สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (27 พ.ย.- 3 ธ.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น โดย DJIA +0.5%, DAX +0.6%, CAC ฝรั่งเศส +0.4% มีเพียง FTSE -0.2% หลัง Beige Book รายงานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐเดือน ต.ค. - พ.ย.ฟื้นตัวต่อเนื่อง และแรงเก็งกำไรการประชุม ECB ในคืนวันที่ 4 ธ.ค.มีโอกาสที่จะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาเป็นกลาง ได้แก่ ดัชนี ISM ภาคบริการเดือน พ.ย. เพิ่มขึ้นเป็น 59.3 จุด จากเดือน ต.ค.ที่ 57.1 จุด และดีกว่าคาดการณ์ที่ 57.6 จุด ในขณะที่ PMI ภาคการผลิตของสหรัฐ ในเดือน พ.ย.ลดลงเหลือ 54.8 จุด ทำระดับต่ำสุดในรอบ 10 เดือน
สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (27 พ.ย.- 3 ธ.ค. 2557)
สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้นเด่น 6.7% Sentiment เชิงบวกต่อเนื่องหลังธนาคารกลางจีนประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. นำโดยกลุ่มหลักทรัพย์จากมุมมองเชิงบวกต่อผลประกอบการ หลังมูลค่าการซื้อขายของตลาดที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าดัชนี PMI ภาคการผลิตชะลอตัวทำระดับต่ำสุดในรอบ 8 เดือน รวมถึงเริ่มเผชิญแรงขายทำกำไรในช่วงปลายสัปดาห์แล้วก็ตาม
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 พ.ย.- 3 ธ.ค. 2557)
SET INDEX ยังไม่สามารถผ่าน 1,600 จุดไปได้ เป็นผลจากการปรับตัวลงของหุ้นหลักในกลุ่มพลังงานอย่าง PTT / PTTEP จากราคาน้ำมันดิบโลกที่ปรับตัวลง ขณะที่หุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร / วัสดุก่อสร้าง / ท่องเที่ยว ยังคงโดดเด่นชดเชยผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้ SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,594.58 จุด เพิ่มขึ้น 3.58 จุด หรือ +0.23% ณ วันที่ 3 ธ.ค.
สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (8-11 ธ.ค. 2557)
MBKET คงน้ำหนักการลงทุนในสัปดาห์หน้าเป็น “กลางถึงบวก” เป็นสัปดาห์ที่ 6 ทั้งนี้เราให้น้ำหนักกับการประชุม ECB ในเย็นวันที่ 4 ธ.ค. ตามเวลาประเทศไทย หาก
•ECB ส่งสัญญาณเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลของประเทศสมาชิกในกลุ่มอียู ในต้นปี 2558 เพื่ออัดฉีดสภาพคล่องทางการเงิน คาดว่า
o ตลาดหุ้นยุโรปฟื้นตัวเด่น และส่งสัญญาณต่อเนื่องไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ และตลาดหุ้นเอเชีย
o ค่าเงินยูโรอ่อนค่าเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อย่างน้ำมัน และ ทองคำ ในเชิงลบ กดดันการฟื้นตัวของสินค้าโภคภัณฑ์ใน 2 ประเภทนี้
o เกิด Euro Carry Trade ได้มากยิ่งขึ้น
•แต่หาก ECB ยังประวิงเวลาในการเพิ่มมาตรการ จะกลายเป็นจุดเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและนอกกลุ่มอียู ผลกระทบที่ตามมา
o ค่าเงินยูโร ยิ่งอ่อนค่า เทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ
o ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลง จากความกังวลด้านความต้องการใช้พลังงาน / แต่ราคาทองคำจะฟื้นตัว จากกรณีเสี่ยงดังกล่าว
o ตลาดหุ้นยุโรป จะตอบรับในเชิงลบ และกดดันบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลก ช่วงสั้น
อย่างไรก็ตาม เราให้น้ำหนักกับโอกาสที่ ECB จะส่งสัญญาณผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมเป็นสำคัญ เพราะ สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ECB ไม่สามารถซื้อเวลาในการเพิ่มมาตรการได้ เพราะหากพิจารณาจากตัวเลขเศรษฐกิจ และอัตราเงินเฟ้อ ในกลุ่มอียู
กลยุทธ์การลงทุน MBKET แนะนำ “เก็งกำไรหุ้น Big to Mid Cap ที่ผลการดำเนินงานใน 4Q57 เติบโตเด่น yoy และ/หรือ qoq รวมถึงแนวโน้มในปี 2558 ยังเป็นบวกจากการฟื้นตัวของภาพรวมเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันดิบที่ทรงตัวในระดับต่ำ” โดยเน้นกลุ่มท่องเที่ยวที่เข้าสู่ช่วงไฮซีซัน AAV / ERW รวมถึงหุ้นหลักในกลุ่มธนาคาร / กลุ่ม ICT / กลุ่มที่อยู่อาศัย และ PTT ยังคงเป็นทางเลือกของการลงทุน
เราประเมินกรอบแกว่ง SET INDEX ในสัปดาห์หน้าระหว่าง 1,590 - 1,620 จุด
ปัจจัยสำคัญในสัปดาห์หน้า ได้แก่
1. ติดตามการประชุมครม. อาจพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และ/หรือ ร่างกฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล
2. ติดตามตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้แก่ การส่งออก - นำเข้า / อัตราเงินเฟ้อ ของจีน, ดัชนีชี้นำ / GDP ใน 3Q57 ของญี่ปุ่น, GDP / ผลผลิตภาคอุตฯ ของอียู, ผลผลิตภาคอุตฯ / ดุลการค้า อังกฤษ, ภาวะการจ้างงาน / ยอดค้าปลีก ของสหรัฐ
3. วันหยุดคาบเกี่ยวข้องตลาดหุ้นไทย
------------------------------------------------
ที่มา...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็งฯ








