "ขนส่ง-เอสเอ็มอี" ขาดประสิทธิภาพหลังเปิดเออีซี
เอกชนชี้ 3 ยุทธศาสตร์เส้นทางขนส่งไทย ไม่ตอบโจทย์เศรษฐกิจ ทั้งโครงการรถไฟรางคู่เด่นชัย-เชียงราย รถไฟหนองคาย-แหลมฉบัง เขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด ห่วงโลจิสติกส์ไทยอ่อนแอถูกรายใหญ่ต่างชาติกลืน ด้านหอการค้าชี้เออีซี มีทั้งโอกาสและภัยคุกคาม ห่วงเอสเอ็มอีไทยไม่พร้อมแข่งขัน
นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความพร้อมของไทยในการเข้าสู่ AEC ในงานสัมมนา "ก่อนเข้าสู่ AEC ไทยพร้อมหรือยัง" ว่า ไทยยังไม่มีความพร้อมในการพัฒนาเส้นทางขนส่งทางรถไฟ เชื่อมต่อการค้ากับประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม) รวมถึงกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ด้านโลจิสติกส์ยังไม่มีขีดความสามารถในการแข่งขัน
โดยเห็นว่าเส้นทางการขนส่งที่จะเชื่อมกับจีน เช่น ทางรถไฟรางคู่ เด่นชัย- เชียงราย ไม่คุ้มค่ากับการลงทุนที่สูงกว่าเส้นทางปกติ เพราะประชากรบริเวณดังกล่าวมีน้อย ขณะที่ลักษณะภูมิประเทศยังเป็นภูเขา ขณะที่เส้นทางขนส่งจากหนองคาย มายังแหลมฉบัง ไม่สามารถทดแทนความคล่องตัวจากการขนส่งทางเรือมาจากจีนได้
ขณะเดียวกัน เส้นทางการขนส่งที่ อ.แม่สอด จ.ตาก ยังไม่ตอบโจทย์การพัฒนา เนื่องจากเส้นทางขนส่งเชื่อมต่อจากตะวันออกไปยังตะวันตก (East West Corridor) เชื่อมพม่า ออกไปยังลาว เวียดนาม ผู้ที่ได้ประโยชน์จริงๆ ไม่ใช่คนไทย เพราะเส้นทางเหล่านี้ ไม่ได้ผ่านแหล่งผลิตที่สำคัญของไทย การส่งเสริมให้พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษก็ยังไม่ชัดเจนว่า จะส่งเสริมให้นำวัตถุดิบ แรงงาน รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานไปลงทุนแล้วจะคุ้มค่าหรือไม่
รวมไปถึงภาคธุรกิจขนส่งไทยที่ไม่พร้อมรองรับการแข่งขัน จนกระทั่งมีกลุ่มยักษ์ใหญ่โลจิสติกส์ข้ามชาติเข้ามาลงทุนซื้อกิจการ กลุ่มธุรกิจขนส่งไทยที่ปิดตัวไปเป็นจำนวนมาก
ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย รองคณบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า การเตรียมความพร้อมของไทยมีทั้ง 2 มุม ทั้งในด้านโอกาสสำหรับกิจการขนาดใหญ่ที่เข้าไปลงทุนขยายกิจการ และอีกด้านคือการมีมุมมองในด้านลบ ที่เป็นทั้งภัยคุกคามทำให้จากการที่กิจการต่างชาติมาลงทุนแย่งชิงตลาดในไทย
หากมองในภาพรวมมูลค่าการส่งออกไปยังกลุ่มอาเซียนไทยมีมูลค่าเกินดุลการค้าถึง 5 แสนล้านบาท ซึ่งไทยเกินดุลการค้ากับทุกประเทศยกเว้นพม่าที่ไทยนำเข้าก๊าซธรรมชาติ
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยมีโอกาสหาประโยชน์จากเออีซี แต่ก็ต้องยอมรับว่า เอสเอ็มอียังต้องปรับตัวอีกมาก ไม่อย่างนั้นอาจหายไปจากตลาด
โดยเห็นว่าธุรกิจที่ไทยโดดเด่นและแข่งขันได้คือ อุตสาหกรรมยานยนต์ ท่องเที่ยว ธุรกิจบริการสุขภาพ จัดประชุมสัมมนา แต่สิ่งที่ต้องพัฒนาคือการเกษตรและอุตสาหกรรม ที่ต้องพัฒนาเทคโนโลยี ให้ทันต่อความต้องการของตลาด







