SET จะแกว่งตัวไร้ทิศทาง
SET View
- แนวโน้ม SET คาดว่ามีโอกาสขึ้นทดสอบ 1600 จุด แต่จะยังไม่ผ่าน มองกรอบเคลื่อนไหว1585-1600 จุด ด้วยปัจจัยผสมผสาน(1) นักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิต่อเนื่อง 3 วันทำการของสัปดาห์ก่อนเกือบ 2 พันล้านบาท เพิ่มความคาดหวังเชิงบวกต่อเม็ดเงิน LTF ที่จะเข้ามาในเดือนนี้(2)การประชุม ECB สัปดาห์ที่ผ่านมายังไม่มีความชัดเจนเรื่องเม็ดเงินและระยะเวลาในการทำ QEไม่สนับสนุนเม็ดเงินไหลเข้า (3) ราคาน้ำมันดิบ Brent ปรับลงต่ำกว่าระดับจิตวิทยาที่US$70 ต่อบาร์เรลอีกครั้ง จะกลับมากดดันหุ้นกลุ่มพลังงานและ (4) ทางเทคนิค มีโอกาสปรับลงทดสอบแนวรับบริเวณ 1585 จุด หากปิดเหนือไม่ได้จะเป็นสัญญาณไม่ดี
- กลยุทธ์การลงทุน ระยะ 1-2 วัน หาก SET ยังคงยืนเหนือ 1585 จุด หาจังหวะขึ้นขายลงซื้อ
1)Top Daily Pick :UNIQ (หนึ่งในผู้เล่นมีโอกาสเติบโตจากงานรับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าฯที่รอผลประมูล/เตรียมประมูลในปีหน้า ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันซื้อขายเพียง 16xP/E’58 ถูกมากเมื่อเทียบกับกลุ่มรับเหมาขนาดใหญ่ที่ซื้อขายกันกว่า 20x-30x)AMATA (หนึ่งในผู้เล่นที่คาดจะได้ประโยชน์มากสุดจากการขยายตัวของ FDI จากญี่ปุ่น และการฟื้นตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ในปีหน้า)
2)Technical Pick:VGI NMG GENCO AI SEAOIL
3)Theme Play :กลุ่มรับเหมาฯ (CK ITD STEC UNIQ) คาดงานประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในเดือนนี้ หุ้นกลุ่มนำตลาดที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว/จากปัจจัยฤดูกาล (ADVANC INTUCH JAS SIM THCOM LH SPALI BGH)กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ (HANA KCE)คาดจะได้ประโยชน์จากเงินบาทกลับมาทีทิศทางอ่อนค่า กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ (AH SAT) คาดจะเริ่มฟื้นตัวหลังงาน Motor Expo เดือนนี้ ธุรกิจทีวีดิจิทัล(GRAMMY NBC RS WORK) ได้ประโยชน์จากแนวโน้มการปรับขึ้นค่าโฆษณาในอัตราก้าวกระโดด
Fundamental Talk
- กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้ (8-12 ธันวาคม 57)
•แนวโน้ม SET มีโอกาสขึ้นทดสอบ 1600 จุด แต่ภาพรวมจะคงแกว่งตัวออกด้านข้างเพื่อรอปัจจัยบวกใหม่ มองกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1560-1605 จุด
(1) ยังไม่มีปัจจัยสนับสนุนด้านเงินทุนไหลเข้า ผลการประชุม ECB สัปดาห์ก่อนยังไม่มีความชัดเจนเรื่องเม็ดเงินและระยะเวลาการทำ QE ยังไม่สนับสนุนการทำ Euro Carry Trade ขณะที่ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษรสหรัฐเดือนพ.ย.ยังคงออกมาดีเกินคาดที่ 3.1 แสนตำแหน่ง (consensus คาดที่ 2.3 แสน) จะสนับสนุนการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ จะจำกัดเม็ดเงินไหลเข้าสินทรัพย์เสี่ยงที่ไม่ใช่สกุลดอลลาร์สหรัฐ
(2) ความคาดหวังเชิงบวกจะยังมาจากปัจจัยภายในประเทศ จากเม็ดเงิน LTF ที่รอเข้าตลาดในเดือนนี้ที่คาดไม่น้อยกว่า 1 หมื่นล้านบาท รวมถึงความคาดหวังเชิงบวกต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจากปัจจัยฤดูกาลจับจ่ายใช้สอย/ส่งออก/ท่องเที่ยว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงรอความคืบหน้าโครงการลงทุนจากภาครัฐที่ที่ประชุมครม.
•ปัจจัยที่ต้องติดตาม: ที่กระทบจิตวิทยาการลงทุน อาจทำให้ SET ขึ้น/ลงแรงกว่าคาด
(1) ทิศทางราคาน้ำมันดิบ หาก Brent ยังคงเคลื่อนไหวทรงตัวในระดับต่ำกว่าUS$85ต่อบาร์เรลยังคงกดดันราคาหุ้นในกลุ่มพลังงานที่เราคาดว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ ตั้งสมมติฐานประมาณการกำไรปี 58 อิงกับระดับราคาน้ำมันดิบ Brent ที่ สูงกว่า US$85
(2) ความคาดหวังต่อผลการเลือกตั้งในญี่ปุ่น 14 ธ.ค.นี้ ซึ่งเราคาดว่าพรรค LDP ซึ่งเป็นฝ่ายรัฐบาลยังคงได้เสียงข้างมาก และจะคงนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ (Abenomics) ที่ประกอบด้วยมาตรการการคลัง มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน รวมถึงการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ จะกระตุ้นให้มีเม็ดเงินส่วนเกิน รวมถึงจากการทำ Yen Carry Trade เข้ามาลงทุนในภูมิภาคในระยะต่อไป
•กลยุทธ์การลงทุนสัปดาห์นี้:
(1) เลือกเก็งกำไรหุ้นกลุ่มนำตลาดมูลค่าตลาดปานกลาง-ใหญ่ที่จะเป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนสถาบัน/ต่างชาติ อาทิ กลุ่มรับเหมาฯ (CK ITD STEC UNIQ) ได้ประโยชน์จากงานประมูลโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีความคืบหน้าในช่วงที่เหลือของปีนี้ กลุ่มที่คาดงบ 4Q57 เติบโตต่อเนื่องหรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ทั้งกลุ่มสื่อสาร (ADVANC INTUCH JAS SIM THCOM SIM) พัฒนาที่อยู่อาศัยที่เป็น Top Picks(LH SPALI) ท่องเที่ยว/ขนส่ง/โรงพยาบาล (AOT ERW MINT BGH)
(2) ทยอยสะสมหุ้นที่เราแนะนำ “ซื้อ” มี upside จากมูลค่าเหมาะสมมากกว่า 20% เพื่อรอไปขายช่วง 1Q58 (GRAMMY THCOM SIM AH SST SNC SAT MFEC RS KTIS SYMC INTUCH AMATA KAMART)







