เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มสะสมหุ้น หากดัชนีปรับลงแรง
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ยังคงอยู่ในช่วงพักฐาน
เราคาดว่าตลาดไทยวันนี้ยังคงอยู่ในช่วงผันผวนเชิงลบ โดยปัจจัยกดดันมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงแรงต่อเนื่อง หลัง OPEC ปรับลดคาดการณ์ความต้องการของน้ำมันดิบในปีหน้า และ inventories ในสหรัฐปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 30 ปี แต่อย่างไรก็ตามเราคาดว่าราคาน้ำมันดิบที่ปรับลงแรงจะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจในระยะยาว โดยเฉพาะต่อกลุ่มขนส่งและก่อสร้างและเม็ดเงิน LTF,RMF จะเริ่มเข้ามาอย่างชัดเจนในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า ดังนั้นเป็นโอกาสดีที่จะเข้าเก็บสะสมหุ้นหากดัชนีย่อตัวลงแรงในสัปดาห์นี้
แนวรับ/แนวต้าน : 1525/1600
กลยุทธ์ : เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มสะสมหุ้น หากดัชนีปรับลงแรง โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากนโยบายรัฐบาล เช่น กลุ่มรับเหมาและกลุ่มพลังงานทดแทน
สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
นักลงทุนระยะสั้น : ITD(8.5), PYLON(12)
นักลงทุนระยะยาว : SAMART(40), IFEC(18)
จับข่าวมาเก็งกำไร
CPN : นางสาวนภารัตน์ ศรีวรรณวิทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน และผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงิน บัญชีและบริหารความเสี่ยง บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 2558 จะเติบโตได้ 12-13% จากงวดปี 2557 โดยเป็นการเติบโตจากการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวสท์เกต บางใหญ่และ Central Festival East Ville เลียบทางด่วนรามอินทรา รวมถึงศูนย์การค้าเซ็นทรัลระยอง ที่จะเปิดช่วงครึ่งปีหลังทั้งหมด สำหรับผลประกอบการปี 2557 ยังมั่นใจว่ารายได้จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 15% จากปี 2556 หลังจากผลประกอบการช่วงไตรมาสที่ 3-4 มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 4/57 ผลประกอบการจะออกมาดี เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นธุรกิจ (ข่าวหุ้น)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
-ส.อ.ท.เปิดเผยว่า ไทยกำลังประสบปัญหาความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางด้านพลังงาน ซึ่งมีแนวโน้มค่าไฟฟ้าจะแพงขึ้น จากการที่ไทยต้องรับซื้อไฟจากประเทศเพื่อนบ้าน เพราะไม่สามารถก่อสร้างโรงไฟฟ้าแห่งใหม่เพื่อผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศได้ ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมเสี่ยงขาดทุน ทางด้าน"นักเศรษฐศาสตร์" มองราคาน้ำมัน ฉุดเศรษฐกิจ "รัสเซีย" เผชิญภาวะชะงักงัน ทั้งเงินรูเบิลอ่อนดันเงินเฟ้อพุ่ง ขณะที่ทุนสำรองฯลดต่อเนื่อง โอกาสเบี้ยวหนี้สูง ส่อกระทบท่องเที่ยวไทย เชื่อผลกระทบด้านอื่นน้อย เหตุการค้าระหว่างกันไม่มาก ทั้งธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องมีน้อย
ปัจจัยต่างประเทศ
-ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,533.15 จุด ร่วงลง 268.05 จุด หรือ -1.51%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ธ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนทุบขายหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบในตลาดนิวยอร์กร่วงลงอย่างหนัก อันเนื่องมาจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา
+สัญญาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ม.ค.ร่วงลง 2.88 ดอลลาร์ ปิดที่ 60.94 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (10 ธ.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นในรอบสัปดาห์ที่แล้ว และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปค) ได้ปรับลดคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลก ซึ่งปัจจัยดังกล่าวได้ฉุดสัญญาน้ำมันดิบดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย. 2552









