วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เอกชนชี้รัฐวาง'โรดแมพ'ชัด

เอกชนชี้รัฐวาง "โรดแมพ" ชัด ตปท.เชื่อมั่น-เอื้อจับจ่ายดันธุรกิจปี58

สัมมนา "ทิศทางเศรษฐกิจไทย 2558" จัดโดยหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ และสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล NOW26 เวทีเสวนาหัวข้อ "เปิดแผนรับ-รุก ฝ่าปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจโลก-เศรษฐกิจไทย โดยมี นายสมประสงค์ บุญยะชัย ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) นายสนั่น อังอุบลกุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทย และประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทยซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)

นายสมประสงค์ ระบุว่า องค์ประกอบสำคัญที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโต ประกอบด้วย 1. การส่งออกซึ่งมีสัดส่วนกว่า 60-70% ของจีดีพี 2. การลงทุนจากต่างประเทศ 3. การบริโภคภายในประเทศ และ 4. การลงทุนของภาครัฐ

สถานการณ์โดยรวมขณะนี้เริ่มส่งสัญญาณบวกให้เห็น ดังนั้นเป็นไปได้ที่ จากปีนี้ที่จีดีพีของประเทศมีแนวโน้มเติบโตเพียง 1% ปี 2558 จะขยับเพิ่มไปที่ 4-4.5%

ทั้งนี้เมื่อประเมินเบื้องต้นปีหน้าการส่งออกน่าจะมีทิศทางดี รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า และราคาน้ำมันที่ลดลง ขณะเดียวกันสถานการณ์การเมืองที่เริ่มมีเสถียรภาพส่งผลอย่างมากต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน แน่นอนว่าหากเดินหน้าได้ไม่สะดุด ย่อมส่งผลให้เกิดการจ้างงาน การบริโภค และเศรษฐกิจในภาพรวม

"สิ่งที่จะตามมาเมื่อวงจรทางการเมืองมีเสถียรภาพ คือขาขึ้นของวงจรเศรษฐกิจ ในทิศทางเดียวกันเมื่อบรรยากาศเศรษฐกิจดีวงจรของภาคธุรกิจย่อมเดินหน้าไปได้ดีขึ้น"

แนะสร้างสมดุล

การที่รัฐบาลวางโรดแมพไว้อย่างชัดเจน ส่งผลมากต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ ขณะเดียวกันเอื้อต่อบรรยากาศการจับจ่าย

ประเด็นที่ต้องระวังมากที่สุดคือ ความคาดหวังและความเป็นจริง เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกัน มิเช่นนั้นหากผิดหวังอาจส่งผลกระทบเชิงลบออกมาได้ ดังนั้นรัฐควรดำเนินแผนงาน รายงานความคืบหน้า และสื่อสารให้ประชาชนได้รับทราบเพื่อสร้างความมั่นใจที่ตรงกัน

อีกทางหนึ่ง ประเด็นที่ไม่อาจมองข้ามและต้องคอยติดตามปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่สูงขึ้นและส่งผลทำให้เกิดการไม่ใช้จ่าย

นายสมประสงค์ ยังมองว่า ธุรกิจต้องต่อสู้อยู่ตลอดเวลา บริบทรอบตัวมักเปลี่ยนแปลงไม่เคยหยุดนิ่งในมุมของภาคธุรกิจจึงต้องตื่นตัว ปรับตัวให้ทัน จากประสบการณ์พบด้วยว่าทุกวันนี้จังหวะของการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม มากกว่านั้นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จก็มีมากขึ้น

"ต้องหาให้พบว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ประสบความสำเร็จ เข้าไปทำความเข้าใจให้ดี และคอยติดตามการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา"

ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง

ดังนั้น เครืออินทัชยังคงยึดมั่นกับแนวทางธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง พร้อมทั้งทำความเข้าใจความต้องการ กำลังซื้อที่มี รวมถึงอ่านให้ขาดถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

ทั้งนี้เนื่องจากธรรมดาของมนุษย์จะเลือกสิ่งที่มีประโยชน์หรือจำเป็นต่อตนเอง ยิ่งอยู่ในสภาวะที่ถูกบีบบังคับยิ่งตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก ดังนั้นภาคธุรกิจต้องเข้าไปทำความเข้าใจให้ดี และทำให้ตนเองกลายเป็นสิ่งจำเป็นของผู้บริโภค

ในโลกยุคดิจิทัลโทรคมนาคมได้เข้ามาเป็นตัวจักรสำคัญต่อการขับเคลื่อนโลกสื่อการ และการเติบโตของธุรกิจ ส่วนของอินทัชให้ความสำคัญกับการพัฒนาขีดความสามารถการแข่งขันให้มีมากพอ นอกจาก 3 จี ที่เดินหน้าไปได้ดีแล้ว ต่อไปเร่งขับเคลื่อนคู่ขนานไปทั้ง 4 จี ฟิกซ์บรอดแบนด์ ดาวเทียม การเข้าไปร่วมทุน ดิจิทัลคอนเทนท์ รวมทั้งทีวีดิจิทัล

"โอกาสย่อมมาพร้อมกับภัยคุกคาม ฉะนั้นต้องทำงานที่มีมูลค่ามากกว่าเดิม การแข่งขันและบริหารธุรกิจในอนาคตต้องทำภายใต้ความรู้ หาพื้นที่ใหม่ๆ ไม่ย่ำอยู่กับที่"

คาดหวัง 4จีเกิด

สืบเนื่องจากนโยบายดิจิทัลอีโคโนมีของรัฐบาลเชื่อว่าจะมีส่วนอย่างมากต่อการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ประเด็นที่ต้องรับมือให้ได้คือการบริหารจัดการข้อมูลที่มีในมือพร้อมนำไปใช้ประโยชน์ สอดคล้องไปกับเมกะเทรนด์อย่างคลาวด์ บิ๊กดาต้า และบรอดแบนด์

ขณะเดียวกันเนื่องด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายชัดเจนที่จะผลักดันให้เกิดการประมูล 4 จีในปีหน้า จึงหวังว่าประเทศไทยจะก้าวต่อไปได้ต่อ ในทิศทางเดียวกันนี้ด้วยหลายปัจจัยบวกดังกล่าว รวมถึงการมาของ 4 จี น่าจะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยปี 2558 เติบโตได้ ทว่าคงไม่ถึงตัวเลข 2 หลัก

พร้อมระบุว่า 4 จีจะมีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานคอร์ปอเรท ผลักดันให้การลงทุนมีเพิ่ม เรียกได้ว่าเพิ่มโอกาสทั้งเชิงคอนซูเมอร์ ผู้ประกอบการ และภาพรวมเศรษฐกิจ อินทัชเองก็จะลงทุนเพิ่มขึ้นแน่นอน

เชื่อไม่เลวร้ายกว่านี้

นายสนั่น ได้สะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีหน้าว่า จะดีขึ้นแน่นอน โดยจะเริ่มเห็นได้ตั้งแต่ไตรมาส 1 จากนั้นไตรมาส 2 ชัดเจนมากขึ้น

ปัจจัยบวกหลักๆ มาจากการสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาล ขณะนี้เห็นได้ว่ามีโครงการขนาดใหญ่จำนวนมากได้รับการอนุมัติ ดังนั้นจะได้เห็นภาพการลงทุนที่ดีขึ้นแน่นอน

นอกจากนี้ จากปีนี้ที่การส่งออกไม่เติบโตหรือบวกเพียงเล็กน้อยปีหน้าหวังว่าจะได้เห็นการขยายที่ 4% เชื่อว่าปีหน้าดีขึ้นแน่นอน และคงไม่มีอะไรเลวร้ายกว่านี้อีกแล้ว

ปัจจัยเสี่ยงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอด ทั้งตลาดเปลี่ยนแปลงเร็วแต่เชื่อว่า รัฐบาลสามารถบริหารจัดการหรือทำให้น้อยลงได้ แต่ทั้งนี้สิ่งที่ต้องระมัดระวังคือความผันผวนของค่าเงินบาท รวมถึงภาวะแห้งแล้งและราคาผลผลิตตกต่ำซึ่งกระทบโดยตรงต่อภาคการเกษตร

กลุ่มที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่องคือการท่องเที่ยว อ้างอิงจากการประมาณการณ์ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จากปีนี้ที่มีปริมาณนักท่องเที่ยว 25.5 ล้านคน ปีหน้าจะเพิ่มไปถึงอย่างน้อย 28 ล้านคน

หนุนสร้างความเข้มแข็งเอสเอ็มอี

นายสนั่น ยังชี้ว่า งานสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนคือ สร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะสนับสนุนให้เกิดเป็นห่วงโซ่เชิงมูลค่า ลดต้นทุน พร้อมเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

นอกจากนี้ ทำความเข้าใจตลาด ค้นหาโปรดักส์แชมเปี้ยน พร้อมๆ ไปกับการเพิ่มการขายเชิงปริมาณบริเวณชายแดนอย่างพม่า ลาวที่มีแนวโน้มขยายตัวได้ดีต่อเนื่อง

สำหรับบทบาทของหอการค้าไทยขณะนี้เร่งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยทุกระดับเข้าไปเปิดตลาดต่างประเทศ ทั้งมีโครงการต้นแบบให้องค์กรขนาดใหญ่เป็นพี่เลี้ยงช่วยเหลือองค์กรขนาดเล็กในการเข้าไปลงทุนที่เวียดนาม ส่วนเฟสต่อไปจะไปต่อที่อินโดนีเซีย

ด้านการปรับตัวเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่นศรีไทยซุปเปอร์แวร์ ที่ผ่านมาทำตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ พิจารณาถึงความต้องการตลาด พยายามผลักดันให้เกิดเป็นนวัตกรรม ยอมรับว่าการบริโภคภายในประเทศตกลง 20% ทว่าบริษัทยังโตได้ถึง 12% เนื่องจากหันไปให้ความสำคัญกับการขยายการลงทุน รวมถึงบุกตลาดต่างประเทศ และบริเวณชายแดน

ส่วนการแข่งขัน กับคู่แข่งที่เล่นเรื่องราคา ได้เปิดซับแบรนด์เข้าสู้ สำคัญที่สุดต้องอ่านใจลูกค้าให้ออกว่าต้องการอะไร

เออีซีเป็นโอกาสของผู้ที่มีความพร้อม ทั้งแง่การส่งออกและเข้าไปลงทุนโรงงาน เชื่อด้วยว่าสินค้าที่ผลิตจากประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคสูงมาก