วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'นพพร'คาดส่งออกปีหน้าโต2.5%

"สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือ" คาดส่งออกปีนี้มีโอกาสติดลบ 0.2% ถึงโต 0.2%​ ส่วนปีหน้าคาดโต 2.5%

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยภาพรวมการส่งออกเดือนต.ค.57 ว่า สูงกว่าคาดการณ์ โดยมีมูลค่าส่งออกรวม 20,164 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.97 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนหน้า เนื่องจากตลาดปรับตัวดีขึ้นโดยเฉพาะ 3 ตลาดหลักคือ ญี่ปุ่น สหรัฐและยุโรป ทำให้การส่งออกในช่วง 10 เดือนแรก (ม.ค.ถึงต.ค.57) มีมูลค่า 190,620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนคิดเป็นร้อยละ 0.36 ขณะที่การส่งออกรูปเงินบาท เดือนต.ค.57 มีมูลค่า 645,368 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.01 แต่ภาพรวม 10 เดือนแรกปี 57 (ม.ค.ถึงต.ค.) มีมูลค่าลดลง โดยอยู่ที่ 6,119,881 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 6.40 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ส่วนภาพรวมการส่งออกปี 57 คาดว่า ผลจากการส่งออกในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาปรับขึ้นเป็น 20,100 ล้านดอลลาร์ ทำให้โอกาสที่การส่งออกของไทย มีโอกาสติดลบร้อยละ 0.2 และ อาจจะเป็นบวกได้ 0.2 ​แต่เทียบกับปีที่ผ่านมาการส่งออกไม่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้เป็นผลจากการส่งออกข้าวของรัฐบาล แต่โดยภาพรวมแล้ว จะพบว่า การส่งออกของไทยมีปัญหาจากขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ตลาดโลกไม่โตอย่างที่คาดไว้ แต่การส่งออกในภาพรวมก็ควรจะดีกว่านี้ เพราะประเทศอื่น ๆ สามารถส่งได้มากกว่านี้โดยส่งออกได้ร้อยละ 4-5

สำหรับคาดการณ์ส่งออกของไทยในปีหน้า คาดว่า จะดีขึ้นทั้งปีคาดว่า จะโตที่ร้อยละ 2.5 ไม่ใช่ร้อยละ 4 อย่างที่หลายแห่งคาดการณ์ไว้ สาเหตุเพราะสภาผู้ส่งออกฯ คาดว่า เศรษฐกิจโลกจะเติบโตไม่ดีนัก เพราะยังไม่อยู่ในภาวะฟื้นตัวเต็มที่ ขณะที่ ญี่ปุ่นเศรษฐกิจยังคงมีปัญหา และการแข่งขันยังรุนแรง ดังนั้น หากการส่งออกของไทยโตได้มากกว่าร้อยละ 2.5 ถือเป็นเครดิตของรัฐบาล แต่แม้จะได้ตามนี้ ก็ถือว่า ยังไม่ดีนัก

นายนพพร กล่าวว่า การส่งออกปีหน้า ในช่วงไตรมาสที่ 1 และไตรมาสที่ 2 น่าห่วง เนื่องจากตลาดอียูไม่อาจพึ่งได้ ส่วนตลาดส่งออกญี่ปุ่นยังค่อนข้างมีปัญหาเติบโตน้อยกว่าปีนี้ และรัฐบาลจะมีการประกาศปรับเพิ่มอัตราภาษีจนเกิดภาวะเงินฝืด ส่วนตลาดส่งออกไปจีนไม่น่าจะดีนัก เพราะจีนรับนโยบายในประเทศ ประกอบกับน่าจะเป็นคู่แข่งในการส่งออกด้วย เพราะรัฐบาลจีนประกาศนโยบายเพิ่มการส่งออกมายังอาเซียนจากเดิมที่มียอดส่งออกประมาณ 400,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีเป็น 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ภายใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งอาเซี่ยนเป็นตลาดเดียวกันกับไทย