วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้พลังงานร่วงเอื้อเศรษฐกิจฟื้นตัวธุรกิจไม่กระทบ

ธปท.ชี้ราคาน้ำมันลด เอื้อเศรษฐกิจไทยขยายตัว เหตุต้นทุนภาคธุรกิจลดลง ประเมินเงินเฟ้อต่ำถึงไตรมาสแรกปีหน้า

มั่นใจไม่เกิดภาวะเงินฝืด ยันไม่มีผลต่อดอกเบี้ย ขณะผู้ผลิตสินค้า-โลจิสติกส์ ระบุขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี-เอ็นจีวี ไม่กระทบต้นทุนในระยะสั้น เหตุทิศทางน้ำมันช่วงขาลง ระบุหากขยับ 5-10% กระทบต้นทุนขนส่ง แนะภาคธุรกิจต้องปรับตัวรับสถานการณ์

นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) กล่าวว่าราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับลดลงต่อเนื่องและมีผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับลดลง ช่วยให้ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจไทยดีขึ้น เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศสูงถึง 12% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) โดยใช้น้ำมันดีเซลถึง 70% ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคการขนส่ง

"ราคาน้ำมันที่ลดลง มีผลต่อเศรษฐกิจไทยในเรื่องดุลการค้า เพราะที่ผ่านมาเรานำเข้าน้ำมันสูงมาก ดังนั้นภาคต่างประเทศเราก็น่าจะค่อยๆ ดีขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของดุลการค้า อีกทั้งยังช่วยในเรื่องต้นทุนเศรษฐกิจ ต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงด้วย" นายจิรเทพกล่าว

นายจิรเทพ กล่าวว่าราคาน้ำมันลดลงทำให้เงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าจะไม่ทำให้เกิดภาวะเงินฝืด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเงินเฟ้อที่ลดลงมาจากเรื่องราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงจากปัญหาอุปทานในตลาดโลกที่มีมากขึ้น ไม่ได้มาจากเรื่องอุปสงค์หรือความต้องการซื้อที่ลดลง อีกทั้งเศรษฐกิจไทยในปีหน้ามีแนวโน้มฟื้นตัวได้ดี จึงไม่น่าจะมีประเด็นเรื่องภาวะเงินฝืดเกิดขึ้น

นายจิรเทพ กล่าวด้วยว่าการปรับลดลงของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่โอเปคตัดสินใจคงกำลังการผลิตไว้ โดยหวังว่าราคาน้ำมันที่ต่ำ จะมีผลทำให้สหรัฐขาดแรงจูงใจในการผลิตเชลล์ออยซึ่งมีต้นทุนการผลิตที่สูงราว 60-80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ต้นทุนการผลิตของกลุ่มโอเปคอยู่เพียง 10-25 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น

คาดราคาน้ำมันทรงระดับต่ำ2ปี

นอกจากนี้อุปสงค์น้ำมันในตลาดโลกยังปรับตัวขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปเท่านั้น ในขณะที่อุปทานมีออกมาค่อนข้างมาก จึงทำให้ราคาน้ำมันตลาดโลกปรับตัวลดลง ซึ่ง ธปท. มองว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดิบตลาดโลกจะทรงตัวระดับต่ำต่อเนื่องไปในอีก 2 ปีข้างหน้า

ส่วนการดำเนินนโยบายการเงินนั้น เนื่องจากเงินเฟ้อที่ลดลง เป็นผลจากฝั่งอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้เกิดจากอุปสงค์ที่ลดลง นโยบายการเงินจึงเป็นเพียงแต่การติดตามดูสถานการณ์ จึงไม่มีประเด็นให้ ธปท. ต้องไปกำหนดนโยบายการเงินใหม่ เนื่องจากนโยบายการเงินจะดูแลด้านอุปสงค์เป็นหลัก ไม่สามารถดูแลด้านอุปทานได้

ชี้เงินเฟ้อต่ำถึงไตรมาสแรกปีหน้า

นายจิรเทพ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันที่ปรับลดลงต่อเนื่อง ประกอบกับไทยอยู่ในช่วงการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน แนวโน้มเงินเฟ้อน่าจะยังอยู่ระดับต่ำต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกของปีหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ธปท.ได้เสนอให้รัฐบาลปรับการใช้กรอบนโยบายการเงินใหม่ จากที่ยึดเงินเฟ้อพื้นฐาน มาใช้เงินเฟ้อทั่วไปในการดำเนินนโยบายการเงิน เพียงแต่ ธปท. เชื่อว่าเรื่องนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำนโยบายการเงินแต่อย่างใด

"เรื่องนี้อาจมีประเด็นอยู่บ้างตรงที่ เรากำลังเปลี่ยนกรอบเป้าหมายนโยบายการเงินไปใช้เงินเฟ้อทั่วไป ซึ่งขณะนี้เรื่องยังไม่ได้เข้าที่ประชุม ครม.(คณะรัฐมนตรี) ก็คงต้องติดตามดูว่า เมื่อเข้าแล้วจะเป็นอย่างไรต่อ แต่สาเหตุที่เราขอให้มาใช้เงินเฟ้อทั่วไปแทน เงินเฟ้อพื้นฐาน เพื่อง่ายต่อการอธิบายกับสาธารณชน และเงินเฟ้อทั่วไปยังเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับประชาชนโดยทั่วไปด้วย" นายจิรเทพ กล่าว

แม้ ธปท. จะมองว่าแนวโน้มเงินเฟ้อจะอยู่ระดับต่ำต่อเนื่องไปถึงไตรมาสแรกปีหน้า แต่กรอบนโยบายการเงินใหม่ที่เปลี่ยนมาใช้เงินเฟ้อทั่วไปนั้นเป็นการใช้ค่าเฉลี่ยรายปี

"เงินเฟ้อต่ำกว่ากรอบเป้าหมาย แค่ชั่วเวลาหนึ่ง จึงไม่ใช่ปัญหา ถึงแม้เงินเฟ้อจะหลุดจากกรอบเป้าหมาย แต่ลดลงจากราคาน้ำมันลดลง โดยเฉพาะมาจากด้านของฝั่งอุปทาน ไม่ได้มาจากฝั่งอุปสงค์ จึงเชื่อว่าจะอธิบายต่อสาธารณชนให้เข้าใจได้"

โลจิสติกส์ยันไม่กระทบต้นทุน

ภาคธุรกิจมีทั้งได้ประโยชน์และผลกระทบจากการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี และเอ็นจีวี โดยธุรกิจด้านการขนส่งจะมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่อยู่ในระดับที่รับได้ ขณะด้านการผลิตต้นทุนลดลงเล็กน้อย

ว่าที่ร้อยตรีธเนศร์ โสรัตน์ รองประธานกรรมการ บริษัท วี-เซิร์ฟ โลจิสติกส์ จำกัด กล่าวว่า ราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัม ส่งผลให้ราคาก๊าซแอลพีจีอยู่ที่ 24.16 บาท/กก.และก๊าซเอ็นจีวีอยู่ที่ 12.50 บาท/กก.

"ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการขนส่งและโลจิสติกส์มากนัก โดยเฉพาะในส่วนของบริษัทเนื่องจากมีการใช้น้ำมันดีเซลเป็นหลักสัดส่วนมากถึง 90%"

คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติเมื่อวันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา ลดการอุดหนุนราคาก๊าซแอลพีจี ส่งผลให้ราคาในภาคขนส่ง ครัวเรือนและอุตสาหกรรม เคลื่อนไหวตามตลาดในราคาเดียวกัน โดยล่าสุดวานนี้ (3 ธ.ค.) อยู่ที่ 24.16 บาท/กก.

ว่าที่ร้อยตรีธเนศร์ กล่าวว่าหากราคาก๊าซปรับตัวเพิ่มขึ้น จนมีส่วนต่างจากราคาเดิม 5-10% จะเริ่มเห็นผลกระทบต่อต้นทุนโลจิสติกส์ และอาจต้องจะต้องขยับค่าบริการขนส่งสินค้า รวมถึงราคาสินค้าและบริการให้เพิ่มขึ้น

"ราคาพลังงานภาพรวมที่ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลทำให้ต้นทุนภาคขนส่งลดลง ทำกำไรได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากขนส่งมีต้นทุนจากพลังงานมากถึง 80% ส่วนราคาก๊าซแอลพีจีและเอ็นจีวีที่ปรับขึ้น หากพิจารณาการขึ้น 1-2 บาทต่อกก.จะยังไม่ส่งผลให้ภาคขนส่งต้องขึ้นราคา แต่หากส่วนต่างราคาพลังงานปรับเพิ่ม 5% ขึ้นไป อาจจะขอขึ้นราคาขนส่ง"

ส่วนแนวโน้มราคาพลังงานคาดว่ายังอยู่ในภาวะขาลง ส่งผลดีต่อภาคขนส่ง แต่เนื่องจากปีนี้ภาคการผลิตที่แท้จริงอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีนัก จากกำลังซื้อในประเทศที่ชะลอตัว และการส่งออกที่เติบโตติดลบต่อเนื่อง ทำให้ภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ค่อนข้างทรงตัว และเติบโตต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้

"แม้จะได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลงในช่วงปลายปี แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้"

ด้านนายมารุต บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง ส่งผลดีต่อการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตสินค้าของบริษัทให้ต่ำลง ถือเป็นปัจจัยบวกสำหรับผู้ประกอบการ

ยังไม่กระทบต้นทุนสินค้า

นายอลงกรณ์ ชูจิตร รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์แอลจี กล่าวว่าการปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มในระยะสั้นมองว่าไม่น่าจะกระทบต่อต้นทุนการผลิตและราคาสินค้า ส่วนในระยะยาว คาดว่าอาจส่งผลกระทบ เนื่องจากการปรับราคาก๊าซจะทยอยปรับต่อเนื่องจนกว่าจะเป็นราคาตลาด แต่จะถึงขั้นที่ผู้ผลิตสินค้าจะปรับราคาสินค้าหรือไม่นั้น ยังไม่สามารถตอบได้

แต่เชื่อว่าภาคขนส่ง หรือโลจิสติกส์ แน่นอน เนื่องจากทุกวันนี้ภาคขนส่งต่างหันมาใช้ก๊าซแทนน้ำมันในการขนส่งกันหมดแล้ว แต่จะกระทบมากหรือน้อยไม่สามารถตอบได้

ด้านนายบุญฤทธิ์ มหามนตรี ประธานกรรมการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ กล่าวเช่นเดียวกันว่าการขึ้นราคาก๊าซยังไม่กระทบต่อราคาสินค้าอุปโภค-บริโภค ซึ่งเป็นสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่หากมีการปรับราคาน้ำมันเชื่อว่าจะกระทบมากกว่า เนื่องจากถือเป็นพลังงานที่เกี่ยวโยงกับภาคการผลิตมากกว่า

"ตัน"บอกผู้ประกอบการต้องปรับตัว

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่ม แบรนด์ “อิชิตัน” กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นราคาดังกล่าว และไม่กังวลกับเรื่องนี้มากนัก โดยมองว่าในฐานะผู้ประกอบการ จะต้องเตรียมตัว เตรียมแผนรับมือให้พร้อมตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีหน้าจะก้าวเข้าสู่การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม และจัดสรรงบประมาณให้ดี โดยหากภาคส่วนใดได้รับผลกระทบก็ต้องหาแนวทางปรับเปลี่ยนแก้ไข หรือ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนที่ไม่จำเป็นออก

“การปรับขึ้นราคาพลังงาน โดยเฉพาะแอลพีจีก็จะส่งผลกระทบแก่ผู้ประกอบการบ้าง มากหรือน้อยแตกต่างกัน เราก็ต้องปรับตัวและอยู่กับสภาพความเป็นจริงให้ได้ จะให้ภาครัฐมาอุ้ม มาช่วยเหลือตลอดทุกเรื่องก็ไม่ไหว ทุกคนก็ต้องยืนด้วยตัวเองให้ได้”

นายประวิทย์ ตันติวศินชัย รองกรรมการผู้จัดการ สายงานบัญชีและการเงิน เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศปรับตัวแอลพีจี เนื่องจากการให้บริการภายในร้าน ใช้เตาไฟฟ้าทั้งหมด และใช้แอลพีจีน้อยมาก

น้ำมันดิบขึ้นหลังสต็อกสหรัฐลดเกินคาด

ราคาน้ำมันดิบนิวยอร์กพุ่งขึ้นกว่า 1% ในช่วงเช้านี้ที่ตลาดเอเชีย โดยพุ่งขึ้นใกล้ระดับ 68 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากข้อมูลระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงมากเกินคาด

วานนี้ (3 ธ.ค.) ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนม.ค.ที่ตลาดนิวยอร์ก พุ่งขึ้น 0.94 ดอลลาร์ สู่ระดับ 67.82 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากปิดวันก่อน ดิ่งลง 2.12 ดอลลาร์ สู่ระดับ 66.88 ดอลลาร์/บาร์เรล

ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนม.ค.ที่ตลาดลอนดอนเพิ่มขึ้น 0.66 ดอลลาร์ มาที่ 71.24 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากปิดวานนี้ดิ่งลง 2.00 ดอลลาร์ ที่ 70.54 ดอลลาร์/บาร์เรล โดยเกือบจะทดสอบระดับปิดของวันศุกร์ที่ 70.15 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่กลางปี 2553